
พ่อค้ารายย่อยปิดกิจการชั่วคราวหลังราคายางตกต่ำ
พ่อค้ายางใต้ทยอยปิดกิจการ หลังกว้านซื้อสินค้าตุนเก็งกำไรแต่ราคาวูบขาดทุนยับ
พ่อค้ายางใต้ทยอยปิดกิจการ หลังกว้านซื้อสินค้าตุนเก็งกำไรแต่ราคาวูบขาดทุนยับ
นายสมพร ดียวง ผู้จัดการสหกรณ์ยางบ้านพรุนายขาว อ.ตะโหมด จ.พัทลุง เปิดเผยว่า ขณะนี้กลุ่มพ่อค้ายางรายเล็ก รายกลาง และรายขนาดใหญ่ ในพื้นที่ภาคใต้ต่างทยอยปิดกิจการชั่วคราว หลังจากกว้านซื้อยางพาราแผ่นดิบและยางรมควันหวังซื้อสินค้ากักตุนไว้เก็งกำไร แต่ราคาตกต่ำทำให้ขาดทุนยับ บางรายขาดทุนไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท จากซื้อมาราคา 59 บาท/กิโลกรัม แต่ราคาขายออกเหลือ 53 บาท ทำให้ขาดทุนทันที 6 บาท
“กลุ่มพ่อค้าโดยเฉพาะ จ.พัทลุง ถือเป็นศูนย์กลางการค้ายางรายใหญ่ ที่เคยมีเกือบ 40 ราย แต่ทยอยปิดกิจการชั่วคราวเป็นจำนวนมาก บางอำเภอเหลือพ่อค้าไม่ถึง 3 ราย ปัจจัยสำคัญคือราคาไม่นิ่ง ขณะที่ซื้อราคาสูง แต่ตอนออกขายราคาลดลง ขาดทุนยับ” นายสมพร กล่าว
อย่างไรก็ตาม การแก้ปัญหายางตกต่ำในปัจจุบันนี้ทางสถาบันเกษตรกรในภาคใต้จำนวนหลายแห่งได้พัฒนาแปรรูปผลิตภัณฑ์ยาง ทำการตลาด และส่งออกเอง ประกอบด้วยที่ จ.พัทลุง ตรัง สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และยะลา เพราะสามารถเก็บยางได้ถึง 3 หมื่น กก./แห่ง ซึ่งในพื้นที่ภาคใต้มีหลายร้อยแห่งจะสามารถเก็บยางได้หลายหมื่นตัน หากราคาตกต่ำก็สามารถพยุงธุรกิจไปได้เพราะจะใช้เงินทุนไม่มาก
นายทศพล ขวัญรอด ประธานภาคีเครือข่ายชาวสวนยางและปาล์มน้ำมันแห่งประเทศไทย (คยปท.) กล่าวว่า สถานการณ์ยางภาคใต้มีปริมาณน้อย แต่ราคาลดลงทุกวัน บ่งชี้ว่าการยางมีกลุ่มอิทธิพลแทรกแซงราคาทำให้ผันผวนตลอดรัฐต้องเข้าไปจัดการกลุ่มอิทธิพลดังกล่าว







