
เศรษฐกิจรอบสัปดาห์
เมื่อวันที่ 25 พ.ค.ที่ผ่านมา คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.5% ต่อปี
กนง.คงดอกเบี้ย1.5%
เมื่อวันที่ 25 พ.ค.ที่ผ่านมา คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.5% ต่อปี เป็นตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ นับเป็นการลงมติอย่างเป็นเอกฉันท์ครั้งที่ 16 ติดต่อกัน ซึ่ง กนง.คาดว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวชัดเจนขึ้น เนื่องจากภาคการส่งออกฟื้นตัวต่อเนื่อง ขณะที่แรงกดดันด้านเงินเฟ้อยังน้อยกว่าคาด
ด้านค่าเงินบาทในระหว่างสัปดาห์ที่ผ่านมาแข็งค่าอยู่ที่ 34.04 บาท/เหรียญสหรัฐ ซึ่งแข็งค่าขึ้นในรอบ 22 เดือน หรือเงินบาทแข็งค่าขึ้น 3.6% นับตั้งแต่ต้นปี ซึ่ง ธปท.มีความเห็นว่าค่าเงินบาทในปัจจุบันยังเคลื่อนไหวสอดคล้องกับสกุลเงินในภูมิภาค ดังนั้นจึงเห็นควรที่จะใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายต่อไป
สัญญาณส่งออกฟื้นชัด
น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยยอดการส่งออกไทยในช่วง 4 เดือน (ม.ค.-เม.ย.) 2560 มีมูลค่า 7.33 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 5.7% ขยายตัวสูงสุดในรอบ 6 ปี ซึ่งถือเป็นสัญญาณสำคัญของภาคการส่งออกที่กลับมาฟื้นตัวอย่างชัดเจน ขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 6.92 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 14.47% ส่งผลให้ไทยเกินดุลการค้าช่วง 4 เดือน 4,109 ล้านเหรียญสหรัฐ
สำหรับการส่งออกในเดือน เม.ย. 2560 มีมูลค่า 1.68 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 8.5% เทียบกับเดือน เม.ย. 2559 ซึ่งมูลค่าปรับตัวสูงขึ้นกว่าเกณฑ์เฉลี่ยในรอบ 5 ปี โดยสินค้าสำคัญที่ส่งออกได้มากขึ้น คือ สินค้าเกษตร เช่น ข้าว ยางพารา และน้ำตาล กลุ่มที่ส่งออกได้ลดลง เช่น ยานยนต์ เป็นต้น
บินไทยทิ้งนกแอร์เมินใส่เงินเพิ่มทุน
บริษัท การบินไทย (THAI) ตัดสินใจไม่ซื้อหุ้นเพิ่มทุนของสายการบินนกแอร์ (NOK) ที่เพิ่มทุนจำนวน 625 ล้านหุ้น ขายผู้ถือหุ้นเดิม 1 ต่อ 1 ราคา 2.40 บาท ระดมเงิน 1,500 ล้านบาท แก้ปัญหาการดำเนินงานและผลขาดทุน เปิดให้ผู้ถือหุ้นชำระเงินวันที่ 16-22 พ.ค.
การบินไทยในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ 245 ล้านหุ้น หรือ 39.20% ตัดสินใจไม่ซื้อหุ้น ยอมลดการถือหุ้นลงเหลือ 19% โดยปลัดกระทรวงการคลังให้เหตุผลที่ไม่ใช้สิทธิซื้อหุ้น NOK เพราะไม่มีแผนที่ชัดเจนในการแก้ไขปัญหาและมองว่าการเพิ่มทุนเป็นเพียงการแก้ไขปัญหาระยะสั้น และจับตากลุ่มทวีฉัตร จุฬางกูร จะเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่แทน
นายพาที สารสิน กรรมการ NOK ระบุว่าขายหุ้นได้ 510 ล้านหุ้น ได้เงิน 1,224 ล้านบาท เหลือหุ้น 115 ล้านหุ้น
คาดอุตฯค้าปลีกครึ่งปีแรกโตไม่ถึง3%
สมาคมผู้ค้าปลีกไทย ประเมินภาพรวมอุตสาหกรรมค้าปลีกในช่วงครึ่งปีแรกสถานการณ์ยังค่อนข้างน่าเป็นห่วง เนื่องจากมีปัจจัยลบหลายด้าน เช่น การใช้จ่ายงบประมาณที่แผ่วลง โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ของภาครัฐยังไม่เป็นรูปธรรม ขณะที่การลงทุนของเอกชนยังไม่ฟื้นตัว บริษัทรายใหญ่มีรายได้ที่เติบโตลดลงทั้งยอดขายและกำไร เนื่องจากผู้บริโภคยังคงชะลอการจับจ่ายใช้สอย เพราะหนี้ครัวเรือนที่ทรงตัวในระดับ 80.2% ส่งผลให้อำนาจการซื้อต่ำลงทำให้การบริโภคสินค้าหมวดคงทนและหมวดสินค้ากึ่งคงทนอยู่ในภาวะชะลอตัว คาดว่าจะส่งผลให้อุตสาหกรรมค้าปลีกในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2560 มีอัตราการเติบโตไม่ถึง 3% แม้ว่าไตรมาสแรกจะมีแนวโน้มดีขึ้น โดยมีอัตราการเติบโตที่ 3.2% แต่ยังไม่มากพอที่จะทำให้หมวดสินค้าต่างๆ เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ







