
เปลี่ยนมนุษย์เงินเดือน เป็นสุดยอดมนุษย์เงินออมด้วยการวางแผนภาษี
โดย...พรี่หนอมสอนภาษี TAXBugnoms
โดย...พรี่หนอมสอนภาษี TAXBugnoms
เป็นมนุษย์เงินเดือนมันผิดตรงไหน? ทำไมถึงมีแต่คนยุให้ลาออกจากงานตลอดเวลา ผมคิดขึ้นมาระหว่างที่กำลังทำสไลด์ไปบรรยายในหัวข้อ “วางแผนภาษีสไตล์มนุษย์เงินเดือน” ให้กับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ถ้าเปลี่ยนมุมมองบางอย่าง เราจะเห็นว่ามนุษย์เงินเดือนนั้นมีข้อที่ได้เปรียบอยู่ข้อหนึ่ง นั่นคือ กระแสเงินสดที่เข้ามาติดต่อกันทุกเดือน (จนกว่าจะโดนไล่ออก…ฮา) นั่นแปลว่าผลของงานได้รับการตอบรับอยู่เสมอ ไม่ต้องรอเรียกเก็บจากลูกค้าเหมือนเจ้าของธุรกิจ ไม่ต้องรอวางบิลกับหลายๆ ออฟฟิศเหมือนฟรีแลนซ์
แต่น่าแปลกที่คนส่วนใหญ่มองข้ามข้อดีของตัวเองไป…
บทความในตอนนี้จึงตั้งใจเขียนแนะนำแนวทางและเทคนิคที่ใช้ได้จริง (ผมทำอยู่ประจำ) จึงเลยค่อนข้างมั่นใจที่จะนำเสนอ เพื่อเปลี่ยนจากมนุษย์เงินเดือนคนเดิม ให้เพิ่มเติมเงินออมไปพร้อมๆ กันกับการวางแผนภาษีทีเดียวครับ
นั่นแน่… ไม่ต้องกลัวครับ บทความนี้ไม่ใช่จะมาแนะนำบอกว่าให้วางแผนลดหย่อนประหยัดภาษีด้วย LTF RMF ประกันชีวิต หรืออะไรต่างๆ พร้อมกับขายของ แต่จะมาแนะนำวิธีการออมพร้อมประหยัดภาษีอีกวิธีหนึ่งที่สุดยอดสำหรับมนุษย์เงินเดือนทุกคนให้ฟังกันครับ นั่นคือ “กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ” หรือ Provident Fund นั่นเองงงงง
ในแง่ของประสบการณ์ ผมเชื่อว่าหลายคนมีการหักเงินเดือนเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพอยู่เป็นระยะๆ โดยกำหนดเปอร์เซ็นต์ตามที่ต้องการ ร่วมกันกับการที่นายจ้างสมทบให้ ซึ่งตรงนี้เราจะได้ทั้งเงินวางแผนเกษียณไปพร้อมๆ กับการประหยัดภาษีนั่นเองครับ
แต่เท่านั้นผมคิดว่ายังไม่พอ เราควรร้องขอเพิ่มขึ้นอีก เพื่อให้เราเป็นสุดยอดมนุษย์เงินออมได้รวดเร็วที่สุด นั่นคือการตัดเปอร์เซ็นต์สะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพเพิ่มขึ้น จากเดิมตัด 5% ก็อาจจะลองเพิ่มเป็น 10% ดู หรือใครที่ไหวจะเพิ่มสุดๆ ไปที่ 15% เลยก็ได้ครับ ซึ่งการเพิ่มนี้ เพื่อให้เรามีเงินออมเพิ่มขึ้นนั่นเองครับ
โดยส่วนตัวผมคิดว่าการตัดเปอร์เซ็นต์กองทุนสำรองเลี้ยงชีพเพิ่มขึ้นนั้น เป็นผลดีทางจิตวิทยาในการออมเงินของเราครับ เพราะมันเป็นเงินที่เราไม่ได้เห็น มันเลยกลายเป็นเงินที่เราไม่ได้ใช้ไปโดยปริยาย เพราะเงินก้อนนี้จะไม่ถูกโอนเข้ามาบัญชีเงินเดือนของเราอย่างแน่นอนครับ และเมื่อเงินไม่เข้ามา ก็ไม่ต้องหวังว่าจะได้ใช้ครับผม ฮ่าๆ
และอย่างที่ทราบกันดีว่า กองทุนสำรองเลี้ยงชีพยังสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 5 แสนบาท และเมื่อรวมกันกับ RMF ประกันบำนาญ กองทุนการออมแห่งชาติแล้ว ต้องไม่เกิน 5 แสนบาทอีกเช่นกัน เรียกได้ว่า นอกจากจะมีการออมเงินแล้ว ยังได้รับประโยชน์เพิ่มอีกต่อหนึ่งจากการประหยัดภาษีอีกด้วยครับ
มาถึงตรงนี้หลายๆ คนอาจจะสงสัยใช่ไหมครับว่า แล้วการออมเงินเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพแค่นี้ ทำให้เรากลายเป็นสุดยอดมนุษย์เงินออมได้เลยเหรอ คำตอบคือยังไม่ใช่ครับ เพราะสิ่งที่ต้องดูต่อไปคือ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพของเรานั้นลงทุนในสินทรัพย์ประเภทใดกันแน่ครับ ตลาดเงิน ตราสารหนี้ หุ้น ทองคำ สินทรัพย์ทางเลือกอื่นๆ ฯลดังนั้น อีกสิ่งที่เราต้องปรับปรุงเพิ่มเติม นั่นคือแผนของการลงทุนครับ เพื่อให้ได้รับผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้น เหมาะสมกับความเสี่ยงที่เราได้รับ กับอายุงานที่เหลืออยู่ ซึ่งตรงนี้มีคำแนะนำง่ายๆ จากผมคือ ถ้าอายุยังน้อยแนะนำให้ลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงในสัดส่วนที่มากกว่าก่อนครับ แล้วค่อยปรับลดเปอร์เซ็นต์การลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงลดลงเมื่ออายุเพิ่มขึ้นครับ
เห็นหรือยังครับว่าการวางแผนภาษีที่ถูกต้องนั้น ส่งผลให้เรากลายเป็นมนุษย์เงินเดือนที่มีเงินออม พร้อมกับวางแผนจัดการความเสี่ยงได้อย่างถูกต้อง เพียงใช้ขั้นตอนง่ายๆ คือ เพิ่มเปอร์เซ็นต์กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ-จัดการแผนความเสี่ยง-ใช้สิทธิลดหย่อนภาษี แค่เท่านี้ก็ทำให้เรามีความสุขในการจัดการวางแผนภาษีและการเงินได้อย่างสบายใจแล้วละครับ
ผมมีความเชื่อหนึ่งคือ การวางแผนภาษีที่ดีนั้นต้องเรียบง่ายและสบายที่สุดในการจัดการครับ และผมเชื่อว่าวิธีการวางแผนภาษีสำหรับมนุษย์เงินเดือนที่ดีและง่ายที่สุดนั้นคือ การเริ่มต้นที่กองทุนสำรองเลี้ยงชีพนั่นเองครับผม







