
เศรษฐกิจภายในอ่อนแรงพลาดเป้าโตเต็มศักยภาพ
เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยงศรษฐกิจไทยปี 2560 กำลังเข้าสู่ครึ่งปีหลัง ซึ่งมีความท้าทายไม่น้อยไปกว่าครึ่งปีแรก เนื่องจากเศรษฐกิจโลกยังผันผวน และเศรษฐกิจภายในของประเทศที่ยังไม่แข็งแรง
เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง
ศรษฐกิจไทยปี 2560 กำลังเข้าสู่ครึ่งปีหลัง ซึ่งมีความท้าทายไม่น้อยไปกว่าครึ่งปีแรก เนื่องจากเศรษฐกิจโลกยังผันผวน และเศรษฐกิจภายในของประเทศที่ยังไม่แข็งแรง
แม้ว่าเศรษฐกิจไทยครึ่งปีแรก 2560 จะขยายตัวได้ดี โดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รายงานการขยายตัวเศรษฐกิจไตรมาสแรกที่ 3.3% มากกว่าที่หลายฝ่ายประมาณการไว้ นอกจากนี้ กระทรวงการคลังยังมั่นใจว่าเศรษฐกิจไตรมาสสองจะขยายตัวได้มากกว่าไตรมาสแรก และคาดว่าทั้งปีจะขยายตัวได้ 3.6%
แต่สำหรับครึ่งปีหลัง เศรษฐกิจยังขยายตัวได้ต่อเนื่อง แต่อาจจะขยายตัวไม่ได้แรงเหมือนครึ่งปีแรก เพราะครึ่งปีหลังเศรษฐกิจมีแรงส่งมาจากปัจจัยภายนอกประเทศ ส่วนแรงส่งภายในประเทศยังอ่อนแรง ทั้งการลงทุน ภาคเอกชน และการลงทุนภาครัฐ ที่ล่าช้ากว่าที่ตั้งเป้าไว้
สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐกิจการเมือง มองว่า เศรษฐกิจไทยยังขยายตัวได้ดี แต่เป็นการขยายตัวที่ได้แรงขับเคลื่อนจากเศรษฐกิจโลก ส่วนเศรษฐกิจภายในประเทศยังไม่สามารถเป็นแรงขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้สูงอย่างที่ควรเป็น เพราะประเทศไทยมีปัญหาเชิงโครงสร้างขีดความสามารถการแข่งขันที่ลดลง
ทั้งนี้ หากประเมินเศรษฐกิจโลก ในครึ่งปีหลัง 2560 จะเห็นได้ชัดเจนว่าเศรษฐกิจของประเทศใหญ่ๆ ขยายตัวได้ดีขึ้นทั้งเศรษฐกิจสหรัฐที่ฟื้นตัวได้ ต่อเนื่อง จนธนาคารกลางของสหรัฐ หรือ เฟด เพิ่งประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ไปสู่ระดับ 1.00-1.25% พร้อมกับส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในปีนี้ และในปีหน้า อีก 3 ครั้ง
ขณะที่เศรษฐกิจของประเทศยุโรป กำลังฟื้นตัวได้ดีกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ แม้ว่ายังไม่มีการปรับขึ้นดอกเบี้ยอย่างสหรัฐอเมริกา แต่ก็ ได้มีการลดการอัดฉีดสภาพคล่องเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจลดลง ซึ่งแสดงให้ เห็นการฟื้นตัวที่ดีขึ้นต่อเนื่อง จะมีปัญหากระทบสำคัญก็คงเป็นเรื่องภัยก่อการร้ายที่เริ่มขยายวงกว้างและ มีความถี่มากขึ้น
ด้านเศรษฐกิจของประเทศญี่ปุ่น มาตรการฟื้นเศรษฐกิจของนายกรัฐมนตรีคนใหม่ทำให้เศรษฐกิจครึ่งปีแรกขยายตัวได้มากขึ้นในรอบหลายปี จากการใช้มาตรการทางการคลังและการเงิน ส่วนเศรษฐกิจของประเทศจีนไตรมาสแรกขยายตัวได้สูงถึง 6.7% ทำให้ทั้งปีคาดว่าจะขยายตัวได้ระดับ 6.6-6.7%
เมื่อพิจารณาจากเศรษฐกิจโลก ที่ขยายตัวได้ดีขึ้นอย่างมาก โดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ ไอเอ็มเอฟ คาดว่าเศรษฐกิจปี 2560 จะขยายตัวได้ 3.4-3.5% ส่งผลดีกับเศรษฐกิจไทยอย่างมาก โดยเฉพาะการส่งออกของไทยในช่วงครึ่งปีแรกขยายตัวได้สูงกลับมาเป็นบวกหลังจากที่ขยายตัวติดลบมาหลายปี
ทั้งนี้ มีการประมาณการว่าการ ส่งออกของไทยปีนี้จะขยายตัวได้ระดับ 3% ซึ่งมากกว่าหลายปีในช่วงที่ผ่านมา เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทย แต่หากเทียบในอดีตที่การส่งออกเคยขยายตัวได้สูงถึง 10-20% ทำให้เห็นว่าการส่งออกที่ดีขึ้นนั้น ยังแย่ลงกว่าอดีตที่ผ่านมา เป็น ผู้ส่งออกของไทยสูญเสียขีดความสามารถในการแข่งขันไปอย่างมาก สินค้าที่เป็นความต้องของตลาดโลกที่มีมูลค่าสูง ประเทศไทยยังไปไม่ถึง ส่วนสินค้าราคาถูกซึ่งเป็นสินค้าส่งออกส่วนใหญ่ของไทย ก็มีคู่แข่งจำนวนมากทำให้การขายสินค้าดังกล่าวไม่ได้ง่าย
การส่งออกของไทยจึงสะท้อนการขยายตัวเศรษฐกิจไทยได้เป็นอย่างดีได้ดีจากเศรษฐกิจโลก แต่เศรษฐกิจภายในประเทศยังมีปัญหาไม่แข็งแรง ซึ่งเป็นความท้าทายของการขยายตัวเศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลัง
นอกจากนี้ เศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังยังมีความท้าทายจากภาคเอกชนที่ยังไม่ยอมขยายการลงทุน แม้ว่ารัฐบาลจะมีมาตรการภาษีกระตุ้นการลงทุนภาคเอกชนในปี 2559 ให้หักลดหย่อนได้ 2 เท่า และปี 2560 หักได้ 1.5 เท่า แต่ปรากฏว่าไม่ได้ดึงให้เอกชนลงทุนได้มากอย่างที่รัฐบาลคาดหวัง
ขณะเดียวกันโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษ ที่รัฐบาลผลักดันมาเพื่อดึงการลงทุนภาคเอกชน ก็ไม่มีเอกชนสนใจ โดยการเปิดซองประมูลเขตเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดหนองคาย และจังหวัดมุกดาหาร มีผู้ประกอบการสนใจยื่นซองประมูลจังหวัดละ 1 แห่งเท่านั้น
ด้านระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ อีอีซี ที่รัฐบาลดันขึ้นมาดึงการลงทุนภาคเอกชนแทนเขตเศรษฐกิจพิเศษ ก็ยังต้องใช้เวลาดำเนินการอีกหลายปีถึงจะเห็นผล เนื่องจากยังต้องสร้างโครงสร้างพื้นฐานอีกมาก ดังนั้นเขตเศรษฐกิจพิเศษ และโครงการอีอีซี จึงไม่ได้ช่วยเศรษฐกิจไทยในครึ่งปี 2560 ได้
แม้แต่การลงทุนภาครัฐ ที่มีการเร่งการลงทุนขนาดใหญ่ด้านคมนาคม 1.7 ล้านล้านบาท การเร่งเบิกจ่ายงบประมาณ การเพิ่มงบลงทุนในงบประมาณปี 2561 ที่กำลังพิจารณา กันอยู่ เพื่อดันให้เศรษฐกิจไทยใน ครึ่งปีหลังขยายตัวได้สูง แม้ว่าการ เบิกจ่ายจะดีขึ้นแต่ก็ยังน้อยกว่าที่รัฐบาลคาดหวังไว้
การลงทุนภาคเอกชนที่น้อยขยายตัวได้ช้า การเร่งลงทุนโครงการขนาดใหญ่ที่ไม่ได้ตามเป้าหมาย ล้วนเป็นปัญหาจากเศรษฐกิจภายในประเทศ ที่ทำให้เศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังขยายตัวได้ไม่มาก
ขณะเดียวกันการบริโภคภาคเอกชนยังขยายได้ต่ำ เนื่องจากรายได้ภาคการเกษตรยังต่ำ เศรษฐกิจที่ขยายตัวได้ไม่สูง ทำให้กำลังซื้อของผู้บริโภคต่ำ โดยเฉพาะเศรษฐกิจฐานราก ทำให้รัฐบาลทำโครงการลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อย เพื่ออัดฉีดมาตรการช่วยเหลือเป็นวงเงิน 8 หมื่นล้านบาท ในช่วงปลายปีนี้ ซึ่งจะเป็นแรงส่งสำคัญของเศรษฐกิจครึ่งปีหลัง
นอกจากนี้ ค่าเงินบาทที่แข็งค่ามากขึ้น ก็กำลังกระทบการส่งออกของไทยที่กำลังดีขึ้น กลายเป็นปัจจัยลบที่ไมได้คาดการณ์มาก่อน ซึ่งรัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ กำชับให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ดูแลการแข็งค่าของเงินบาทอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้กระทบกับขีดความสามารถการแข่งขันมากไปกว่านี้
ยังมีปัจจัยภายในประเทศที่กระทบกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ คือ เสถียรภาพการเมืองที่เริ่มมีการต่อต้านการทำงานของรัฐบาลมากขึ้น ทำให้รัฐบาลทำงานได้ยากลำบาก รวมถึงโรดแมปการแก้ปัญหาของประเทศต้องมีการเลือกตั้งใหม่ภายใน 1-2 ปี ข้างหน้า ทำให้นักลงทุนชะลอการลงทุนออกไปอีก เพื่อรอดูรัฐบาลใหม่ ว่า มีนโยบายเศรษฐกิจอย่างไร เพื่อ ให้การลงทุนเกิดผลกำไรมากที่สุด
ดังนั้น เศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลัง 2560 แม้ว่ายังขยายตัวได้ต่อเนื่อง เพราะแรงขับเคลื่อนของเศรษฐกิจโลก แต่เศรษฐกิจภายในประเทศยังมีปัญหาอ่อนแรง ทำให้ครึ่งปีหลังขยายตัวได้เพิ่มไม่มาก และทำให้เศรษฐกิจทั้งปียังไม่สามารถขยายตัวได้เต็มศักยภาพที่ระดับ 4-5% ตามที่รัฐบาลคาดหวังไว้ n







