
กูรูมั่นใจรัฐดันศก.ครึ่งหลัง
ู้เชี่ยวชาญตลาดทุนมั่นใจครึ่งปีหลังเศรษฐกิจรับอานิสงส์โครงการลงทุนภาครัฐที่อนุมัติแล้ว 4.3 แสนล้านบาท ด้านส่งออกฟื้นตัวได้ต่อเนื่องคาดทั้งปีโต 3.5% พร้อมให้เป้าหมายดัชนีหุ้นไทย 1,650 จุด
ู้เชี่ยวชาญตลาดทุนมั่นใจครึ่งปีหลังเศรษฐกิจรับอานิสงส์โครงการลงทุนภาครัฐที่อนุมัติแล้ว 4.3 แสนล้านบาท ด้านส่งออกฟื้นตัวได้ต่อเนื่องคาดทั้งปีโต 3.5% พร้อมให้เป้าหมายดัชนีหุ้นไทย 1,650 จุด
ธิดาศิริ ศรีสมิต รองกรรมการ ผู้จัดการและประธานบริหารการลงทุนตราสารทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย กล่าวในงานก้าวสู่ปีที่ 13 Money Chanel "เปิดโอกาสประเทศไทย เปิดโอกาสการลงทุน" ในหัวข้อเสวนา "ภาพรวมเศรษฐกิจไทย 4.0" ว่า ประเมินว่าตัวเลขเศรษฐกิจ (จีดีพี) ไทยปี 2560 จะเติบโตได้ 3.3-3.4% โดยปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจช่วงครึ่งหลังของปีนี้จะเริ่มเห็นผลของการลงทุนภาครัฐที่ได้อนุมัติโครงการการลงทุนในปี 2558 มูลค่า 1 แสนล้านบาท และปี 2559 มูลค่า 3.3 แสนล้านบาท หรือมีมูลค่ารวม 4.3 แสนล้านบาท ซึ่งจะเริ่มเห็นการทยอยลงทุนก่อสร้าง
ดังนั้น จึงจะเห็นความแตกต่างจากการขยายตัวของเศรษฐกิจช่วงครึ่งปีแรกที่มาจากปัจจัยผลผลิตและราคาสินค้าพืชผลภาคเกษตรที่ดีขึ้นและเข้าสู่สถานการณ์ปกติ เมื่อเทียบช่วงเดียวกันในปี 2559 ที่ประสบปัญหาภัยแล้งรวมถึงการส่งออกและการบริโภคมีแนวโน้มดีขึ้น
ปี 2560-2561 รัฐบาลจะอนุมัติการลงทุนอีกมูลค่ารวม 1 ล้านล้านบาท โดยหากโครงการของรัฐทยอยออกมาจะเป็นปัจจัยที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้เอกชนเข้ามาลงทุนตาม ประกอบในช่วงครึ่งหลังของปีนี้รวมถึงภาคการท่องเที่ยวที่จะกลับมาฟื้นตัวดีขึ้นหลังนักท่องเที่ยวต่างชาติเริ่มทยอยกลับมาจากก่อนหน้าได้รับกระทบจากการปราบทัวร์ศูนย์เหรียญของจีน
"ช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐบาลยังไม่ได้ออกมามาก เพราะรัฐบาลคงต้องการเก็บกระสุนเตรียมเมื่อต้องการใช้ แต่เศรษฐกิจช่วงครึ่งปีแรกของไทยยังสามารถเติบโตได้ดีทั้งการบริโภคและส่งออกด้วย โดยทั้งปีนี้บริษัทคาดว่าส่งออกของไทยจะเติบโตได้ประมาณ 3.5% แต่มองว่าคงโตได้ไม่ถึง 5% แม้ช่วงครึ่งปีแรกปีนี้ส่งออกจะโตถึง 7.2% เพราะช่วงครึ่งปีหลังการเติบโตคงชะลอลงตามราคาสินค้าเกษตร"
การแข็งค่าของเงินบาทเมื่อเทียบสกุลเหรียญสหรัฐไม่กระทบภาคการส่งออกของไทยช่วงครึ่งปีหลังหากเศรษฐกิจโลกยังรักษาการเติบโตไว้ได้ เพราะไทยมีรายได้จากการส่งออกเป็นสกุลเหรียญสหรัฐ 10% ของมูลค่าการส่งออก ขณะที่ค่าเงินบาททรงตัวเมื่อเทียบกับค่าเงินเยนและเงินยูโร และเมื่อเทียบกับเงินสกุลอาเซียนมีทิศทางเคลื่อนไหวคละกัน
เป้าหมายดัชนีหุ้นไทยในปีนี้ให้ไว้ที่ 1,650 จุด เป็นอัตราการปรับเพิ่มขึ้น 3-4% จากระดับดัชนีปัจจุบัน ขณะที่ปัจจัยภาพเศรษฐกิจยังอยู่ในทิศทางที่ดี พร้อมทั้งประเมินว่ากำไรของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ปี 2561 จะเติบโตได้ 10%
มนตรี ศรไพศาล ประธาน เจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) (MBKET) มั่นใจว่าจีดีพีในปี 2560 จะเติบโตได้ 3.3% หลังจากราคาสินค้าเกษตรรวมถึงการส่งออกปรับตัวดีขึ้น อีกทั้งภาคการท่องเที่ยวมีโอกาสฟื้นตัวดีขึ้นทั้งปี 2560 คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาในปีนี้ 34-35 ล้านคน ขณะที่โครงการลงทุนภาครัฐมีแนวโน้มออกมากขึ้น และปัญหาหนี้ครัวเรือนที่สูงเริ่มมีแนวโน้มดีขึ้น
เป้าหมายดัชนีหุ้นไทยปีนี้ให้ไว้ที่ 1,650 จุด แนะนำหุ้นที่สนใจลงทุนคือกลุ่มหุ้นที่จะได้ประโยชน์จาก ปัจจัยเศรษฐกิจในประเทศ ได้แก่ กลุ่ม โรงไฟฟ้าคือ บริษัท ทีพีไอ โพลีน (TPIPL) กับบริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ (GPSC) กลุ่มอาหารคือ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป (TU) หุ้นที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคในประเทศ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ (BJC) และหุ้นที่ปลอดภัยคือ บริษัท ทางด่วนและ รถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM)







