posttoday
‘ กรณ์-ประสาร’          จับสัญญาณวิกฤตศก.

‘ กรณ์-ประสาร’ จับสัญญาณวิกฤตศก.

25 มิถุนายน 2560

ชีวารัตน์ กิจนภาธนพงศ์รณ์ จาติกวณิช อดีต รมว.คลัง และประสาร ไตรรัตน์วรกุล อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ร่วมเสวนา "20 ปีวิกฤตต้มยำกุ้ง : อดีตสู่อนาคต" จัดโดย บลน.อินฟินิติ โดยการเสวนาชี้ให้เห็นว่า แม้ไทยจะยังไม่มีแนวโน้มจะเกิดวิกฤตเหมือนปี 2540 แต่ก็มีความเสี่ยงหลายอย่างที่ต้องระวัง และน่ากังวล

ชีวารัตน์ กิจนภาธนพงศ์

รณ์ จาติกวณิช อดีต รมว.คลัง และประสาร ไตรรัตน์วรกุล อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ร่วมเสวนา "20 ปีวิกฤตต้มยำกุ้ง : อดีตสู่อนาคต" จัดโดย บลน.อินฟินิติ โดยการเสวนาชี้ให้เห็นว่า แม้ไทยจะยังไม่มีแนวโน้มจะเกิดวิกฤตเหมือนปี 2540 แต่ก็มีความเสี่ยงหลายอย่างที่ต้องระวัง และน่ากังวล

ทั้งนี้ กรณ์ กล่าวว่า ประเทศไทยต้องจับตามองปัญหาความเสี่ยงปัญหาการก่อหนี้ระดับโลก โดยเฉพาะประเทศสหรัฐอเมริกา ยุโรป และจีน ที่มีภาระหนี้สิ้นสูงขึ้น ซึ่งหากประเทศต่างๆ เหล่านี้เกิดปัญหาวิกฤตแล้วจะส่งผลกระทบลามทั่วโลก โดยเฉพาะไทยย่อมได้รับผลกระทบตามไปด้วย

"เศรษฐกิจไทยในปัจจุบันการส่งออกเริ่มฟื้นตัว ภาคการเงินมั่นคงระดับหนึ่ง เศรษฐกิจมหภาคทุกตัวดีขึ้น แต่ประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่มีความรู้สึกว่า มีรายได้เพิ่มขึ้นจากเศรษฐกิจที่รัฐบาลบอกว่าดีขึ้นแล้ว" กรณ์ กล่าว

สำหรับความเสี่ยงสำคัญของไทยคือ ขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ การเปลี่ยนผ่านจากเศรษฐกิจไทยจาก 3.0 เป็น 4.0 รวมถึงการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ การปฏิรูประบบราชการ และรัฐวิสาหกิจ การปฏิรูปการศึกษา ซึ่งหลายเรื่องมีผลต่อการเพิ่มประสิทธิภาพและขีดความสามารถการแข่งขันของไทยและเป็นปัจจัยสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ นอกจากนี้ในอนาคตจะมีการเลือกตั้ง จะต้องจับตาว่ารัฐบาลใหม่จะมีนโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างไรด้วย

"เศรษฐกิจไทยไม่มีสัญญาณฟองสบู่ที่จะเกิดวิกฤต แต่ที่น่ากังวลคือขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศ ที่จะทำให้เศรษฐกิจเติบโต โดยปกติก่อนที่ฟองสบู่จะแตก จะต้องมีการเติบโตก่อน แต่ประเทศที่ไม่มีการเติบโต ก็ไม่มีความเสี่ยง เราอาจจะอยู่ในภาวะที่ไม่มีฟองสบู่ เพราะเราไม่โต นี่คือสิ่งที่น่ากังวลมากที่สุด" กรณ์ กล่าว

นอกจากนี้ สิ่งสำคัญคือ การแก้ปัญหาต่างๆ เราต้องคิดเองให้ได้ อย่าเต้นตามคนอื่น ขณะที่แนวทางแก้ปัญหาวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์โดยการอัดฉีดสภาพคล่อง หรือคิวอี อาจก่อให้เกิดวิกฤตครั้งใหญ่ในอนาคตได้ เพราะสภาพคล่องที่ล้นตลาด ทำให้ตรรกะในการบริหารความเสี่ยงในการลงทุนเพี้ยนไป มีการนำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยง เช่น พันธบัตรอายุ 100 ปีของอาร์เจนตินา ดอกเบี้ย 8% มีการจองซื้อเกินจำนวน ทั้งที่อาร์เจนตินาเบี้ยวหนี้หลายหน เป็นต้น สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นเพราะเงินมันล้นจากคิวอีของ สหรัฐ ญี่ปุ่น ยุโรป

ด้าน ประสาร กล่าวว่า หวังว่าประเทศไทยคงจะไม่เจอปัญหาเหมือนวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 โดยตลอด 20 ปีที่ผ่านมาประเทศไทยได้แก้ไขไปพอสมควร และปัจจุบันมีเงินทุนสำรองเพียงพอ ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล นโยบายค่าเงินบาทมีความยืดหยุ่นมากขึ้นและสถาบันการเงินมีความเข้มแข็งมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ไทยก็ยังมีจุดอ่อนสำคัญที่จะต้องระวังคือ 1.ความชะล่าใจ ความประมาท ต้องแก้ไขด้วยความรอบคอบมากขึ้น และ 2.การทำอะไรตามอำเภอใจ ซึ่งต้องแก้ไขด้วยความมีเหตุผลมากขึ้น

ประสาร กล่าวว่า เรื่องมายด์เซต (Mindset) ก็สำคัญ ต้องบังคับอย่าให้เกิดความชะล่าใจ ดูอะไรให้รอบคอบ โดยการป้องกันการเกิดวิกฤต มี 3 คาถา คือ 1.ดูให้ดี ตรงไหนมีจุดอ่อนก็ทำให้เข้มแข็งขึ้น 2.ทนทาน ทำอะไรก็คิดให้ทนทาน วางสมมติฐาน แล้ววางแผนรองรับ และ 3.ต้องยืดหยุ่น ปรับตัวได้เร็ว ทั้งนโยบายรัฐและแผนงานของเอกชน เพราะไม่มีใครรู้อนาคต หรือทำนายได้อย่างแม่นยำ

"ที่ผ่านมามีคนถามผมอยู่เรื่อยว่า จะเกิดวิกฤตอีกหรือไม่ ซึ่งเมื่อไหร่ที่มีประโยคว่า จะไม่เกิด มันจะเกิด เพราะโลกเปลี่ยนแปลงตลอด และวิกฤตมาได้หลายรูปแบบ เมื่อปี 2540 มาในรูปแบบอัตราแลกเปลี่ยน และธนาคารพาณิชย์ แต่วิกฤตสหรัฐมาในรูปเอ็นพีแอลของสถาบันการเงิน ที่ผ่านมาแม้เราทำเรื่องต่างๆ ไปเยอะ แต่ก็ยังมีช่องให้พัฒนาอีกมาก เพราะเศรษฐกิจจริงเรามีจุดอ่อนเยอะมาก" ประสาร กล่าว

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ