
หุ้นไทย29พ.ค.ดัชนีปิดภาคเช้าร่วง1.69 จุด
หุ้นไทย 29 พ.ค.ดัชนีปิดภาคเช้าที่ระดับ 1,567.58 จุด ลดลง 1.69 จุด มูลค่าการซื้อขาย 15,194.23 ล้านบาท
หุ้นไทย 29 พ.ค.ดัชนีปิดภาคเช้าที่ระดับ 1,567.58 จุด ลดลง 1.69 จุด มูลค่าการซื้อขาย 15,194.23 ล้านบาท
เมื่อวันที่ 29 พ.ค. ดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหวในแดนบวกช่วงเปิดตลาดก่อนแกว่งตัวลดลงและปิดภาคเช้าที่ระดับ 1,567.58 จุด ลดลง 1.69 จุด มูลค่าการซื้อขาย 15,194.23 ล้านบาท
นายวรุตม์ ศิวะศริยานนท์ กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ เอเชีย เวลท์ กล่าวว่า คาดสัปดาห์นี้ตลาดหุ้นจะกลับมาถูกกดดันจากปัจจัยระหว่างประเทศรอบใหม่ รวมทั้งปัญหาการเมืองภายในของสหรัฐฯเอง ภายในประเทศเรื่องระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) จะเป็นจุดสนใจมากขึ้นจากการผลักดันของรัฐบาล
โครงการดังกล่าวมีเม็ดเงินลงทุนรวม 1.5 ล้านล้านบาท ใน 5 ปีแรกนับจากนี้ไป จะเป็นตัวขับเคลื่อนและเร่งเศรษฐกิจไทยให้เติบโตได้ดีขึ้นและยั่งยืนด้วยตลาดกลับมากังวลอีกครั้งหลังจากเกาหลีเหนือได้ทดลองยิงขีปนาวุธพิสัยใกล้ไปตกลงในทะเลใกล้ญี่ปุ่น ถึงแม้ว่าตลาดหุ้นจะตอบสนองเรื่องดังกล่าวเพียงเล็กน้อย แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าประเทศเพื่อนบ้านทั้งหลายต่างอยู่ในภาวะตึงเครียดจากเรื่องดังกล่าว และสหประชาชาติและสหรัฐมีแนวโน้มจะเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรที่รุนแรงขึ้นอีกปัจจัยลบหนึ่ง คือ จุดยืนของทรัมป์ที่แข็งกร้าวต่อพันธมิตรยุโรปในระหว่างการเยือน NATO EU และประชุม G-7 ดูไม่ค่อยดีกับการค้าและการเมืองโลกเท่าไหร่นัก
สัปดาห์นี้ จะต้องติดตามคำให้การของหัวหน้า FBI ต่อวุฒิสภา เกี่ยวกับข้อกล่าวหาว่าทีมหาเสียงเลือกตั้งของทรัมป์ร่วมมือกับรัสเซียในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ครั้งที่ผ่านมา
ด้านปัจจัยภายในประเทศค่อนไปทางลบ นายกฯ กล่าวว่าการเลือกตั้งปีหน้าอาจเลื่อนออกไปอีกเนื่องจากเหตุการณ์ระเบิดในช่วงที่ผ่านมา ขณะที่อัตราการว่างงานไตรมาส 1/60 เพิ่มขึ้นอยู่ที่ 1.2% จาก 1% ในไตรมาส 4/59
อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยบวกจากตัวเลขผลประกอบการไตรมาส 1/2560 ที่ประกาศออกมาครบถ้วนแล้วทั้งในสหรัฐฯ ยุโรป และ ไทยออกมาแข็งแกร่ง เป็นปัจจัยที่ผลักดันให้ตลาดขึ้นไปต่อได้ แต่ปัจจุบันตลาดหุ้นยังถูกกดดันจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างประเทศและปัญหาทางการเมืองของสหรัฐฯ
ทั้งนี้ สัปดาห์นี้ มองกรอบการเคลื่อนไหวของ SET Index ในกรอบ 1,558-1,576 จุด
หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่
1.AOT ปิดที่ 42.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,771.92 ล้านบาท
2.BANPU ปิดที่ 18.10 บาท เพิ่มขึ้น 0.10 บาท มูลค่าการซื้อขาย 634.67 ล้านบาท
3.IVL ปิดที่ 37.75 บาท ลดลง -0.25 บาท มูลค่าการซื้อขาย 572.09 ล้านบาท
4.PTTGC ปิดที่ 71.50 บาท ลดลง -1.50 บาท มูลค่าการซื้อขาย 467.38 ล้านบาท
5.TASCO ปิดที่ 23.70 บาท ลดลง -0.30 บาท มูลค่าการซื้อขาย 402.73 ล้านบาท







