posttoday
วิศวกรรมสถานฯค้านใช้ม.44เอื้อจีน หวั่นขาดถ่ายทอดเทคโนโลยี

วิศวกรรมสถานฯค้านใช้ม.44เอื้อจีน หวั่นขาดถ่ายทอดเทคโนโลยี

18 มิถุนายน 2560

รัฐบาลเรียก วสท.หารือรถไฟความเร็วสูง หลังค้านใช้มาตรา 44 เอื้อประโยชน์จีน ยันต้องขึ้นทะเบียนวิศวกรแดนมังกร

รัฐบาลเรียก วสท.หารือรถไฟความเร็วสูง หลังค้านใช้มาตรา 44 เอื้อประโยชน์จีน ยันต้องขึ้นทะเบียนวิศวกรแดนมังกร

นายธเนศ วีระศิริ นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) เปิดเผยว่า รัฐบาลเตรียมหารือร่วมกับ วสท. ในวันที่19 มิ.ย.นี้ หลังจากที่รัฐบาลใช้มาตรา 44 หรือกฎหมายพิเศษมาเร่งเดินหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูงระยะที่ 1 กรุงเทพฯ-นครราชสีมา ระยะทาง 250 กิโลเมตร (กม.) ซึ่งเอื้อประโยชน์กับจีน ทั้งการใช้วิศวกรและวัสดุก่อสร้าง

“วสท.เห็นด้วยกับการที่รัฐบาลจะเร่งพัฒนาโครงการรถไฟความเร็วสูงที่จะร่วมกับรัฐบาลจีนในการดำเนินงาน แต่โครงการดังกล่าวเป็นการใช้วิศวกรจากประเทศจีนทั้งหมด ไม่มีวิศวกรไทยในการร่วมดำเนินโครงการ ซึ่งจะทำให้ไม่เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากวิศวกรจีนมาสู่วิศวกรไทย เนื่องจากโครงการดังกล่าวจะต้องมีการดูแลหลังจากที่มีการเปิดใช้งาน ที่เป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งในระยะยาว ไม่ใช่แค่ก่อสร้างเสร็จแล้วก็จบกันไป” นายธเนศ กล่าว

ขณะเดียวกันยังมีประเด็นเรื่องการขึ้นทะเบียนวิศวกรจีนกับสภาวิศวกรในไทย หลังจากใช้มาตรา 44 จึงไม่ต้องทำ ซึ่งจะเป็นการขัดกับแนวทางปฏิบัติ จะสร้างความเหลื่อมล้ำในการทำงานของวิศวกรต่างชาติ โดยเฉพาะวิศวกรในภูมิภาคอาเซียนที่ต้องผ่านการประเมินคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ของการจดทะเบียนวิศวกรต่างด้าว

นายอมร พิมานมาศ เลขาธิการสภาวิศวกร กล่าวว่า สภาวิศวกรเป็นหน่วยงานของภาครัฐ เห็นด้วยกับโครงการรถไฟความเร็วสูง แต่จะต้องมีการขึ้นทะเบียนกับวิศวกรจีนที่จะเข้ามาทำงานในประเทศไทย จากเดิมจะต้องใช้เวลา 5-6 เดือนในการทดสอบรวมถึงตรวจสอบคุณสมบัติ ซึ่งทางสภาวิศวกรได้เสนอรูปแบบวันสต็อปเซอร์วิส เพื่ออำนวยความสะดวกให้ระยะเวลาดำเนินการสั้นลงเหลือ 2-3 เดือน ส่วนการใช้แรงงานและวัสดุก่อสร้างนั้นจะใช้ในประเทศ

ด้าน นายชัชวาล วงศ์จร ประธานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่าหลังจากที่นายกรัฐมนตรีออกคำสั่งตามมาตรา 44 เดินหน้าโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงสายกรุงเทพฯ-นครราชสีมา จะช่วยเพิ่มศักยภาพด้านการขนส่งมวลชน ซึ่งผลของการได้รถไฟความเร็วสูงจะทำให้ จ.นครราชสีมา กลายเป็นเมืองคู่แฝดของกรุงเทพมหานครในทันที และจะเป็นเมืองที่มีความเจริญเติบโตแบบก้าวกระโดด

ทั้งนี้ การเดินทางระหว่าง 2 เมืองจะมีความสะดวกรวดเร็ว ทำให้ประชาชนที่แออัดอยู่ในกรุงเทพมหานครจะออกมาอยู่ในพื้นที่ จ.นครราชสีมา เพิ่มขึ้น นักธุรกิจ นักลงทุนก็ต้องมองมาที่ จ.นครราชสีมา โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่จะมาลงทุนก่อสร้างที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับความต้องการของประชากรที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ต่อไปในอนาคตอะไรที่กรุงเทพมหานครมี ที่ จ.นครราชสีมาก็จะมีเหมือนกัน ดังนั้นหน่วยงานในระดับจังหวัดต้องมาร่วมวางแผนเพื่อพัฒนาเมืองให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป

ขณะที่ จ.นครราชสีมา มีศักยภาพที่จะเติบโตได้อีกมาก เพราะพื้นที่แห่งนี้เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สามารถเชื่อมต่อเส้นทางเศรษฐกิจได้หลายทาง ไม่ว่าจะเชื่อมต่อไปกรุงเทพมหานครไปสู่ท่าเรือแหลมฉบัง เป็นประตูสู่ 20 จังหวัดภาคอีสาน และไปประเทศเพื่อนบ้าน ทั้ง สปป.ลาว กัมพูชา และเวียดนามได้ด้วย

ดังนั้น เมื่อมีการคมนาคมที่สะดวกรวดเร็ว มีระบบการขนส่งที่พร้อมสรรพ ก็จะกลายเป็นจุดสนใจของนักลงทุนทั่วโลก ถ้าสามารถดึงนักลงทุนมาตั้งโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ เพื่อทำให้เป็นฮับด้านเศรษฐกิจในภูมิภาคนี้ ก็เชื่อว่าจะทำให้กลายเป็นจุดยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจของไทยได้เป็นอย่างดี

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท