
ผลสอบชี้'อดีตผอ.กทท.'พัวพันทุจริต3โครงการ
ประธานสอบข้อเท็จจริง ยัน” สุทธินันท์ “พัวพันทุจริต 3 โครงการ ชงบอร์ดไล่ออก “พิชิต” เรียก ประธานบอร์ดเคลียร์ความขัดแย้ง เตรียมตั้งบอร์ดใหม่ทันที
ประธานสอบข้อเท็จจริง ยัน” สุทธินันท์ “พัวพันทุจริต 3 โครงการ ชงบอร์ดไล่ออก “พิชิต” เรียก ประธานบอร์ดเคลียร์ความขัดแย้ง เตรียมตั้งบอร์ดใหม่ทันที
นายขจรศักดิ์ พุทธทานุภาพ อัยการพิเศษฝ่ายการสอบสวน 3 สำนักงานอัยการสูงสุด ในฐานะประธานคณะกรรมการสอบสวนการทุจริต ซึ่งพบว่าเกี่ยวข้องกับ ร.อ.สุทธินันท์ หัตถวงษ์ อดีตผู้อำนวยการ กทท. ที่ยื่นหนังสือลาออกและมีผลตั้งแต่วันที่ 16 มิ.ย. ที่ผ่านมาว่า คณะกรรมการสอบสวนฯ ได้มีการสรุปผลตรวจสอบการทุจริตใน 3 โครงการ คือ การทุจริตเงินค่าธรรมเนียมคลังสินค้าอันตรายที่ท่าเรือแหลมฉบัง (ทลฉ.) การลักลอบขุดทรายในเขต ทลฉ พื้นที่ 54 ไร่ และโครงการพนักงานเกษียณไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น จึงเสนอให้บอร์ด ทอท.ดำเนินการตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยกับกับผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงมีมติให้เลิกจ้าง เรือเอกสุทธินันท์โดยไม่ต้องบอกล่าวและไม่มีการจ่ายค่าตอบแทนใด
สำหรับกรณีที่ตนเข้ามาตรวจสอบทุจริตใน 4 โครงการ แต่ปรากฎว่า 3 โครงการดังกล่าวสรุปผลการสอบสวนเสนอไปยังบอร์ด กทท. ซึ่งกำหนดมีการประชุมเมื่อวันที่ 14 มิ.ย.ที่ผ่านมา ปรากฎว่า ร.อ.สุทธินันท์ได้ยื่นหนังสือขอลาออกก่อนตั้งแต่วันที่ 13 มิ.ย.2560 ให้มีผลวันที่ 16 มิ.ย.2560 ในขณะที่บอร์ด กทท.จะหมดวาระในวันที่ 30 มิ.ย.นี้ ดังนั้น พล.ร.อ.อภิวัฒน์ ศรีวรรธนะ ปรานบอร์ด จึงได้มีการเจรจากับนายสุทธินันท์ว่า กรณีที่เกิดขึ้นมี 2 ทางเลือก คือยื่นใบลาออกให้มีผลทันทีตั้งแต่วันที่ 16 มิ.ย.หรือจะให้บอร์ดให้ไล่ออก ปรากฎว่าเรือเอกสุทินันท์เลือกที่จะยื่นใบลาออกเพื่อให้มีผลทันที จากนั้นจึงมีรายงานในที่ประชุมบอร์ด ในวันที่ 17 มิ.ย.ที่ผ่านมา
“ เนื่องจากบอร์ด กทท.จะหมดวาระสิ้นเดือน มิ.ย.นี้ และมีการสรุปผลการสอบสวนปรากฎชัดเจนว่า ผอ.กทท.มีความผิดตามผลการสอบสวน หากบอร์ดไม่ดำเนินการใดๆ บอร์ดจะมีความผิดตามมมาตรา 157 ฐานละเว้นกาทรปฏิบัติหน้าที่ บอร์ดจึงต้องำเนินการให้ชัดเจนก่อนหมดวาระ ดังนั้นหาเรือเอกสุทธินันท์ไม่ยื่นใบลาออก บอร์ดก็จะต้องไล่ออก “ นายขจรศักดิ์กล่าว
นายขจรศักดิ์ กล่าวต่อว่า การตรวจสอบทั้ง 3 โครงการ เป็นการตรวจสอบจากเอกสารหลักฐานที่ปรากฏชัดเจน ทั้งเรื่องของการทุจริตเงินค่าธรรมเนียมคลังสินค้าอันตรายและการลักลอบขุดทรายเกิดขึ้นในสมัยที่เรือเอกอภินันท์เป็นผู้บริหาร ทลฉ.และเมื่อตนขึ้นมาเป็นผู้ ผอ.กทท.ก็ไม่ดำเนินการในเรื่องเหล่านี้ ส่วนโครงการกาพนักงานเกษียณไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น เรื่องนี้มีการตั้งข้อสังเกตจากฝ่ายตรวจสอบภายใน กทท. บอร์ด และสำนักงานตรวจเงืนแผ่นดิน (สตง.)มีการทักท้วงแล้ว ไม่เป็นไปตามระเบียบขัดต่อวัตถุประสงค์ เมื่อวันที่ 18 พ.ค. 2560 สตง.ได้ทำหนังสือแจ้งว่า การเบิกจ่ายงบดังกล่าวไม่อยู่ในวัตถุประสงคฺ เป็นการเบิกผิดประเภท ให้เรียกเงินคืนจากผู้เกี่ยวข้อง 2 ราย เป็นเงิน 5.9 ล้านบาท และหนี่งในนั้นคือเรือเอก.สุทธินันท์ ผอ.กทท.ในฐานะผู้อนุมัติโครงการด้วย
ขณะที่อีก 1 โครงการซึ่งอยุ่ระหว่างการตรวจสอบการจัดหาผู้รับจ้างโดยวิธีพิเศษ เข้ามารับจ้างงานบริการยกขน และเคลื่อนย้ายตู้สินค้าขึ้นลงรถไฟเป็นการชั่วคราว วงเงิน 52 ล้าน ซึ่งโครงการนี้ สตง.มีการตรวจสอบและพบว่าเกี่ยวข้องกับพี่สาวของเลขานุการประธานบอร์ด กทท. ;ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนืนการสอบสวนรวม 20 ปากและกำลังดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆยังไม่ได้สรุปผลการสอบสวน
ด้านนายพิชิต อัคราทิตย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า หลังจากที่ได้รับหนังสือร้องเรียนจากกลุ่มพนักงาน กทท.ที่ออกมาเรียกร้องความไม่เป็นธรรมว่า เรือเอกสุทธิ์นันท์ถูกบีบให้ยื่นใบลาออก ว่าเมื่อวันที่ 21 มิ.ย.ที่ผ่านมาได้เชิญ พล.ร.อ.อภิวัฒน์ ศรีวรรธนะ ประธานบอร์ด กทท. เข้ามาสอบถามข้อเท็จจริงถึงปัญหาระหว่างฝ่ายบริหาร พนักงาน กทท. กับ บอร์ด พร้อมกับขอให้มีการทำความเข้าใจระหว่างกันเพราะไม่ต้องการให้เกิดภาพความขัดแย้ง และกำชับให้ให้บอร์ดระมัดระวังการดำเนินการนโยบายหรือการอนุมัติโครงการที่สำคัญ เพราะอยู่ในช่วงที่บอร์ด กทท.หลายคนจะหมดวาระลงในวันที่ 30 มิ.ย.นี้ ในขณะเดียวกันกระทรวงคมนาคมจะพิจารณาแต่งตั้งบอร์ดใหม่ทันเพื่อให้การทำงานเกิดความต่อเนื่องด้วย
“เป็นช่วงที่บอร์ดกำลังจะหมาดวาระ และประธานบอร์ดก็มีอายุครบ 65 ปี จึงขอให้มีการทำความเข้าใจกับพนักงาน ร่วมมือกับพนักงาน เพื่อไม่ให้เกิดภาพความขัดแย้งขึ้นภายในองค์กร “ รมช.คมนาคมกล่าว
บรรยายภาพ -พิชิต อัคราทิตย์ รมช.คมนาคม







