
คสช.ใช้ม.44ปลดล็อคข้อจำกัด เร่งขับเคลื่อนลงทุนอีอีซี
ครม.-คสช.เห็นชอบใช้มาตรา44ปลดล็อคข้อจำกัด-ร่นระยะเวลา เร่งขับเคลื่อนการลงทุนระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก
เมื่อวันที่ 23 พ.ค. พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมร่วมระหว่างคณะรัฐมนตรี (ครม.) และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ว่า ที่ประชุมเห็นชอบให้ใช้อำนาจตามมาตรา44 เพื่อขับเคลื่อนร่างกฎหมายระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก(EEC) ที่ขณะนี้อยู่ในขั้นของคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาเสร็จแล้ว เตรียมส่งไปยังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)พิจารณา แต่ติดกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่กำหนดให้ร่างกฎหมายต่างๆทุกฉบับต้องผ่านการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน ตามมาตรา77 จึงได้นำร่างกฎหมายดังกล่าวไปไว้ในเว็บไซต์ เพื่อให้ประชาชนได้เข้ามาแสดงความคิดเห็น ก็ปรากฎมีประชาชนเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะกรณีที่เปิดให้ผู้ประกอบการชาวต่างชาติเช่าที่ดินในเขตEEC เพื่อประกอบธุรกิจได้ถึง99ปี เป็นเสมือนการยกที่ดินให้ต่างชาติ
"ทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ชี้แจงกรณีให้ต่างชาติเช่าที่ดิน99ปีต่อประชาชนที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นว่า ไม่ได้เป็นการบังคับเอกชน หรือผู้ให้เช่า เพียงแต่กำหนดเพดานสูงสุดเอาไว้ ไม่ใช่ว่าใครจะขอเช่าก็ให้เช่าได้ถึง99ปี และแม้ไม่มีร่างกฎหมายEECเกิดขึ้น บริษัทหรือกลุ่มทุนจากต่างประเทศที่จะเข้ามาเช่าที่ดินประกอบอุตสาหกรรมในพื้นที่ดังกล่าวก็สามารถทำได้อยู่แล้ว ตามกฎหมายที่เคยมีมาตั้งแต่ปี2542 เมื่อเป็นเช่นนี้ปรากฎว่าประชาชนมีความเข้าใจ เสียงความเห็นดังกล่าวจึงเงียบลงไป" พล.ท.สรรเสริญ กล่าว
พล.ท.สรรเสริญกล่าวว่า แต่หากร่างกฎหมายEECยังเดินต่อไปในลักษณะนี้ ก็จะยังไม่เกิดความรวดเร็วทันใจตามจุดมุ่งหมาย จึงใช้มาตรา44เลือกบางประเด็นที่มีความเร่งด่วนที่ไม่สามารถรอให้ร่างกฎหมายผ่านสนช.ได้ 3 ประเด็นคือ
1.การทำผลวิเคราะห์ที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม หรืออีไอเอ ให้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติสามารถดำเนินการได้ทันทีจากเดิมที่ต้องขออนุมัติ ต่อคิวใช้เวลานาน ซับซ้อน แม้จะเร่งรัดอย่างไรก็ยังช้า โดยสามารถแต่งตั้งคณะกรรมการผู้ชำนาญการเพื่อพิจารณารายงานศึกษาอีไอเอได้ทันที นอกจากนี้ยังมีอำนาจเรียกเก็บค่าธรรมเนียมพิเศษเพื่อให้เกิดการพิจารณาอย่างรวดเร็ว ซึ่งกำหนดกรอบเวลาพิจารณาอีไอเอให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี
2.การร่วมทุนระหว่างรัฐและเอกชน หรือPPP ใช้เวลานานพอสมควร จึงให้คณะกรรมการนโยบายระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เป็นผู้อนุมัติภายใต้ขอบเขตมาตรฐานการร่วมทุนPPP ไม่ให้ต่ำกว่ามาตรฐาน
3.ในการมาเปิดกิจการหน่วยซ่อมอากาศยานของชาวต่างชาติ จากเดิมที่กำหนดให้ต้องมีคนไทยถือหุ้นเกิน50เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป ทำให้ติดขัดไปถึงบริษัทใหญ่ที่มีเทคโนโลยีสูง มีสิทธิบัตร จึงไม่ค่อยยอมชาวต่างชาติถือหุ้นใหญ่ เลยยกเว้นไม่ต้องยึดถือตามกฎหมายเดิม







