
บี้ล้างท่อคดีเก่าค้างเกิน10ปี
กรมบังคับคดี ถกธนาคารพาณิชย์ 15 แห่ง เร่งสางคดีเก่าค้างเกิน 10 ปี พร้อมเชื่อมระบบยึดเงินฝากล้มละลาย พัฒนาจ่ายอี-เพย์เมนต์
กรมบังคับคดี ถกธนาคารพาณิชย์ 15 แห่ง เร่งสางคดีเก่าค้างเกิน 10 ปี พร้อมเชื่อมระบบยึดเงินฝากล้มละลาย พัฒนาจ่ายอี-เพย์เมนต์
น.ส.รื่นวดี สุวรรณมงคล อธิบดีกรมบังคับคดี เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 26 พ.ค.ที่ผ่านมา กรมบังคับคดีได้ประชุมร่วมกับสมาคมธนาคารไทย และตัวแทนธนาคารพาณิชย์ 15 แห่ง เพื่อหารือแนวทางแก้ไขปัญหาคดีที่ค้างดำเนินการชั้นบังคับคดี ที่มีระยะเวลาเกินกว่า 10 ปี ซึ่งมีจำนวน 12,880 เรื่อง คิดเป็นทุนทรัพย์ประมาณ 2.9 หมื่นล้านบาท โดยในปีงบประมาณ 2560 ได้ตั้งเป้าหมายจะต้องสะสางคดีค้างเก่าที่ค้างเกิน 10 ปีให้สำเร็จประมาณ 30% ของคดีที่ค้างเกิน 10 ปี ทั้งหมด
“ส่วนใหญ่คดีที่ค้างเกิน 10 ปีนั้น จะมีธนาคารพาณิชย์กว่า 95% เป็นโจทก์ และส่วนใหญ่ธนาคารจะใช้วิธีการว่าจ้างให้สำนักงานทนายความดำเนินการฟ้องร้องดำเนินคดีให้ แล้วก็มีการทิ้งเรื่อง ทำให้มีคดีค้างจำนวนมาก รวมถึงกรณีที่มีการประกาศประมูลขายทอดตลาดสินทรัพย์หลายครั้งแต่ยังไม่สามารถขายได้ ดังนั้นการหารือกับระดับผู้บริหารธนาคารพาณิชย์โดยตรงครั้งนี้ จะทำให้สามารถเข้าไปเร่งรัดสะสางปัญหาคดีเก่าๆ ได้เร็วขึ้น รวมทั้งได้ขอให้มีการรายงานความคืบหน้าทุก 2 เดือนด้วย” น.ส.รื่นวดี กล่าว
สำหรับผลการดำเนินการบริหารจัดการคดีค้างเก่าเกิน 10 ปี ในรอบ 6 เดือนของปีงบประมาณ (ต.ค. 2559-มี.ค. 2560) สามารถดำเนินการสำเร็จจำนวน 1,889 เรื่อง คิดเป็น 14.67% ของปริมาณคดีทั้งหมดจำนวน 12,880 เรื่อง หรือคิดเป็นค่าเฉลี่ยดำเนินการเสร็จเดือนละ 315 เรื่อง
นอกจากนี้ ยังได้มีการหารือกับธนาคารพาณิชย์ที่จะมีการเชื่อมโยงข้อมูลบุคคลล้มละลาย และข้อมูลบัญชีเงินฝากของลูกหนี้ในคดีล้มละลายทางเว็บไซต์ ในกรณีศาลมีคำสั่งยึดอายัดสินทรัพย์เงินฝากไว้แล้วจะได้ประสานงานกับธนาคารได้โดยตรง รวมถึงมีการหารือเรื่องการจ่ายเงินส่วนได้ส่วนเสียในคดีแพ่งผ่านระบบการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ (อี-เพย์เมนต์) และการยื่นคำร้องผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-Filling) ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาล







