
'OT' รองเท้าแตะไทย ขยายฐานผลิตอาเซียน
รองเท้าแตะแบรนด์ไทยใครเคยมองว่าเชยคงต้องคิดใหม่ เพราะรองเท้าแตะแบรนด์ “OT” พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า รองเท้าแตะแบรนด์ไทยๆ ก็เท่โดนใจลูกค้าชาวไทยและต่างประเทศ
โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล
รองเท้าแตะแบรนด์ไทยใครเคยมองว่าเชยคงต้องคิดใหม่ เพราะรองเท้าแตะแบรนด์ “OT” พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า รองเท้าแตะแบรนด์ไทยๆ ก็เท่โดนใจลูกค้าชาวไทยและต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดเพื่อนบ้านอาเซียน จนต้องเริ่มมองหาลู่ทางขยายฐานการผลิตเพิ่ม
พิพัฒน์ บอกว่า โรงงานผลิตรองเท้าพียูในไทยมีอยู่หลายแห่ง แต่สิ่งที่ทำให้สินค้าของบริษัทเป็นที่ยอมรับในตลาดคือ “คุณภาพ” ที่บริษัทมีเทคโนโลยีในการผลิตพื้นรองเท้าพียูเป็นของตัวเอง และมีการพัฒนามาตรฐานและปรับสูตรในการผลิตเพื่อให้ได้พื้นรองเท้าที่นุ่ม ใส่สบายเท้า ซึ่งจะส่งผลดีต่อสุขภาพเท้าเวลาสวมใส่ด้วย
รวมทั้งยังมีเทคโนโลยีในการฉีดสีรองเท้า ทำให้ได้รองเท้าที่มีสีสม่ำเสมอ และยังมีการคิดค้นพัฒนาด้วยการจับคู่สี เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ที่ออกมาเป็นสินค้าที่มีความทันสมัยและมีความเป็นแฟชั่นมากขึ้น ซึ่งก็เป็นไปตามเทรนด์และความต้องการของตลาด
นอกจากนี้ ในเร็วๆ นี้ บริษัทกำลังจะเปิดตัวทำการตลาดสินค้าในประเทศเพื่อนบ้านภายใต้แบรนด์ “OT Overtime” เพื่อสร้างการรับรู้และตอกย้ำแบรนด์ โดยจะใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ที่มีอยู่อย่างสื่อโซเชียลในการทำตลาด ซึ่งการใช้สื่อโซเชียลทำการตลาด สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ตรงจุด และยังมีต้นทุนไม่สูง
“ตอนนี้โรงงานมีกำลังการผลิตอยู่ที่ 1 แสนคู่/เดือน ส่วนใหญ่ 70% ส่งออกไปต่างประเทศทั้งยุโรป สิงคโปร์ และอาเซียน ที่เหลืออีก 30% จำหน่ายในประเทศ และตอนนี้ยอดคำสั่งซื้อ (ออร์เดอร์) ที่เข้ามาก็ใกล้ชนกำลังการผลิตแล้ว ทำให้ต้องเริ่มมองหาลู่ทางในการขยายโรงงาน เพื่อขยายกำลังการผลิตรองรับออร์เดอร์ที่เพิ่มมากขึ้น” พิพัฒน์ กล่าว
พิพัฒน์ กล่าวว่า กำลังไล่ศึกษาลู่ทางประเทศเพื่อนบ้านถึงความเหมาะสมและความเป็นไปได้ที่จะขยายโรงงาน ขยายฐานการผลิตเข้าไป เพราะการผลิตในเพื่อนบ้านยังมีความน่าสนใจเรื่องของค่าแรง แรงงาน และสิทธิพิเศษทางภาษีในการส่งออก (จีเอสพี) เบื้องต้นที่มองๆ ไว้คือ กัมพูชาและเมียนมา โดยกัมพูชามีความน่าสนใจเรื่องแรงงาน ส่วนเมียนมามีความน่าสนใจที่ขนาดตลาด แต่สถานการณ์ภายในประเทศที่ยังไม่ค่อยนิ่ง จึงยังไม่กล้าที่จะตัดสินใจเข้าไป เพราะการขยายโรงงานไปต่างประเทศไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องใช้ทั้งเงินและเวลา เหมือนการเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่
อย่างไรก็ดี ระหว่างที่รอความชัดเจน บริษัทก็มีแผนสำรองระยะสั้น เพื่อแก้ปัญหาไว้แล้ว ด้วยการอาจจะตั้งโรงงานหรือขยายกำลังการผลิตโรงงานเดิมออกไปก่อน
“การขยับฐานการผลิตออกไปประเทศเพื่อนบ้านครั้งนี้ “OT Overtime” ตั้งเป้าหวังจะขึ้นเป็นผู้นำในตลาดรองเท้าแตะเพื่อนบ้าน แต่ก็ต้องยอมรับว่า แบรนด์รองเท้าแตะที่อยู่ในตลาดเดียวกับเรามีหลายรายที่เป็นที่รู้จักดีในตลาดอย่างแอดด้าและกีโต้ จึงตั้งเป้าขึ้นเป็น Top4 แบรนด์ยอดนิยมที่ผู้บริโภคในตลาดเพื่อนบ้านกลุ่มเออีซีจะเลือกซื้อภายในปี 2567 ให้ได้ก่อน” พิพัฒน์ กล่าว







