
คลอดแผนรับมือวิกฤตก๊าซ
พลังงานเร่งสรุปแผนรับมือวิกฤตก๊าซปี 2564-2566 หวั่นปริมาณหาย 2 ล้านตัน หลังการจัดการก๊าซอ่าวไทยช้า-ถ่านหินเลื่อน
พลังงานเร่งสรุปแผนรับมือวิกฤตก๊าซปี 2564-2566 หวั่นปริมาณหาย 2 ล้านตัน หลังการจัดการก๊าซอ่าวไทยช้า-ถ่านหินเลื่อน
นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ รองผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ สนพ.อยู่ระหว่างสรุปแผนเพื่อเตรียมความพร้อมรองรับวิกฤตก๊าซธรรมชาติ ปี 2564-2566 คาดว่าจะทำรายละเอียดทั้งหมดเสร็จภายในเดือน ก.ย.-ต.ค.นี้ เนื่องจากขณะนี้เกิดความล่าช้าการบริหารจัดการก๊าซในอ่าวไทย ประกอบกับโรงไฟฟ้าถ่านหินไม่สามารถดำเนินการได้ตามแผน ซึ่งจะส่งผลให้ก๊าซหายไปราว 2 ล้านตัน หรือเทียบเท่ากับโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติหายไปจากระบบ 1,700 เมกะวัตต์
สำหรับแผนเบื้องต้นประกอบไปด้วย การลดความต้องการใช้ไฟฟ้า (ดีมานด์ ไซด์) ด้วยการเสนอแนวคิด ส่งเสริมติดตั้งแผงโซลาร์บนหลังคา (โซลาร์รูฟท็อป) เพื่อลดความต้องการไฟฟ้าช่วงพีกกลางวัน ที่คาดว่าจะมีการเสนอการรับซื้อระดับ 1,000 เมกะวัตต์ โดยจะหารือแนวทางการปฏิบัติ รวมถึงการใช้มาตรการดีมานด์ เรสปอนส์ เพื่อประหยัดไฟฟ้าตามช่วงเวลาที่ภาครัฐกำหนด
“การซื้อไฟฟ้าจากโซลาร์รูฟท็อปสามารถเปิดรับซื้อไฟฟ้าเป็นการเสรีทั่วไปได้ อีกส่วนหนึ่งก็ส่งเสริมให้เอกชนผลิตใช้เอง หรือจำหน่ายส่วนที่เหลือ เพราะโรงงานต่างๆ ก็ใช้อัตราค่าไฟฟ้าที่แตกต่างตามช่วงเวลาของการใช้ที่ค่าไฟเฉลี่ยเริ่มแพงกว่าโซลาร์รูฟท็อป แต่มีข้อถกเถียงที่ยังต้องการให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ต่อสายไฟเข้ามาสำรองไฟฟ้า ซึ่งต้นทุนจุดนี้ยังไม่มีผู้รับผิดชอบ เพราะเป็นต้นทุนที่สุดท้ายประชาชนต้องจ่าย” นายประเสริฐ กล่าว
นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาและเจรจาการรับซื้อไฟฟ้ารวมไปถึงก๊าซจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาเสริม โดยล่าสุดจีนมีการเสนอขายไฟมาราว 1,000 เมกะวัตต์ แต่จากการหารือถึงแนวทางอาจทำได้ยาก เนื่องจากต้องเดินระบบสายส่งไฟฟ้าเชื่อมไปยัง สปป.ลาว อาจมีความยาว 600 กม. ส่วนการรับซื้อไฟจาก สปป.ลาวนั้นเบื้องต้นอาจรับซื้อเพิ่มได้ราว 500-600 เมกะวัตต์ จากในส่วนของการผลิตไฟจากพลังงานน้ำในโครงการน้ำเทิน 1 ที่เดิมกำหนดแล้วเสร็จในปี 2565 แต่ล่าสุดโครงการมีกำหนดเสร็จเร็วภายในปี 2564 และโครงการไซยะบุรีที่จะส่งไฟฟ้ามายังไทยได้เพิ่มขึ้นเช่นกัน
ด้านการรับซื้อไฟฟ้าจากมาเลเซีย เบื้องต้นพร้อมขายไฟฟ้าให้รวมไปถึงไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงถ่านหิน แต่ไทยยังไม่ได้สรุปในประเด็นนี้ เพราะให้ความสนใจการเจรจาการรับซื้อก๊าซในโครงการพัฒนาร่วมไทยมาเลเซีย (เจดีเอ) ที่จะนำมารองรับโรงไฟฟ้าจะนะ 3 จ.สงขลา กำลังผลิต 800 เมกะวัตต์ ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการเจรจา
นอกจากนี้ในการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) วันที่ 7 มิ.ย.นี้ คาดว่าจะมีการพิจารณาราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ประจำเดือน มิ.ย. 2560 ให้สอดคล้องกับต้นทุนราคาตลาดโลกที่มีการลดลง แต่คงจะไม่มากเท่ากับเดือนที่ผ่านมา ซึ่งขึ้นอยู่กับ กบง.จะเห็นชอบอย่างไร
นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า กระทรวงอยู่ระหว่างจัดทำแผนผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนรายภูมิภาค เพื่อให้ภาพรวมกำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศมีความสมดุลมีศักยภาพ ไม่กระทบต่อค่าไฟฟ้าของประชาชน โดยจะศึกษาศักยภาพการผลิตไฟฟ้าของแต่ละพื้นที่ว่ามีเชื้อเพลิงประเภทที่เหมาะสมและเพียงพอหากมีการผลิตขึ้นจริง มอบหมายให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) สำรวจความต้องการใช้ไฟฟ้าแต่ละภูมิภาคพิจารณากำลังผลิตไฟฟ้าให้เพียงพอ







