
ทวงหนี้หน่วยงานรัฐ4พันล้าน
ครม.วางกฎเข้มหน่วยงานรัฐห้ามค้างค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ เผยล่าสุดพบค้างรัฐวิสาหกิจ 5 แห่งกว่า 4,000 ล้าน
ครม.วางกฎเข้มหน่วยงานรัฐห้ามค้างค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ เผยล่าสุดพบค้างรัฐวิสาหกิจ 5 แห่งกว่า 4,000 ล้าน
พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 6 มิ.ย.ที่ผ่านมา ได้เห็นชอบมาตรการแก้ไขปัญหาหนี้ค่าสาธารณูปโภคค้างชำระของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นๆ ที่ขณะนี้พบว่ามีการค้างหนี้สินค่าสาธารณูปโภค เช่น ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำประปา ค่าโทรศัพท์ ในส่วนของ 5 รัฐวิสาหกิจ วงเงินรวมประมาณ 4,096 ล้านบาท ได้แก่ บริษัท ทีโอที 1,250 ล้านบาท การไฟฟ้านครหลวง 410 ล้านบาท การประปานครหลวง 52 ล้านบาท การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค 2,229 ล้านบาท และการประปาส่วนภูมิภาค 155 ล้านบาท
นอกจากนี้ ครม.ยังได้สั่งการให้หน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่เป็นผู้ขาย บริการสาธารณูปโภคให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นๆ เพิ่มประสิทธิภาพการติดตามทวงหนี้ โดยให้มีการส่งใบแจ้งหนี้อย่างช้าภายในวันสิ้นเดือนของเดือนถัดไป และให้ส่วนราชการรัฐวิสาหกิจและหน่วยงานอื่นๆ ชำระหนี้ให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน นับตั้งแต่ได้รับใบแจ้งหนี้
สำหรับการตั้งงบประมาณค่าสาธารณูปโภคของให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นๆ ในแต่ละปี สำนักงบประมาณได้เสนอว่าให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และ หน่วยงานอื่นๆ ตั้งงบประมาณในแต่ละปี โดยพิจารณาให้พอเหมาะ กับความจำเป็นอย่างประหยัดและ ความต้องการที่จะเพิ่มขึ้นตามความ เป็นจริง รวมทั้งจัดทำแผนการใช้สาธารณูปโภคของหน่วยงานและส่วนราชการเพื่อให้สอดคล้องกับวงเงิน งบประมาณที่ได้รับการจัดสรรไว้ด้วย
ทั้งนี้ ในส่วนของแนวทางแก้ไข ปัญหาไม่ให้มีการค้างหนี้สาธารณูปโภค อีกนั้น ประกอบด้วย ส่วนหนี้ค่าสาธารณูปโภคที่ค้างชำระก่อนปีงบ ประมาณ 2560 ให้หน่วยงานดำเนินการ ปรับแผนงานและแผนการใช้จ่าย งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2560 มาชำระหนี้ค่าสาธารณูปโภคค้างชำระได้ หากมีรายได้อื่นหรือเงินนอกงบประมาณ เช่น เงินที่รับไว้เพื่อเป็นสวัสดิการของหน่วยงาน ให้นำไปชำระหนี้ค่าสาธารณูปโภคไม่ต่ำกว่า 25% ของค่าสาธารณูปโภคในปีนั้น และให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน
สำหรับค่าสาธารณูปโภคที่จะเกิดขึ้นตั้งแต่ปีงบประมาณ 2560 เป็นต้นไป ให้แต่ละหน่วยงานชำระค่าสาธารณูปโภคให้แล้วเสร็จภายในปีงบประมาณ นั้นๆ อย่างเคร่งครัด และดำเนินการโดยให้นำงบประมาณค่าสาธารณูปโภคที่ได้รับไปชำระค่าสาธารณูปโภคเท่านั้น ห้ามไม่ให้มีการนำไปใช้จ่ายในรายการอื่น และหากงบประมาณที่ตั้งไว้ไม่ เพียงพอ ขอให้โอนเปลี่ยนแปลงไปชำระค่าสาธารณูปโภคเป็นลำดับแรก ก่อนโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณเพื่อใช้ในการอื่น







