posttoday
แอสเซทพลัส’มองหุ้นพักฐานรอซื้อ830-850

แอสเซทพลัส’มองหุ้นพักฐานรอซื้อ830-850

16 กันยายน 2553

โพสต์ทูเดย์ — บลจ.แอสเซท พลัส มองหุ้นปรับฐานโอกาสลงแถว 830850 จุด ชี้จังหวะลงทุน จ่อออกกองทุนใหม่เก็บ

นางลดาวรรณ เจริญรัชต์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) แอสเซท พลัส เปิดเผยว่า บริษัทคาดว่าในระยะสั้นตลาดหุ้นไทยอาจเข้าสู่การปรับฐาน เนื่องจากระดับการซื้อขายปัจจุบันได้สะท้อนสัดส่วนราคาต่อกำไร (พีอี) ที่ระดับ 13.2 เท่า ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยในภูมิภาคนี้แล้ว ซึ่งหากตลาดปรับฐานน่าจะมีโอกาสลดลงมาที่ระดับ 830850 จุด และเป็นจังหวะที่ดีสำหรับการกลับเข้าไปลงทุน

ทั้งนี้ นักลงทุนควรเลือกหุ้นรายตัวจากปัจจัยพื้นฐาน และเน้นหุ้นที่คาดว่าจะมีการขยายตัวของกำไรสุทธิในปี 2553–2554 เช่น กลุ่มพลังงาน และกลุ่มปิโตรเคมี รวมถึงหุ้นที่มีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูง ได้แก่ กลุ่มอาหาร และกลุ่มสื่อสาร

“มุมมองระยะยาวตลาดหุ้นยังอยู่ในเชิงบวก คาดว่าเงินทุนไหลเข้ามีต่อเนื่อง จากเศรษฐกิจไทยที่แข็งแกร่งและผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนที่เติบโตอยู่ที่ 2025% ประกอบกับความชัดเจนกรณีมาบตาพุดหลังจากที่ศาลปกครองกลางมีคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตโครงการในพื้นที่มาบตาพุดเพียง 2 โครงการ จาก 76 โครงการที่ถูกระงับการดำเนินกิจการชั่วคราว ในขณะที่การปรับตัวเพิ่มขึ้นของตลาดที่ผ่านมาก็ยังต่ำกว่าระดับค่าเฉลี่ยในระยะยาว โดยรวมดัชนีมีโอกาสปรับตัวขึ้นสู่ 1,000 จุดได้หลังช่วงปรับฐานดังกล่าว” นางลดาวรรณ กล่าว

บริษัทอยู่ระหว่างรอจังหวะเสนอขายครั้งแรกของกองทุนเปิดแอสเซท พลัส สมาร์ท 7 (ASPSMART 7) ช่วงปลายเดือน ก.ย.นี้ เพื่อทยอยเข้าลงทุนเมื่อราคาหุ้นปรับตัวลงจนน่าสนใจ

“เป็นกองทุนผสม มีอายุโครงการ 1 ปี มีเป้าหมายสร้างผลตอบแทน 10% ของเงินลงทุนเริ่มแรก โดยจะทยอยทำกำไรด้วยวิธีรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติ เมื่อมูลค่าหน่วยลงทุนผ่านระดับ 10.50 บาท และปิดกองทุนเมื่อผ่านระดับ 11 บาท หรือเมื่อครบกำหนดอายุกองทุน แล้วแต่เหตุใดเกิดก่อน” นางลดาวรรณ กล่าว

สำหรับนโยบายการลงทุนของกองทุน ASPSMART7 สามารถปรับสัดส่วนการลงทุนระหว่างตราสารทุนและตราสารหนี้ในประเทศได้ 0100% ทำให้กองทุนมีความยืดหยุ่นในด้านการลดสัดส่วนการลงทุนในหุ้น เพื่อหาจังหวะเข้าลงทุนในช่วงที่ตลาดเหมาะสม

อยงไรกตมอย่างไรก็ตามช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาดัชนีหุ้นปรับตัวขึ้น 15.20% ซึ่งถือเป็นการปรับตัวสูงกว่าตลาดอื่นๆ ในภูมิภาค จากกระแสเงินทุนไหลเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทย และนักลงทุนรายย่อยในประเทศที่มองเห็นโอกาสการลงทุนใน SET Index เริ่มกลับเข้ามาลงทุนในตลาด สะท้อนจาก มูลค่าการซื้อขายที่มากกว่าวันละ 40,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ การปรับตัวของดัชนีตลาดหลักทรัพย์ช่วงนี้ได้ส่งผลให้ กองทุนเปิดแอสเซทพลัสสมาร์ท (ASPSMART) และกองทุนแอสเซทพลัสสมาร์ท 2 (ASPSMART2) สามารถจ่ายคืนผลตอบแทนด้วยการับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนได้อีกกองทุนละ 0.50 บาท ต่อหน่วย รวมคิดเป็นอัตราการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัตินับตั้งแต่จัดตั้งกองทุนเท่ากับ 105% และ 35% ของเงินลงทุนเริ่มแรก

นางลดาวรรณ กล่าวว่า การที่ตลาดได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากในช่วงที่ผ่านมา สะท้อนผลประกอบการไตรมาสที่ 2 ที่ออกมาสูงกว่าที่นักวิเคราะห์ประเมินไว้ในหลายธุรกิจ ขณะที่แนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 3 โดยรวมน่าจะดีต่อเนื่อง

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี