
กาแฟ จีน และการครองโลก ตอนที่ 1
ไม่ต้องเป็นคนเคยไปเมืองจีน ก็รู้ว่าจีนเป็นชนชาติที่ดื่มชามากแค่ไหน แถมยังเป็นประเทศผู้ผลิตและขายชาอันดับต้นๆ ของโลกด้วย
โดย...เอกศาสตร์ สรรพช่าง ภาพ xinhuanet
ไม่ต้องเป็นคนเคยไปเมืองจีน ก็รู้ว่าจีนเป็นชนชาติที่ดื่มชามากแค่ไหน แถมยังเป็นประเทศผู้ผลิตและขายชาอันดับต้นๆ ของโลกด้วย คุยเรื่องชากับคนจีนนี่คุยกันสามวันก็ไม่จบครับ ที่ยืนของกาแฟในประเทศนี้จึงมีน้อยมาก มีการคาดการณ์กันว่าคนดื่มกาแฟเป็นประจำในประเทศจีนยังมีไม่ถึง 2% การจะเอากาแฟไปสู้กับประเทศที่มีชื่อเรียกชาเป็นของตัวเองนั้นไม่ง่ายนัก แต่ในมุมมองของนักธุรกิจแล้ว มันคือความท้าทาย และโอกาสของกาแฟที่จะโตได้อีกมาก
ซึ่งก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ ครับ รายงานของ BBC เมื่อปีที่แล้ว มีตัวเลขออกมาว่าตั้งแต่ปี 2013-2016 ตัวเลขของคนที่ดื่มกาแฟในจีนนั้นเพิ่มขึ้นต่อเนื่องสามเท่าทุกๆ ปี ดูได้จากความสำเร็จของสตาร์บัคส์ ปัจจุบันมีร้านสาขาในจีนมากกว่า 2,000 แห่ง และมีแผนว่าจะเปิดอีก 500 แห่ง ภายใน 5 ปีนี้ จบทศวรรษที่สองของสหัสวรรษใหม่ด้วยจำนวนสวยๆ คือ 4,000 แห่งในจีนให้ได้ (ผมว่าก็น่าจะทำได้ ถ้าหาก โดนัลด์ ทรัมป์ ไม่ไปชวนทะเลาะกับเขาก่อน)
สำหรับคนจีน ผมคิดว่ากาแฟเหมือนสัญลักษณ์ของรสนิยมแบบตะวันตก ความทันสมัยและการเป็นหนึ่งเดียวกับโลก ปฏิเสธไม่ได้ว่าค่านิยมเหล่านี้อยู่ในเด็กรุ่นใหม่ของจีนเกือบทุกคนแล้ว การดื่มชาเป็นเรื่องของคนแก่มากกว่า อีกประการหนึ่งที่เป็นตัวผลักดันไม่แพ้เรื่องของการสร้างรสนิยมใหม่ คือ คนจีนเป็นพ่อค้า ถนัดในเรื่องของการทำธุรกิจ การสร้างเครือข่าย และเก่งเรื่องการขนส่งมาแต่ไหนแต่ไร ทำให้จีนพยายามฉกฉวยช่วงเวลาขาขึ้นของตัวเอง ปูทางทุกอย่างไว้เพื่ออนาคต รวมถึงเรื่อง “กาแฟ” นี่ก็เช่นกันครับ
ปีที่ผ่านมา จีนเพิ่งตั้งศูนย์กลางกาแฟที่เมืองฉงชิ่ง เมืองศูนย์กลางการคมนาคมทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ตอนนี้กำลังถูกโปรโมทในฐานะศูนย์กลางการทำธุรกิจ E-Commerce และการกระจายเมล็ดกาแฟของจีน มีการจัดนิทรรศการและการออกร้านของผู้ประกอบการเรื่องกาแฟเมื่อปีที่แล้ว และก็เป็นเหมือนหลายๆ งานที่จีนทำ-มันได้กลายเป็นงานที่เกี่ยวกับค้ากาแฟที่ใหญ่ที่สุดในโลกงานหนึ่งไปแล้ว
แม้ว่าฉงชิ่งไม่ได้เป็นเมืองที่ผลิตกาแฟ มีไร่กาแฟหรือเป็นแหล่งคั่วกาแฟใดๆ เลย ทว่าที่นี่มีศักยภาพโดดเด่นเรื่องการซื้อขายกาแฟและการกระจายสินค้า มูลค่ารวมของธุรกิจกาแฟปัจจุบันอยู่ที่ 3.18 หมื่นล้านบาท/ปี
สิ่งที่ทำให้ฉงชิ่งเป็นศูนย์กลางการค้ากาแฟได้ มาจากการวางโรดแมปของท่านประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ซึ่งกล่าวไว้ตั้งแต่ปี 2013 ถึงการวางโครงข่ายเส้นทางการคมนาคมที่จะเชื่อม 4 ทวีปเข้าด้วยกันในโครงการ One Belt One Raod หรือเรียกกันเล่นๆ ว่า “เส้นทางสายไหมใหม่ของจีน” ฉงชิ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางที่อยู่ในการสร้างเครือข่าย คุณอาจไม่รู้มาก่อนว่าฉงชิ่งมีเส้นทางเดินรถไฟที่ยาวกว่า 1.1 หมื่นกิโลเมตร เชื่อมต่อเมืองฉงชิ่งไปถึงยุโรป ปลายทางคือเมืองดุยสบวร์ก ในเยอรมนี ปัจจุบันเป็นเส้นทางการขนส่งที่ได้รับความนิยมมาก เพราะเร็วกว่าการเดินเรือถึงครึ่งหนึ่ง คือ ใช้เวลาแค่ 13 วัน จากที่ต้องเดินทางหนึ่งเดือน และยังประหยัดกว่าการขนส่งทางอากาศถึง 80% แถมเส้นทางรถไฟยังสามารถเข้าถึงกลางเมืองได้สะดวกกว่า
ในเว็บไซต์ chinaplus.cri.cn ได้ไปสัมภาษณ์ Feng Yue ประธานกรรมการของ Chongqing Coffee Exchange ให้ความเห็นเรื่องการจัดตั้งฉงชิ่งให้เป็นศูนย์กลางทางการค้าของจีน ว่า ที่นี่เป็นสมรภูมิที่ดีของการกระจายสินค้าเพราะเชื่อมต่อได้สะดวกทั้งจากทางตอนใต้อย่างยูนนาน (แหล่งปลูกกาแฟใหญ่ของจีนแหล่งหนึ่ง) และกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
อธิบายให้เห็นภาพชัดๆ ก็คือ เอากาแฟมาจากประเทศในอาเซียนก็ง่าย จะขนส่งมาจากยุโรปก็ทำได้ และใช้ฉงชิ่งเป็นจุดเชื่อมในการขนส่ง
ไปๆ มาๆ กาแฟอาจเป็นเรื่องรองกว่าการสร้างเครือข่ายการคมนาคมนะครับ เพราะจริงๆ ถึงเวลาก็ขนได้หลายอย่าง แต่ก็เพราะว่าจีนเองก็เล็งเห็นศักยภาพของการขยายตัวของธุรกิจกาแฟและเมื่อดูจากศักยภาพของคนจีนเองที่บริโภคกาแฟมากขึ้นเรื่อยๆ
ผมคิดว่าทั้งยุโรปเองซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์กาแฟและแหล่งต้นกำเนิดของการทำธุรกิจกาแฟก็คงจะยินดีอยู่บ้าง ที่จะมีช่องทางในการขยายแบรนด์และส่งสินค้าของตัวเอง อีกทางหนึ่งก็เป็นการดีกับผู้ผลิตเมล็ดกาแฟในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งไทย อินโดนีเซีย เวียดนาม ลาว จะได้มีช่องทางในการขนส่งสินค้าอีกทางหนึ่ง
สิ่งที่ดีที่สุด คือ จีนออกแบบการขนส่งควบคู่ไปด้วย จีนพัฒนาระบบ One-Card Pass System คือเป็นพาสปอร์ตสำหรับการขนส่งสินค้าผ่านเมือง ผ่านประเทศต่างๆ แบบใบเดียวจบ (ซึ่ง BTS MRT ขสมก. รถไฟและเรือด่วนเจ้าพระยาบ้านเรายังทำไม่ได้ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่ามันยากตรงไหน) ช่วยอำนวยความสะดวกในการค้าขายให้รวดเร็วมากขึ้น
เห็นเค้าลางการครองโลกกาแฟของจีนบ้างรึยังครับ เดี๋ยวตอนหน้าผมจะมาขยายความกันต่อว่า แล้วโครงการ One Belt One Road ของจีนที่จะเชื่อมสี่ทวีป จะส่งแรงกระเพื่อมถึงธุรกิจกาแฟได้อย่างไร







