posttoday
กลุ่มสื่อ MAJOR เด่น

กลุ่มสื่อ MAJOR เด่น

16 กันยายน 2553

....เจียรนัย อุตะมะ

บริษัท นีลเส็น มีเดีย รีเสิร์ช รายงานมูลค่าโฆษณาของเดือน ส.ค. เติบโต 9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 3% จากเดือน ก.ค. สื่อโรงภาพยนตร์ได้งบโฆษณาเพิ่มขึ้นมากที่สุด ส่งผลให้นักวิเคราะห์มีมุมมองที่ดีต่อกลุ่มสื่อในปีนี้ และชอบบริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป (MAJOR) เป็นพิเศษ

บล.กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ประเมินว่า กลุ่มสื่อซึ่งส่วนใหญ่มีรายได้มาจากค่าโฆษณาจะยังคงมีผลประกอบการเติบโตดี หุ้นแนะนำในกลุ่มสื่อ คือ MAJOR (ราคาเป้าหมาย 15.20 บาท) โดยคาดว่าผลการดำเนินงานจะถูกผลักดันจากรายได้ภาพยนตร์ที่เพิ่มขึ้น จากการใช้กลยุทธ์ด้านราคาและการที่ภาพยนตร์หลายเรื่องได้รับการตอบรับดี อีกทั้งรายได้จากธุรกิจโฆษณาก็มีการฟื้นตัวขึ้น

ส่วนบริษัท บีอีซีเวิลด์ (BEC) และบริษัท อสมท (MCOT) นั้น แนะนำซื้อเมื่ออ่อนตัว เนื่องจากผลประกอบการยังมีแนวโน้มดีตามอุตสาหกรรมโฆษณาที่ขยายตัว แต่ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมาใกล้เคียงราคาเป้าหมายที่ 34 บาท และ 28 บาทแล้ว

ด้านนักวิเคราะห์ บล.ทิสโก้ เชื่อว่าค่าใช้จ่ายด้านโฆษณามีแนวโน้มที่ดีในครึ่งปีหลังและปีหน้าจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจ นอกเหนือจากสินค้าบริโภคแล้วสถาบันการเงินและอุตสาหกรรมยานยนต์มีการเร่งการใช้จ่ายด้านโฆษณามากขึ้นในครึ่งปีหลัง เนื่องจากการเปิดตัวโมเดลใหม่และการแข่งขันด้านดอกเบี้ยของธนาคาร จึงคาดว่าการโฆษณาทางโทรทัศน์จะเติบโต 12% ในปีนี้ (จากเดิม 8%) และ 6% สำหรับปีหน้า พร้อมการใช้จ่ายด้านโฆษณาจากกลุ่มสื่อสารเพิ่มขึ้น

ค่าใช้จ่ายด้านโฆษณาทางโทรทัศน์โตด้วยตัวเลข 2 หลัก 16% ในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา แม้ว่ามีโอกาสที่จะลดลงในไตรมาส 3 ตามปัจจัยด้านฤดูกาล แต่ด้วยแนวโน้มทางเศรษฐกิจที่ดี อีกทั้งการประกาศปรับขึ้นอัตราค่าโฆษณาของ BEC และอาจจะตามมาด้วยช่องอื่นๆ น่าจะผลักดันการขยายตัวในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้และปีต่อไป อย่างไรก็ตามการโฆษณาผ่านทางวิทยุและสื่อกลางแจ้งยังคงลดลง 3% และ 6% จากช่วงเดียวกันปีก่อนตาม

บล.ทิสโก้ ทบทวนสมมติฐานและปรับประมาณการผลประกอบการ BEC และ MCOT สำหรับปี 25532555 ขึ้น 29% จากแนวโน้มอุตสาหกรรมโทรทัศน์ที่แข็งแกร่งกว่าคาด การปรับขึ้นอัตราค่าโฆษณา อย่างไรก็ตาม อาจจะเห็นการพัฒนาในโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม/เคเบิล (ในแง่การโฆษณาและช่องใหม่) แต่เราไม่คาดว่าจะมีผลกระทบต่ออุตสาหกรรมมากนักในระยะสั้นกลาง จึงปรับราคาเป้าหมายสำหรับ BEC และ MCOT มาอยู่ที่ 37 บาท และ 26 บาท จากเดิม 32 บาท และ 22.5 บาท ตามลำดับ แม้ว่าราคาหุ้นของ BEC จะปรับขึ้นอย่างมากถึง34% นับตั้งแต่ต้นปี

สำหรับ BEC เทียบกับดัชนีหุ้นไทย +25% แต่มูลค่าหุ้น BEC ยังคงน่าสนใจด้วยซื้อขายในระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต ดังนั้นเราแนะนำ “ซื้อ” สำหรับ BEC และแนะนำ “ถือ” สำหรับ MCOT เนื่องจากความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบ แม้คาดว่าจะมีอัตราผลตอบแทนเงินปันผลสูง 7% สำหรับปี 2554 ก็ตาม

นักวิเคราะห์ บล.ธนชาต ให้ความเห็นว่าตัวเลขที่ออกมาเป็นเครื่องยืนยันได้ว่ารายได้ค่าโฆษณาไตรมาส 3 ของ MAJOR ได้ผ่านจุดต่ำสุดและน่าจะเพิ่มขึ้นช่วงฤดูกาลใช้จ่ายโฆษณามาก ขณะที่ธุรกิจโรงภาพยนตร์ก็ประสบความสำเร็จสูงจากภาพยนตร์ไทย 2 เรื่อง ทำรายได้เหนือความคาดหมายเกิน 100 ล้านบาท

บริษัท บีอีซีเวิลด์ จะได้อานิสงส์จากงบโฆษณาของช่อง 3 ที่เพิ่มขึ้น 11% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากผู้ซื้อโฆษณารายใหญ่อย่างยูนิลีเวอร์และพีแอนด์จีสะท้อนถึงกำลังซื้อที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง

ส่วนในไตรมาส 4 คาด BEC จะรับรู้รายได้เพิ่มจากปรับค่าโฆษณาขึ้น แม้ว่าจะน้อยในไตรมาส 3 แต่คาดว่าผลประกอบการของกลุ่มบันเทิงจะเติบโตจากไตรมาสก่อนหน้า ดังนั้นจึงแนะนำ “ทยอยสะสม” BEC ราคาเป้าหมาย 38 บาท และ MAJOR ให้เป้าหมาย 18 บาท)

โฆษณาทางโทรทัศน์และโรงภาพยนตร์เติบโตโดดเด่น แม้จะเข้าสู่ช่วงค่าใช้จ่ายโฆษณาน้อยแต่เม็ดเงินโฆษณาในเดือน ส.ค. กลับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยเติบโต 9.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนเป็น 8,542 ล้านบาท มีสาเหตุมาจากการขยายตัวต่อเนื่องของสื่อโฆษณาหลัก คือ สื่อโทรทัศน์ ซึ่งเติบโต 14.5%

ขณะที่โฆษณาทางโรงภาพยนตร์เพิ่มขึ้น 21.7%

สำหรับผู้ใช้งบรายใหญ่ที่สุดในประเทศ คือ Unilever (ยูนิลีเวอร์) มีการใช้โฆษณาเพิ่มขึ้น 33% ส่วนภาครัฐ คือ สำนักนายกรัฐมนตรีก็ใช้งบโฆษณาสูงเป็นอันดับ 3 รองจากยูนิลีเวอร์และพีแอนด์จี โดยใช้เม็ดเงินเพิ่มขึ้น 49% เม็ดเงินโฆษณาทางโทรทัศน์ในเดือน ส.ค. เพิ่มขึ้น 14.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนเป็น 5,151 ล้านบาทโดยสูงเป็นอันดับ 2 รองจากเดือน มิ.ย. ซึ่งโฆษณาสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 5,322 ล้านบาท

ทั้งนี้ ช่อง 7 เป็นสถานีที่ยังมีอัตราการเติบโตสูงสุด คือ 28.6% เนื่องจากฐานที่ต่ำจากการถอนโฆษณาของยูนิลีเวอร์ในปีที่แล้ว แต่กลับมาใช้งบโฆษณาในปีนี้ ทำให้ส่วนแบ่งตลาด เพิ่มขึ้นจาก 28.1% มาเป็น 31.6% ช่อง 9 มีอัตราการเติบโตสูงเป็นอันดับ 2 ที่ระดับ 19.4% จากการปรับผังรายการทำให้ได้รับความนิยมสูงขึ้น และการปรับขึ้นค่าโฆษณาในบางรายการ

ส่วนช่อง 3 มีการเติบโต 10.6% จากอัตราการใช้เวลาโฆษณาที่สูงขึ้น และการทยอยปรับขึ้นค่าโฆษณา

MAJOR เป็นหุ้นเด่นในกลุ่มสื่อ ในช่วงเดือน ม.ค.–ส.ค. เติบโต 12.5% เป็น 64,545 ล้านบาท และยังมีแนวโน้มขยายตัวในช่วงที่เหลือของปีนี้ และปีหน้า

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี