
ตลาดรถยนต์8เดือนโต53.6%
ตลาดรถยนต์เดือน ส.ค.โต 52% ส่วนยอดขายสะสม 8 เดือนโตไม่น้อยหน้า ที่ 53.6% ตลาดรถยนต์นั่งยังพระเอกโตสุด 60%
ตลาดรถยนต์เดือน ส.ค.โต 52% ส่วนยอดขายสะสม 8 เดือนโตไม่น้อยหน้า ที่ 53.6% ตลาดรถยนต์นั่งยังพระเอกโตสุด 60%
นายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย รายงานสถิติการขายรถยนต์เดือน ส.ค. 2553 มียอดขายทั้งสิ้น 65,724 คัน เพิ่มขึ้น 52% ประกอบด้วย รถยนต์นั่ง 28,118 คัน เพิ่มขึ้น 58.1% รถเพื่อการพาณิชย์ 37,606 คัน เพิ่มขึ้น 47.7% เป็นรถกระบะขนาด 1 ตัน ในเซ็กเมนต์นี้ จำนวน 32,490 คัน เพิ่มขึ้น 49.2%
สาเหตุสำคัญที่ทำให้ยอดจำหน่ายรถยนต์ในเดือน ส.ค. เพิ่มขึ้น 52% และเติบโตต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 12 ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากราคาสินค้าเกษตร โดยเฉพาะราคายางพาราและมันสำปะหลังที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้กำลังการซื้อของเกษตรกรเพิ่มขึ้น และความนิยมในรถยนต์นั่งและรถยนต์เพื่อการพาณิชย์รุ่นใหม่ที่แนะนำเข้าสู่ตลาด
สำหรับยอดจำหน่ายรถยนต์สะสม 8 เดือนแรก มีปริมาณการขาย 488,088 คัน เพิ่มขึ้น 53.6% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยตลาดรถยนต์นั่งมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 60% ตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 49.1% ซึ่งการเติบโตดังกล่าว มาจากปัจจัยทางเศรษฐกิจที่มีทิศทางดีขึ้น อัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับที่เหมาะสม การจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายของบริษัทรถยนต์ต่างๆ และการแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี
อย่างไรก็ตาม มีความน่ากังวลว่าค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นอาจส่งผลกับการส่งออกสินค้าเกษตร และภาวะน้ำท่วมในพื้นที่หลายจังหวัดอาจทำให้ลูกค้าชะลอการรับมอบรถยนต์ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญส่งผลต่อตลาดรถยนต์ในเดือน ก.ย.นี้ได้
สำหรับยอดจำหน่ายสะสม 8 เดือนที่ผ่านมา โตโยต้า มียอดจำหน่ายมากที่สุดคือ 197,959 คัน เพิ่มขึ้น 49.5% มีส่วนแบ่งตลาด 40.6% อันดับ 2 คือ อีซูซุ ที่มียอดจำหน่าย 93,848 คัน เพิ่มขึ้น 40.8% ส่วนแบ่งตลาด 19.2% อันดับที่ 3 ฮอนด้า มียอดจำหน่าย 72,051 คัน เพิ่มขึ้น 33.4% มีส่วนแบ่งตลาด 14.8%
ด้านยามาฮ่าเตรียมขยายไลน์สินค้าใหม่ช่วงต้นปีหน้า รับมือตลาดรถจักรยานยนต์เริ่มอิ่มตัว
นายธนะชัย เลขวณิชกุล ผู้จัดการส่วนเครื่องเรือยนต์ บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ กล่าวว่า แผน งานของยามาฮ่าจะเน้นขยายไลน์สินค้ากลุ่มที่ไม่ใช่รถจักรยานยนต์มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มรถมอเตอร์ไซค์ขนาดใหญ่ หรือบิ๊กไบค์ เครื่องยนต์ เรือ และรถกอล์ฟ ที่จะเริ่มเปิดตัวในช่วง ปลายปีนี้ถึงต้นปีหน้า เพื่อรองรับการอิ่มตัวของอุตสาหกรรมรถจักรยานยนต์ขนาดเล็ก ที่คาด ว่าจะอิ่มตัวที่ไม่เกิน 2 ล้านคันต่อปี
ประกอบกับกลุ่มลูกค้ารถจักรยานยนต์เอง เมื่อมีรายได้เพิ่มขึ้นก็จะปรับพฤติกรรมใช้สินค้าใหม่ๆ เพิ่มขึ้น ซึ่งบางกลุ่มอาจจะหนีไปที่รถยนต์ แต่บาง ส่วนก็จะขยายไปบิ๊กไบค์ หรือเจ็ตสกีบ้าง







