
ชงรถไฟทางคู่เชื่อมท่าเรือ
"บิ๊กตู่" เตรียมถกบอร์ดอีอีซีเร็วๆ นี้ พิจารณารถไฟทางคู่เชื่อมท่าเรือแหลมฉบัง-มาบตาพุด รองรับขนส่ง ผู้โดยสารและสินค้า ลงทุนกว่า 6 หมื่นล้านบาท
"บิ๊กตู่" เตรียมถกบอร์ดอีอีซีเร็วๆ นี้ พิจารณารถไฟทางคู่เชื่อมท่าเรือแหลมฉบัง-มาบตาพุด รองรับขนส่ง ผู้โดยสารและสินค้า ลงทุนกว่า 6 หมื่นล้านบาท
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (บอร์ดอีอีซี) เร็วๆ นี้มีประเด็นการหารือหลายโครงการที่สำคัญด้านต่างๆ ที่จะช่วยผลักดันโครงการอีอีซีให้เกิดขึ้น โดยเฉพาะในด้านการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างการจัดเตรียมรายละเอียดเพื่อนำมาเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พิจารณา
ทั้งนี้ เดิมนายกรัฐมนตรีมีกำหนดนัดประชุมบอร์ดอีอีซีในวันที่ 16 มิ.ย. 2560 แต่ทางนายกรัฐมนตรีได้ขอเลื่อนออกไปก่อน แต่คาดว่าจะกำหนดให้มีการประชุมเร็วๆ นี้
แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ก่อนที่การประชุมบอร์ดอีอีซีจะมีการเลื่อนออกไป หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เตรียมประเด็นเข้าสู่ที่ประชุม ได้แก่ แผนการผลักดันโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านต่างๆ โดยเฉพาะโครงการรถไฟทางคู่ เพื่อขนส่งทั้งผู้โดยสารและสินค้าวงเงินประมาณ 6.43 หมื่นล้านบาท โดยจะเป็นทางคู่ที่เชื่อม 2 ท่าเรือแหลมฉบังและท่าเรือน้ำลึกมาบตาพุด ซึ่งเป็นรถไฟทางคู่สายใหม่ 2 เส้นทาง คือ เส้นทางแหลมฉบัง-ปลวกแดง-ระยอง ซึ่งเป็นโครงการภายใต้แผนยุทธศาสตร์การให้เอกชนเข้าร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ และเส้นทางมาบตาพุด-ระยอง-จันทบุรี-ตราด ที่กำลังอยู่ระหว่างขั้นตอนการศึกษา
ด้าน นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า จะมีการหารือความคืบหน้าโครงการอีอีซี ก่อนจะมีการนำเสนอในที่ประชุมบอร์ดอีอีซี ซึ่งคาดว่าจะมีการประชุมในอีก 2 สัปดาห์จากนี้ โดยจะติดตามการทำงานโครงการที่ต้องเร่งขับเคลื่อนให้เกิดผลรูปธรรม ได้แก่ โครงการท่าเรือมาบตาพุด สนามบินนานาชาติอู่ตะเภา และรถไฟความเร็วสูง ขณะเดียวกันจะมีการกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนว่าพื้นที่ใดควรมีอุตสาหกรรมประเภทใด และอุตสาหกรรมประเภทใดควรประกอบกิจการใกล้กับกลุ่มใด เพื่อให้เกิดประโยชน์ในการเชื่อมโยงระหว่างกัน
นอกจากนี้ ยังต้องเตรียมความพร้อมด้านพื้นที่เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้ามาลงทุนในอีอีซีได้ โดยมอบหมายให้ นายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) จัดหาพื้นที่ในอีอีซีเพิ่มเติมอีก โดยขณะนี้ได้เตรียมพื้นที่นำร่องไว้แล้วในแหลมฉบังและจะมีการขยายพื้นที่เพิ่มเติมอีก
"ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ (กนพ.) ได้มอบหมายให้กระทรวงอุตสาหกรรม โดย กนอ.จัดหาพื้นที่สำหรับเอสเอ็มอี และต้องมีการเตรียมเครื่องมือสำหรับให้เอสเอ็มอีเข้ามาใช้งานได้ด้วย ซึ่งควรจะมีหน่วยงานบริษัท ห้องปฏิบัติการกลาง (ประเทศไทย) หรือเซ็นทรัลแล็บ เป็นหน่วยงานกลางเข้าไปให้การสนับสนุน ส่วนงบประมาณที่จะจัดสรรลงไปนั้นอาจจะต้องมีการเตรียมแผนอีกครั้งว่าจะต้องดำเนินการอย่างไร" นายอุตตม กล่าว
อย่างไรก็ตาม ยังมีคณะนักลงทุนจากกลุ่มประเทศยุโรปเข้าพบปะหารือกับตนเพื่อสอบถามถึงนโยบายที่รัฐบาลไทยกำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ เช่น นโยบายไทยแลนด์ 4.0 การพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ นโยบาย อีอีซี เป็นต้น ซึ่งส่วนใหญ่มีความเชื่อมั่นนโยบายการลงทุนของรัฐ เนื่องจากหลายหน่วยงานมีการสื่อสารในทิศทางเดียวกัน และมุ่งพัฒนาบุคลากรเป็นหลักมากกว่าการเน้นกระบวนการผลิตจำนวนมากเหมือนอดีต โดยอุตสาหกรรมที่นักลงทุนสนใจ เช่น ดิจิทัล อาหารแปรรูป และเศรษฐกิจชีวภาพ เป็นต้น
นายอุตตม กล่าวถึงความคืบหน้าการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายว่าอยู่ระหว่างการแก้ไข พ.ร.บ.อ้อยและน้ำตาลทราย ก่อนนำเข้าที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พร้อมกับตั้งคณะกรรมาธิการร่วมเพื่อพิจารณา เพื่อเดินหน้าการปรับโครงสร้างเสร็จก่อนฤดูการผลิต 2560/2561
ภาพประกอบข่าว แบบจำลองรถไฟรางคู่







