posttoday
แนะใช้มาตรการที่ไม่ใช่ภาษี กระตุ้นเอกชนลงทุน

แนะใช้มาตรการที่ไม่ใช่ภาษี กระตุ้นเอกชนลงทุน

23 พฤษภาคม 2560

ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจเพื่อการปฏิรูป คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ประเมิน 3 ปี หลังการยึดอำนาจของคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (คสช.)  ว่า เศรษฐกิจขยายตัวกระเตื้องขึ้นต่อเนื่อง จาก 0.8% ในปี 2557 มาอยู่ที่ 3.3% ในไตรมาสแรกปี พ.ศ. 2560 แต่การเติบโตยังไม่เต็มศักยภาพ

ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจเพื่อการปฏิรูป คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ประเมิน 3 ปี หลังการยึดอำนาจของคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (คสช.)  ว่า เศรษฐกิจขยายตัวกระเตื้องขึ้นต่อเนื่อง จาก 0.8% ในปี 2557 มาอยู่ที่ 3.3% ในไตรมาสแรกปี พ.ศ. 2560 แต่การเติบโตยังไม่เต็มศักยภาพ

อย่างไรก็ตาม ทีมวิจัยธนาคารกรุงศรีอยุธยา และศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ธนาคารทหารไทยเห็นรงกันว่า รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ควรหันไปใช้มาตรการอื่นที่ไม่ใช่ภาษีในการกระตุ้นการลงทุนเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ในช่วงก่อนการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น

สมประวิณ มันประเสริฐ ที่ปรึกษาและหัวหน้าทีมวิจัยเศรษฐกิจ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า ที่ผ่านมา ภาครัฐได้ให้ความสำคัญดำเนินการในเรื่องโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นฮาร์ดแวร์ เช่น ถนน รถไฟฟ้า ฯลฯ พอสมควรแล้ว แต่ยังทำเรื่องโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นซอฟต์แวร์น้อย ทั้งการทำให้เกิดความง่ายในการประกอบธุรกิจ (Easy Doing Business) เพื่อให้นักธุรกิจทำธุรกิจในไทยได้ง่ายขึ้น

รวมทั้งการส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันได้จริง ซึ่งก่อนจะทำให้ประเทศแข่งขันได้ ต้องส่งเสริมให้คนในประเทศแข่งขันกันได้ด้วย เช่น ลดการผูกขาด ลดการปกป้องสินค้าในทุกภาคธุรกิจ ยกเว้นสินค้าสาธารณะที่รัฐเป็นผู้จัดการ ส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันในเชิงคุณภาพมากกว่าราคา การสร้างความมั่นใจในการบังคับใช้กฎหมายได้จริง และส่งเสริมให้เกิดการลงทุนซึ่งรัฐบาลได้ทำไปบ้างแล้ว เป็นต้น

“สิ่งที่เราขาดและควรทำ คงไม่ใช่มาตรการกระตุ้นในเชิงภาษีหรือปริมาณ หรือโครงสร้างพื้นฮาร์ดแวร์ แต่ควรเป็นเรื่องที่ทำให้คนประกอบการได้ง่ายขึ้น แข่งขันกันได้ง่ายขึ้น ซึ่งเริ่มเห็นมากขึ้น แต่การส่งเสริมให้คนเกิดการแข่งขัน ส่งเสริมให้ใช้เทคโนโลยี มีความสำคัญไม่แพ้กัน” สมประวิณ กล่าว

นอกจากนี้ ต้องทำให้ธุรกิจหน่วยย่อยแข่งขันกันเป็น ซึ่งไม่ใช่แข่งในเชิงราคา เพราะโลกใหม่ควรแข่งขันด้านราคาอย่างเดียว แต่ต้องมีนวัตกรรม เทคโนโลยีใหม่ๆ ด้วย

ด้าน นริศ สถาผลเดชา ผู้อำนวยการอาวุโส ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ธนาคารทหารไทย หรือ ทีเอ็มบี กล่าวว่า การขับเคลื่อนเพื่อให้เกิดการลงทุนภาคเอกชน เพื่อยกระดับการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะข้างหน้าอย่างยั่งยืนน่าจะเป็นโจทย์ที่รัฐบาลควรให้ความสำคัญ เพราะแม้ว่า เศรษฐกิจจะมีแนวโน้มดีขึ้น แต่ภาคธุรกิจเอกชนส่วนใหญ่ยังไม่ตัดสินใจลงทุนเพื่อปรับปรุงการผลิต มีการใช้กำลังการผลิตเฉลี่ย 65% โดยที่ยังไม่เห็นการลงทุนเพื่อปรับปรุงการผลิต เทคโนโลยีรองรับการขยายตัวในระยะยาวเลย ทำให้น่าห่วงว่าการส่งออกเราจะเติบโตได้ต่อเนื่องหรือไม่ อนาคตจะแข่งขันกับประเทศอื่นอย่างไร

“ไทยเรายังขาดการกระตุ้นหรือการส่งเสริมการลงทุนในเชิงที่ไม่ใช่มาตรการภาษี ที่ผ่านมาไทยให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีสูง มีการคิดภาษีต่ำพอที่จะแข่งขันได้แล้ว แต่ยังขาดเรื่องคุณภาพการบังคับใช้กฎเกณฑ์ โดยเฉพาะการดูแลทรัพย์สินทางปัญญา ที่ต้องพัฒนากฎหมายและระเบียบหลักเกณฑ์ให้เอื้อต่อการลงทุนมากขึ้น เพราะในยุคของเทคโนโลยี นวัตกรรมใหม่กำลังมา การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาเป็นเรื่องสำคัญ ถ้าทำให้นักลงทุนเชื่อมั่นไม่ได้ว่าเราคุ้มครองเขาได้ การลงทุนก็ไม่เกิด การเพิ่มประสิทธิภาพกฎระเบียบ กฎหมาย การบังคับใช้ได้จริง ทำให้โปร่งใส มันจะช่วยให้เกิดการลงทุนได้ง่ายขึ้น” นริศ กล่าว

นอกจากนี้ โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) ถือเป็นจุดที่ดีในการเอื้อให้เกิดการลงทุนใหม่ๆ แต่ควรทำให้เห็นห่วงโซ่การผลิตที่เป็นระบบ (ซัพพลายเชน) ด้วย เช่น ถ้าจะให้เป็นศูนย์กลางยานยนต์ (Automotive Hub) ก็ทำให้นักลงทุนเห็น ซัพพลายเชน แหล่งผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ มียี่ปั๊วซาปั๊วอย่างไร ไม่ใช่แบตเตอรี่ยังต้องนำเข้าจากประเทศ เป็นต้น ซึ่งศักยภาพไทยทำได้ ถ้าภาพชัดก็จะช่วยให้เกิดการลงทุนเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้ขยายตัวได้ดีขึ้นได้แน่นอน

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ