posttoday
ยังผันผวนแรง...แนะลดพอร์ตช่วงขึ้น

ยังผันผวนแรง...แนะลดพอร์ตช่วงขึ้น

16 กันยายน 2553

....พงศ์ภัทร ศิริพิพัฒน์

ตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์ที่ผ่านมาแกว่งตัวผันผวนขึ้นและลงแรงมาก โดยมีแรงเทขายออกมามากในช่วงวันอังคารที่ผ่านมา จากความกังวลในตลาดว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อาจจะออกมาตรการป้องกันการแข็งค่าของเงินบาทที่แข็งค่าเร็ว ก่อนที่ทาง ธปท. จะออกมากล่าวในวันพุธว่าไม่ได้มีการสั่งหรือมีคำแนะนำให้เปลี่ยนแนวทางในการดำเนินการไปจากเดิม ส่งผลให้ตลาดหุ้นที่ปรับตัวลงแรงเกือบ 19 จุดกลับมาปิดแทบไม่เปลี่ยนแปลง

ปัจจุบันตลาดยังคงให้ความสำคัญกับประเด็นค่าเงินในระดับสูง เนื่องจากเงินไหลเข้ารอบนี้ส่วนหนึ่งมาจากการเก็งกำไรค่าเงิน นักลงทุนต่างชาติและนักลงทุนสถาบันยังคงมียอดขายสุทธิในสัปดาห์นี้

ส่วนปัจจัยที่คาดว่าจะมีผลต่อตลาดในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ยังคงเป็นปัจจัยเรื่องค่าเงินบาทและการเมือง โดยทาง KGI คาดว่าหากมีการออกมาตรการสกัดการเก็งกำไร คาดว่าจะไม่ได้เป็นมาตรการที่เข้มงวดเช่นเดียวกับมาตรการควบคุมเงินไหลเข้าในครั้งก่อน เนื่องจากการแข็งค่าของค่าเงินบาทในรอบนี้เป็นการแข็งค่าตามทิศทางในภูมิภาค และการใช้มาตรการเช่นเดียวกับครั้งก่อนมีผลกระทบรุนแรงเกินไป อาจจะมีการออกมาตรการบางอย่างที่มีผลกระทบต่อภาคส่วนอื่นจำกัดกว่าการควบคุมเงินไหลออกในครั้งก่อน

แต่ยังคงมองว่าทิศทางในระยะกลางยาว ค่าเงินบาทยังคงมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น โดยประเมินว่าสิ้นปีนี้มีโอกาสทดสอบ 30.3 บาท/เหรียญสหรัฐ และ 28.90 บาท/เหรียญสหรัฐในปลายปี 2554 โดยหากค่าเงินบาทยังแข็งค่า เรายังมองว่าในระยะกลางยาวยังเป็นผลบวกต่อเงินทุนไหลเข้าและส่งผลบวกต่อหุ้น

ปัจจัยทางด้านการเมือง การชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงในวันที่ 19 ก.ย.นี้ น่าจะเป็นสิ่งที่ตลาดให้ความสนใจ โดยทางราชการได้มีความระมัดระวังต่อเหตุการณ์ความไม่สงบในระยะนี้ ซึ่งคาดว่าตลาดมีความระมัดระวังในช่วงพงศ์ภัทร ศิริพิพัฒนืปลายสัปดาห์ และอาจจะออกมาในลักษณะของการไม่ถือข้ามสัปดาห์ หรือขายก่อนค่อยซื้อกลับในช่วงวันศุกร์หรือวันจันทร์

ส่วนแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐเริ่มกลับมาเป็นบวก ยอดค้าปลีกสหรัฐปรับตัวขึ้นต่อเนื่องติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 โดยในเดือน ส.ค. ออกมาปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.4% มากกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 0.3% ในขณะที่การจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐลดลงน้อยกว่าที่ตลาดคาดไว้ว่าจะลดลง 1.2 แสนตำแหน่ง ออกมาลดลงเพียง 5.4 หมื่นตำแหน่ง ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือน ส.ค. ที่ผ่านมาออกมาดี อยู่ที่ 53.5 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากที่คาดไว้ว่าจะอยู่ที่ 50 จุด ทำให้โดยรวมแล้วแนวโน้มเศรษฐกิจดีขึ้นแต่ก็ไม่วายมีข่าวลือในตลาดเงินถึงการ QE เพิ่มเป็นครั้งที่สอง ส่งผลให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่และค่าเงินเหรียญสหรัฐอ่อนค่าลง

ทางด้านเอเชียตัวเลขเศรษฐกิจจีนออกมาดี ยอดกำลังการผลิตอุตสาหกรรมออกมาดี ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 13.9% ในขณะที่ยอดค้าปลีกออกมาปรับตัวเพิ่มขึ้น 18.2% ดีกว่าที่ประเมินไว้ทั้งสิ้น

ส่วนทางด้านฝั่งยุโรปแม้ว่าจะมีการคาดการณ์ว่าจะมีการเพิ่มทุนของธนาคารขนาดใหญ่ แต่ตลาดก็เริ่มรับรู้ไปแล้ว โดยดอยช์แบงก์เป็นธนาคารกลุ่มแรกๆ ที่มีข่าวในการเพิ่มทุน ซึ่งเป็นการเพิ่มทุนเพื่อซื้อกิจการ ทำให้ภาพของสินทรัพย์เสี่ยงยังมีแนวโน้มที่ดี

ทิศทางเทคนิค ระยะสั้นจะมีแนวรับหลักถัดไปอยู่ที่บริเวณ 900 และ 880 จุด หากยังไม่สามารถกลับไปยืนเหนือ 930 จุดได้ การปรับตัวขึ้นยังเป็นการดีดกลับสั้นหลังจากอ่อนตัวลงแรง และยังมีโอกาสที่จะอ่อนตัวลงอีกโดยมีแนวรับได้ เป็นลักษณะของการพักฐาน

จากแนวโน้มข้างต้น คาดว่าตลาดหุ้นเริ่มมีความเสี่ยง จากประเด็นเรื่องค่าเงินบาทที่จะเริ่มชะลอการแข็งค่า แม้ว่าในช่วงสั้นทาง ธปท. ยังไม่มีการออกมาตรการใดๆ ที่จะสกัดการแข็งค่าเร็วของค่าเงินบาทก็ตาม

กลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้นักลงทุน ขายหุ้นออกช่วงปรับตัวขึ้น และรอดูการยืนเหนือ 930 จุด หากสามารถยืนเหนือได้แนวโน้มจึงจะเป็นบวก โดยยังให้จับตาค่าเงินบาทและยอดซื้อขายสุทธิของนักลงทุนต่างชาติประกอบการตัดสินใจ ในกรณีที่ยืนไม่อยู่ให้เน้นรอซื้อที่บริเวณ 880 จุดเป็นหลัก

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน