posttoday
เปิดงบสิ้นปี’59 ธปท.ขาดทุนลดลง

เปิดงบสิ้นปี’59 ธปท.ขาดทุนลดลง

27 พฤษภาคม 2560

โดย...ทีมข่าวการเงินโพสต์ทูเดย์

โดย...ทีมข่าวการเงินโพสต์ทูเดย์

รายงานประจำปี 2559 ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แจ้งงบแสดงฐานะการเงิน ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2559 ว่า ธปท.มีผลขาดทุนสุทธิ 80,807 ล้านบาท เป็นการขาดทุนลดลง 8,329 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่ขาดทุน 89,136 ล้านบาท และส่งผลให้สิ้นปี 2559 ธปท.มีผลขาดทุนสะสมเพิ่มขึ้นเป็น 725,028 ล้านบาท เทียบกับผลขาดทุน 635,250 ล้านบาท ในสิ้นปี 2558

ทั้งนี้ ผลขาดทุนปี 2559 สาเหตุจากมีรายได้ต่ำกว่ารายจ่าย โดยมีรายได้ 7.82 หมื่นล้านบาท แต่มีรายจ่ายถึง 1.59 แสนล้านบาท อย่างไรก็ดีหากคิดผลขาดทุนจากการดำเนินงานของ ธปท.ที่รวมส่วนเปลี่ยนแปลงในบัญชีเงินสำรองระหว่างประเทศ อันเกิดจากการตีราคาสินทรัพย์และหนี้สิน ธปท.ด้วยนั้น จะพบว่าในปี 2559 ธปท.จะมีผลขาดทุนเบ็ดเสร็จอยู่ที่ 1.39 แสนล้านบาท

สำหรับหนี้สินและทุนรวมกันแล้วเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าอยู่ที่ 4.96 ล้านล้านบาท โดยหนี้สินที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่มากจากภาระดอกเบี้ยการออกพันธบัตร ธปท. เพื่อดูแลสภาพคล่องในประเทศ ซึ่งขาดทุนอยู่ที่ 8.23 หมื่นล้านบาท และการขาดทุนจากการดำเนินการดูแลอัตราแลกเปลี่ยน หรือค่าเงินบาทให้มีเสถียรภาพ ซึ่งส่วนนี้ขาดทุนอีกประมาณ 5.74 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้ส่วนทุนของ ธปท.ยังติดลบต่อเนื่องอยู่ที่ 7.46 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าที่ติดลบ 6.06 แสนล้านบาท

ขณะที่ ธปท.ได้ให้เหตุผลเพิ่มเติมประกอบงบการเงินว่าสาเหตุการขาดทุนในปี 2559 เกิดจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ และจากการจ่ายดอกเบี้ยเพื่อดูดซับสภาพคล่องในการดำเนินนโยบายการเงิน แต่การขาดทุนสะสมไม่มีผลกระทบต่อความสามารถในการดำเนินงานให้ต่อเนื่องของ ธปท.

ในส่วนของการรักษาเสถียรภาพทางการเงินนั้น ธปท.ได้ดำเนินงานหลายด้านประกอบกัน รวมถึงการดำเนินงานในตลาดเงิน ซึ่ง ธปท.มีวัตถุประสงค์หลักคือดูแลสภาพคล่องให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
โดยปี 2559 ธปท.ดูดซับสภาพคล่องส่วนเกินเพิ่มขึ้นสุทธิ 1,218.2 พันล้านบาท เทียบกับปี 2558 ที่ ธปท.ดูดซับสภาพคล่องลดลง 369.2 พันล้านบาท

สำหรับการดูดซับสภาพคล่องปี 2559 ธปท.ดำเนินในตลาดการเงินผ่านเครื่องมือหลักประเภทต่างๆ โดยพบว่า การดูดซับสภาพคล่องด้วยการออกพันธบัตร ธปท.ในปี 2559 มีการเพิ่มวงเงินสุทธิ 312.5 พันล้านบาท เทียบกับ 80.7 พันล้านบาท ในปี 2558 ส่งผลให้ ยอดคงค้างพันธบัตร ธปท.สุทธิสิ้นปี 2559 อยู่ที่ 3,136 พันล้านบาท ในจำนวนนี้ ธปท. ซื้อคืน 25.14 พันล้านบาท ส่งผลให้ยอดคงค้างพันธบัตร ธปท.สุทธิคิดเป็นประมาณ 57% ของยอดคงค้างเครื่องมือดูดซับสภาพคล่อง โดยกว่า 60% เป็นพันธบัตรระยะสั้นไม่เกิน 1 ปี เทียบกับปี 2558 ที่ยอดคงค้างพันธบัตรคิดเป็นสัดส่วน 63%

นอกจากนี้ ธปท.ยังดูดซับสภาพคล่องส่วนเกินผ่านธุรกรรมซื้อคืนพันธบัตรแบบทวิภาค (BRP) ในปี 2559 เพิ่มขึ้น 258.6 พันล้านบาท ส่งผลให้ยอดคงค้างธุรกรรม BRP สิ้นปี 2559 อยู่ที่ 1,377.3 พันล้านบาท คิดเป็น 25% ของยอดคงค้างเครื่องมือดูดซับสภาพคล่องรวม ขณะที่ปี 2558 ธปท.ดูดซับสภาพคล่องผ่านธุรกรรม BRP สูงขึ้นเพียง 3.5 หมื่นล้านบาท โดยยอดคงค้างธุรกรรม BRP ในปี 2558 คิดเป็น 27% ของยอดคงค้างเครื่องมือดูดซับสภาพคล่องรวม

ขณะเดียวกัน ธปท.ยังได้ดูดซับสภาพคล่องผ่านธุรกรรมสวอปเงินตราต่างประเทศเพิ่มขึ้น 491.8 พันล้านบาทในสิ้นปี 2559 ส่งผลให้ยอดคงค้างธุรกรรมสวอปเงินตราต่างประเทศ ณ สิ้นปี 2559 อยู่ที่ 900.5 พันล้านบาท หรือเทียบเท่ากับการซื้อเงินเหรียญสหรัฐล่วงหน้าจำนวน 2.55 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ และคิดเป็น 17% ของยอดคงค้างเครื่องมือดูดซับสภาพคล่องรวม

เทียบกับปี 2558 ที่มีธุรกรรมสวอปลดลงสุทธิ 343.5 พันล้านบาท ส่วนหนึ่งเนื่องจากภาวะตลาดไม่เอื้ออำนวย ส่งผลให้มียอดคงค้างธุรกรรมสวอปสิ้นปี 2558 อยู่ที่ 408.7 พันล้านบาท หรือเทียบเท่ากับการซื้อเงินเหรียญสหรัฐ ล่วงหน้าจำนวน 11.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็น 10% ของยอดคงค้างเครื่องมือดูดซับสภาพคล่องรวม

สุดท้ายคือการดูแลสภาพคล่องผ่านธุรกรรมซื้อขาด/ขายขาดตราสารหนี้ภาครัฐกับสถาบันการเงิน พบว่าปี 2559 ธปท.ซื้อพันธบัตรรัฐบาลเป็นหลัก เพราะมีสภาพคล่องในตลาดรองสูงรวม 6.29 หมื่นล้านบาท ขณะที่มีพันธบัตรที่ ธปท.ถือครองครบกำหนด สุทธิแล้ว ธปท.ถือครองพันธบัตรรัฐบาลลดลง 9 หมื่นล้านบาท

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ