
'กกพ.'ออกโรงแจงปัดรีดค่าสำรองไฟ
กกพ.ยันเก็บค่าแบ็กอัพเฉพาะรายใหญ่ทุกชนิดเชื้อเพลิง ไม่รวมครัวเรือน เหตุผู้ใช้พลังงานทดแทนยังใช้ไฟในระบบในบางช่วง
กกพ.ยันเก็บค่าแบ็กอัพเฉพาะรายใหญ่ทุกชนิดเชื้อเพลิง ไม่รวมครัวเรือน เหตุผู้ใช้พลังงานทดแทนยังใช้ไฟในระบบในบางช่วง
นายวีระพล จิรประดิษฐกุล กรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ในฐานะโฆษก กกพ. เปิดเผยถึงการพิจารณากำหนดอัตราระบบสำรองไฟฟ้า (แบ็ก อัพ เรต) เพื่อรองรับกลุ่มผู้ผลิตไฟฟ้าแบบผลิตเองใช้เอง (Isolated Power Supply : IPS) ว่า แนวทางดังกล่าวจะจัดเก็บเพียงกลุ่มผู้ผลิตไฟใช้เองรายใหญ่ เช่น โรงงานหรือห้างสรรพสินค้าที่ปัจจุบันมีการผลิตไฟใช้เองมากขึ้นและไม่ได้จำกัดเฉพาะพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์) แต่รวมถึงกลุ่มผู้ผลิตไฟฟ้าจากเชื้อ เพลิงอื่นๆ ทั้งกลุ่มชีวมวล เช่น กลุ่มโรงสีข้าว โรงงานน้ำตาล เพราะกลุ่มนี้แม้จะมีการผลิตไฟฟ้าใช้เอง แต่ยังมีบางส่วนที่ยังต้องซื้อไฟฟ้าจากระบบใช้ด้วยเช่นกัน
ทั้งนี้ สาเหตุสำคัญมาจากที่กลุ่มผู้ผลิตไฟใช้เองที่มีขนาดใหญ่ยังต้องซื้อไฟฟ้าจากระบบใช้ด้วยเช่นกัน เพราะผลิตใช้เองเป็นบางช่วง ดังนั้น แม้กลุ่มนี้จะมีการผลิตไฟฟ้าใช้เอง แต่เมื่อเครื่องเสียและต้องหยุดซ่อมบำรุง ก็จะต้องกลับมาซื้อไฟฟ้าจากระบบเพิ่มเติม ซึ่งในกรณีนี้ทำให้ระบบผลิตไฟฟ้ารวมยังคงต้องมีกำลังผลิตไฟฟ้าสำรองเพื่อรองรับกรณีดังกล่าวด้วย โดยจะนำตัวเลขมาพิจารณากันต่อไป
"กกพ.สนับสนุนพลังงานทดแทน แต่เมื่อต้องสำรองการผลิตไฟฟ้าไว้รองรับในช่วงที่พลังงานทดแทนผลิตไม่ได้ด้วยก็จะเกิดต้นทุนซึ่งจะรวมอยู่ในค่าไฟฟ้าที่เก็บจากประชาชน ดังนั้นเพื่อความเป็นธรรม ต้องจ่ายค่าสำรองด้วย แต่อัตราเท่าใดอยู่ระหว่างการศึกษา" นายวีระพล กล่าว







