
3 เคล็ดลับ อาชีพอิสระ วางแผนเกษียณสุข
วารุณี อินวันนา คยสงสัยไหมว่า คนที่ทำงานอาชีพอิสระมาตลอดชีวิต รายได้ขึ้นอยู่กับงานที่จะเข้ามา การเก็บออมทุกๆ เดือนคงเป็นไปได้ยาก แล้วมีวิธีเก็บออมเงินอย่างไรให้มีเงินพอใช้อย่างสบายหลังเกษียณ?
วารุณี อินวันนา
คยสงสัยไหมว่า คนที่ทำงานอาชีพอิสระมาตลอดชีวิต รายได้ขึ้นอยู่กับงานที่จะเข้ามา การเก็บออมทุกๆ เดือนคงเป็นไปได้ยาก แล้วมีวิธีเก็บออมเงินอย่างไรให้มีเงินพอใช้อย่างสบายหลังเกษียณ?
ทรงสันห์ สถิตนาเวศกุล ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายขายอาวุโส บริษัท ไทยพาณิชย์ประกันชีวิต วัย 66 ปี ที่ทำอาชีพอิสระมาตลอด 35 ปี ในฐานะตัวแทนขายประกันชีวิต และเป็นตัวแทนที่คว้ารางวัล ตัวแทนคุณภาพดีเด่นแห่งชาติ ต่อเนื่องเป็นเวลา 30 ปี ยืนยันว่าอาชีพอิสระสามารถออมเงินให้เพียงพอเพื่อใช้ยามเกษียณได้แน่นอน
อาชีพตัวแทนขายประกันชีวิต เป็นอาชีพอิสระ ไม่มีเงินเดือนประจำ ไม่มีสวัสดิการ ได้ค่าตอบแทนจากเงินบำเหน็จตามชิ้นงาน เมื่อรับรายได้มาแล้ว จะต้องนำมาหักค่าใช้จ่ายในการไปหาลูกค้า ดูแลลูกค้า ค่าอาหาร ค่าผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ค่าใช้จ่ายส่วนตัว การวางแผนการเงินจึงต้องเข้มงวดกว่าพนักงานประจำ
"ใน 5 ปีแรกที่เข้ามาทำงานนี้ หักค่าใช้จ่ายแล้วไม่เหลือเลย เป็นหนี้เป็นสิน จึงมานั่งคิดใหม่ วางแผนใหม่ เมื่อเข้าสู่ปีที่ 6 ด้วยการยึดหลักการ 3 แนวทาง" ทรงสันห์ กล่าว
สำหรับ 3 แนวทาง ในการวางแผนการเงิน ประกอบด้วย 1.ไม่ทำอะไรเกินตัว 2.สำรองเงินสดล่วงหน้า 6 เดือน 3.เก็บออมเงินทุกครั้งที่มีรายได้เข้า
ทรงสันห์ อธิบายว่า 1.การไม่ทำอะไรเกินตัว คือ ไม่ใช้ของแพงเกินไป ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า เครื่องประดับ การทานอาหารไม่ต้องร้านหรู เพราะประสบการณ์ทำให้เห็นว่าลูกค้าไม่ได้สนใจสิ่งเหล่านั้นเลย เขาสนใจเรื่องการบริการของเรามากกว่า เมื่อถามต้องให้คำตอบได้ทันที เคลมต้องเร็ว และช่วยแก้ปัญหาลูกค้าได้
2.สำรองเงินสดล่วงหน้า 6 เดือน เพราะไม่มีเงินเดือนประจำ จึงต้องมีเงินสำรองเสมออย่างน้อยหากไม่มีลูกค้าเลยในช่วง 6 เดือน ต้องสามารถอยู่ได้โดยที่ยังใช้ชีวิตได้ตามปกติ ทำให้เกิดความสบายใจ เพราะไม่ต้องยืมเงินใช้ และไม่เสียบุคลิกภาพ เมื่อต้องออกไปพบกับลูกค้า
"ที่เราเห็นข่าวตัวแทนรับเบี้ยลูกค้ามา และไม่ส่งเข้าบริษัท เชิดเงินลูกค้าหนี ก็มาจากการใช้จ่ายเกินตัว เงินไม่พอใช้ พอได้เบี้ยลูกค้ามาก็เอาไปหมุน นี้ทำให้เกิดปัญหากับสังคม" ทรงสันห์ กล่าว
3.เก็บออมเงินทุกครั้งที่มีรายได้เข้ามา เมื่อหักค่าใช้จ่ายประจำแล้ว และมีเงินสำรอง 6 เดือนล่วงหน้าแล้ว ที่เหลือจะเป็นการออม
สำหรับ การออม จะแบ่งเป็น การออมในรูปของเงินฝาก ซื้อสลากออมสิน และพันธบัตรรัฐบาล สัดส่วนเกือบ 70% เพราะการทำอาชีพตัวแทนอยากให้เวลากับลูกค้าเต็มที่ตามที่เขาคาดหวัง หากไปลงทุนในสินทรัพย์อื่น ต้องใช้เวลาในการติดตามภาวะตลาด เพื่อดูแลเงินลงทุน จึงคิดว่าไม่เหมาะกับอาชีพเรา แต่ก็มีการซื้อกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) บางส่วน เพื่อใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีในแต่ละปี
อีก 30% จะอยู่ในรูปของการซื้อประกันชีวิต เพราะการทำงานเป็นตัวแทน ทำให้เห็นประโยชน์ของประกันชีวิต และทำให้ทราบว่าสินค้าแต่ละแบบให้ผลตอบแทนอย่างไร เพื่อจะได้เข้าใจมากขึ้น และอธิบายให้กับลูกค้าเข้าใจ
"วันนี้เงินออมที่สะสมไว้ สามารถใช้จ่ายได้อย่างสบาย แต่การที่มีลูกค้าซื้อประกันกับเรากว่า 1,000 คน ซึ่งเขาหวังจะให้เราดูแลเขาถึงที่สุด ทำให้ยังเกษียณไม่ได้ ต้องคอยดูแลลูกค้าต่อไป และการไปทำงานทำให้สมองเรายังทำงานต่อเนื่อง แต่ความกดดันเรื่องการทำงานลดลงแล้ว" ทรงสันห์ กล่าว
ทรงสันห์ แนะนำว่า ในการวางแผนเกษียณ ต้องมีความแข็งแรงทั้งสุขภาพการเงิน และสุขภาพกาย จึงควรเริ่มพร้อมกัน ด้วยการออกกำลังกายในรูปแบบที่ชอบ ทานอาหารที่เป็นประโยชน์ และต้องเรียนรู้เรื่องโรคต่างๆ ซึ่งการเป็นตัวแทนทำให้ได้เข้าใจโรคต่างๆ มากขึ้น เพราะต้องพาลูกค้าไปตรวจสุขภาพ ต้องเจอหมอ เป็นการเรียนรู้ไปในตัว
ทั้ง 3 เคล็ดลับข้างต้น สามารถใช้ได้กับอาชีพอิสระ และอาชีพประจำ และกับทุกๆ คน







