
กัลยาณมิตร ช่วยส่งผลบุญกุศลให้...
โดย...กริช อึ๊งวิฑูรสถิตย์
โดย...กริช อึ๊งวิฑูรสถิตย์
ในช่วงเวลาที่ผมได้เข้าไปศึกษาหาความรู้หลักสูตรระยะสั้นด้านอสังหาริมทรัพย์ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นั้น ผมมุ่งมั่นมากที่จะได้วิชามาประกอบอาชีพด้านนี้ในอนาคต และอีกอย่างคือ “ได้เพื่อน” ซึ่งต้องบอกว่าเป็นสิ่งที่ผมต้องการมากที่สุด เพราะการที่เราเป็นเด็กต่างจังหวัด เข้ากรุงเทพฯ มาก็จะไม่มีเพื่อน ทำอะไรก็จะติดขัดไปหมด
ในขณะนั้นผมมีเพื่อนที่สนิทกันมาก คือ คุณอาภาพร ภักดีจำรัส ซึ่งที่บ้านเขาเองเป็นผู้ผลิตเครื่องดื่มชูกำลังยี่ห้อ กูรอนซาน ปัจจุบันนี้คนรุ่นต่ำกว่าห้าสิบคงไม่รู้จักแล้ว เราจะคุยกันบ่อยมาก มีวันหนึ่งเขาก็ถามผมว่า “คุณกริช คุณส่งออกเครื่องดื่มลิโพวิตัน-ดีได้จำนวนเยอะไหม?” ผมบอกว่าเดือนหนึ่งประมาณ 5-6 หมื่นลัง เธอก็ว่าโอโห้ รายได้ดีน่าดูซิ ผมก็บอกว่าดีอะไร ลังหนึ่งกำไรแค่ 3 บาท ลูกน้องก็เยอะ ค่าใช้จ่ายก็เยอะ
เธอจึงถามว่าเป็นไปได้ยังไง คุณส่งออกไม่ขอคืนภาษีเหรอ และถามผมว่าแล้วขอคืนภาษีอะไรบ้างหรือเปล่า เช่น มุมน้ำเงิน...ผมบอกว่าก็ได้มุมน้ำเงินเล็กน้อยเอง เธอก็บอกว่ามีภาษีสรรพสามิตขวดละบาทกว่า คุณกริชทำไมไม่ขอคืนล่ะ ผมหูผึ่งเลยครับ ผมรีบหาช่องทางเข้าเรียนพบ ท่านอดีตรัฐมนตรีสุรัตน์ โอสถานุเคราะห์ เลยครับ ปรากฏว่าท่านให้พบ แต่ท่านบอกว่าการขอคืนภาษี ท่านทำให้ไม่ได้นะ เพราะท่านเป็นตัวแทนจำหน่ายแค่ภายในประเทศไทยที่เดียวเท่านั้น หากขอคืนภาษีจะทำให้เป็นการส่อเจตนาส่งออกสินค้าไปต่างประเทศ ซึ่งก็จะผิดสัญญาตัวแทน จะทำให้สัญญาสิ้นสุดลง ท่านทำให้ไม่ได้
ดังนั้น ถ้าผมต้องการที่จะส่งออก ท่านแนะนำให้เอาเอ็ม 150 หรือยี่ห้อฉลามเท่านั้น ซึ่งผมก็เข้าใจท่านและกราบขอบพระคุณท่านที่กรุณาผมมาตลอด อีกทั้งขอโทษท่านที่จะขออนุญาตขายสินค้ายี่ห้ออื่นๆ ต่อไป ท่านก็บอกว่างั้นคุณเอายี่ห้ออื่นไหมล่ะ เช่น ฉลาม หรือเอ็ม 150 ผมเรียนท่านว่าฉลามผมไม่ชอบครับ ส่วนเอ็ม 150 ยุคนั้นบริษัทยักษ์ใหญ่น้ำสีเขาเป็นตัวแทนอยู่ ผมเกรงว่าจะต้องมีปัญหาเรื่องสินค้าขายข้ามเขตกัน จะทำให้ท่านไม่สบายใจในอนาคต จึงได้ปฏิเสธท่านไป ท่านก็ยังไม่ละความพยายามที่จะเสนอให้ทำสินค้าตัวอื่นๆ ของท่าน ผมก็ได้แต่กราบขอบพระคุณท่านจริงๆ และลาจากท่านครับ
หลังจากที่ผิดหวังจากลิโพวิตัน-ดีแล้ว ผมจึงเข้าไปขอเรียนพบ คุณเฉลียว อยู่วิทยา ซึ่งต่อมาผมก็ขออนุญาตเรียกท่านว่า “ป๋า” เพื่อขอขายกระทิงแดง ในยุคนั้นกระทิงแดงเพิ่งจะเริ่มส่งออกใหม่ๆ ผมเดินทางไปบริษัทกระทิงแดง ก่อนที่จะผมเข้าไปขอเรียนพบก็ได้เตรียมเอกสารต่างๆ ที่ผมเคยส่งออกไปให้ท่านดู และแล้ววันสำคัญในชีวิตผมก็มาถึง ผมไปแต่เช้าตรู่เลย เข้าไปขอเรียนพบท่าน เลขาฯ หน้าห้องถามผมว่าได้นัดมาหรือเปล่า ผมบอกไม่ได้นัดมา เขาก็บอกว่าวันนี้ท่านมีประชุมเยอะมาก (ในยุคนั้นท่านเป็นสมาชิกวุฒิสภาด้วย) ให้ผมนัดมาใหม่แล้วกัน ผมบอกไม่เป็นไรครับ ผมจะขอนั่งรอ จากนั้นก็นั่งรอ และทุกๆ ชั่วโมงเลขาฯ ก็จะเดินมาบอกด้วยความเกรงใจทุกครั้งว่ากลับไปก่อนเถอะ วันหน้าค่อยนัดมาใหม่ก็ได้ แต่ผมดื้อคิดว่าไหนๆ มาแล้ว ขอผมพบสัก 10 นาทีก็พอใจแล้ว จึงตอบไปว่าไม่เป็นไรครับ ผมจะรอและระยะทางไปมาไกลมากไม่อยากเสียเวลามาอีก กระทั่งเกือบห้าโมงเย็น ท่านจึงกรุณาให้พบ และได้มีโอกาสเรียนพบภรรยาท่าน คือ ท่านภาวนา หลั่งธารา และบุตรสาวท่าน คือ คุณสุทธิรัตน์ อยู่วิทยา หลังจากพบท่านแค่ 20 นาที ท่านก็กรุณาให้ผมเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าเครื่องดื่มกระทิงแดง
ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา และท่านก็ดูแลผมเยี่ยงลูกหลานท่านคนหนึ่ง ด้วยความเมตตาของท่าน ผมถือว่าเป็นบุญวาสนาของผมที่ทำให้ได้อยู่ภายใต้ชายคาและความดูแลของท่านและบริษัท กระทิงแดงจึงทำให้ผมมีชีวิตใหม่ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา...







