posttoday
เอ็กซิมแบงก์ชี้ช่อง เอสเอ็มอีรุกตลาดส่งออก

เอ็กซิมแบงก์ชี้ช่อง เอสเอ็มอีรุกตลาดส่งออก

24 มิถุนายน 2560

ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (เอ็กซิมแบงก์) โดย ขวัญใจ เตชเสนสกุล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิจัยธุรกิจ

โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจโพสต์ทูเดย์

ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (เอ็กซิมแบงก์) โดย ขวัญใจ เตชเสนสกุล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิจัยธุรกิจ ได้ออกบทวิจัย เรื่อง แนวโน้มเศรษฐกิจและการส่งออกไทยครึ่งหลังปี 2560 ระบุว่า เศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังมีโมเมนตัมเชิงบวกต่อเนื่องจากครึ่งปีแรก จะมีส่วนผลักดันให้เศรษฐกิจไทยทั้งปี 2560 ขยายตัวได้ราว 3.5% สูงสุดในรอบ 5 ปี

ทั้งนี้ เศรษฐกิจครึ่งปีหลังจะได้อานิสงส์จากปัจจัยเกื้อหนุน ทั้งโครงการลงทุนเมกะโปรเจกต์หลายโครงการที่เริ่มลงทุนในครึ่งปีหลัง และเริ่มมีเม็ดเงินไหลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ กำลังซื้อของเศรษฐกิจฐานรากผลักดันให้การบริโภคภาคเอกชนปรับตัวดีขึ้น การท่องเที่ยวที่เป็นเครื่องยนต์หลักอีกตัวหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สะท้อนได้จากสัดส่วนรายได้จากการท่องเที่ยวต่อจีดีพี ขยับเพิ่มขึ้นจากตัวเลขหลักเดียวในช่วง 10 ปีก่อน มาเป็นสูงกว่า 15% ในปัจจุบัน

สำหรับภาคการส่งออกได้กลับมาเป็นกลไกช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจอีกครั้ง หลังจากยอดการส่งออกหดตัวติดต่อกันถึง 3 ปี โดย 4 เดือนแรกของปีนี้ ขณะที่การนำเข้าสินค้าทุนและวัตถุดิบมาผลิตเพื่อการส่งออก กลับมาขยายตัวสูง หลังหดตัว 3 ปีติดต่อกัน สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการและการส่งออกที่มีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม การส่งออกที่มีแนวโน้มสดใส ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ผู้อยู่ในแวดวงการค้าระหว่างประเทศต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด อาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกในระยะถัดไป อาทิ กระแสการปกป้องทางการค้าที่ยังคงคุกรุ่น แม้ว่าท่าทีของสหรัฐจะผ่อนคลายลงในการปรับขึ้นภาษีกับประเทศคู่ค้าที่สหรัฐขาดดุล แต่สหรัฐอาจหยิบยกมาตรการที่มิใช่ภาษีมาลดการขาดดุลการค้าเป็นระยะๆ ได้

ขณะที่ภัยก่อการร้ายและความขัดแย้งระหว่างประเทศที่พร้อมจะปะทุขึ้นได้ตลอดเวลา บั่นทอนสัญญาณเชิงบวกของการค้าโลก รวมทั้งอัตราแลกเปลี่ยนมีความผันผวนและยากที่จะคาดการณ์

สำหรับมิติของผู้ประกอบการมีข้อมูลที่น่าสนใจ โดยเฉพาะเอสเอ็มอีที่เป็นกลุ่มลูกค้าสำคัญ พบว่า เอสเอ็มอีส่วนใหญ่ยังขาดทั้งอาวุธและเกราะกำบังในการรุกตลาดต่างประเทศ ทั้งที่เอสเอ็มอีมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยมากขึ้น เห็นได้จากสัดส่วนจีดีพีของเอสเอ็มอีเพิ่มขึ้นจาก 38% ของจีดีพีในปี 2550 มาเป็น 41% ในปัจจุบัน และมีการจ้างแรงงานมากถึง 80% ของการจ้างงานทั้งประเทศ ช่วยให้การกระจายตัวของรายได้ประเทศดีขึ้น

นอกจากนี้ จีดีพีของเอสเอ็มอีขยายตัวสูงกว่าจีดีพีของประเทศ สะท้อนว่า เอสเอ็มอีมีศักยภาพในการเติบโตค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับผู้ประกอบการทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม มีเอสเอ็มอีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่กล้าออกไปต่างประเทศ สะท้อนได้จากมูลค่าการส่งออกของเอสเอ็มอีคิดเป็นเพียง 27% ของมูลค่าการส่งออกของประเทศเท่านั้น ขณะเดียวกันเอสเอ็มอียังอ่อนไหวต่อปัจจัยความไม่แน่นอนมากกว่าผู้ประกอบการรายใหญ่ โดยมูลค่าการส่งออกของเอสเอ็มอีไตรมาสปีนี้ที่หดตัว 13.5% สวนทางการส่งออกรวมในรูปเงินบาทที่ขยายตัวได้ 3.1%

ข้อมูลที่กล่าวมาข้างต้น มีนัยที่น่าสนใจว่า “ทำไมเอสเอ็มอีไทยจึงเก่งเฉพาะในประเทศ ผู้ประกอบการกำลังเผชิญกับข้อจำกัดใด จึงมีส่วนในการขับเคลื่อนการส่งออกได้ไม่มากในปัจจุบัน” จากข้อมูลพบว่าข้อจำกัดที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเผชิญอยู่หลักๆ คือ ปัญหาขาดสภาพคล่อง เงื่อนไขการกู้เงินที่เข้มงวด และความกังวลถึงความเสี่ยงในการส่งออก

เอ็กซิมแบงก์ ในฐานะหนึ่งในกลไกสำคัญของภาครัฐในการขับเคลื่อนการส่งออกของประเทศตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว จึงได้พยายามผลักดันให้เอสเอ็มอีที่มีศักยภาพขยายตลาดและกระจายความเสี่ยงไปยังต่างประเทศมากขึ้น ด้วยการออกบริการใหม่สินเชื่อส่งออกทันใจทวีค่า เพื่อหวังจะติดทั้งอาวุธและให้เกราะกำบังในการรุกตลาดต่างประเทศ เพื่อช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีต่อไป

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท