
เศรษฐกิจรอบสัปดาห์
ธนาคารพาณิชย์ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ หลังจากนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ได้ให้ธนาคารพาณิชย์พิจารณา
แบงก์ลดดอกเบี้ยรายย่อย0.5%สนองรัฐ
ธนาคารพาณิชย์ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ หลังจากนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ได้ให้ธนาคารพาณิชย์พิจารณาปรับลดส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างผู้กู้รายใหญ่และรายย่อยให้มีความเหมาะสม โดยธนาคารกรุงเทพ กสิกรไทย กรุงไทย ลดดอกเบี้ยเงินกู้เอ็มอาร์อาร์ลง 0.5% ขณะที่ธนาคารไทยพาณิชย์ลดดอกเบี้ยเอ็มอาร์อาร์ เอ็มแอลอาร์ และเอ็มโออาร์ ลงทุกประเภท 0.25%
นอกจากนี้ ยังมีธนาคารรัฐ 2 แห่งที่ประกาศลดดอกเบี้ย คือ ธนาคารออมสิน ลดอัตราดอกเบี้ยเอ็มอาร์อาร์ และเอ็มโออาร์ จาก 7.125% และ 7.10% ลดลงเหลือ 7.00% และธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ลดดอกเบี้ยเอ็มโออาร์และเอ็มแอลอาร์ 0.15%
จีดีพีไตรมาสแรกปีนี้โต3.3%
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า ไตรมาสแรกปี 2560 ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ขยายตัว 3.3% สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ เนื่องจากการฟื้นตัวของการส่งออก ลงทุนภาครัฐยังขยายตัวในอัตราเร่ง ราคาสินค้าเกษตรปรับตัวดีขึ้น และการขยายตัวของภาคท่องเที่ยว
นอกจากนี้ สศช.ได้ปรับกรอบคาดการณ์จีดีพีปีนี้ทั้งปีแคบลง เป็น 3.3-3.8% จากเดิม 3-4% โดยยังคงค่ากลางไว้ที่ 3.5% และคาดการณ์ส่งออกปีนี้โต 3.6% การบริโภคภาคเอกชน และการลงทุนรวม ขยายตัว 3.0% และ 4.4% ตามลำดับ รายรับจากนักท่องเที่ยวต่างชาติราว 1.93 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.8%
ทุนจีนถล่มอสังหาฯไทย
ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยยังเนื้อหอม ล่าสุดมีกลุ่มทุนจีนสนใจเข้ามาลงทุนและซื้ออสังหาฯ ไทยมากขึ้น คาดว่าจะเริ่มเห็นนักลงทุนจีนเข้ามาพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมโลว์ไรส์ในเขตกรุงเทพฯ ที่มีราคาต้นทุนค่าก่อสร้างประมาณ 8,000-1 หมื่นบาท/ตร.ม. โดยใช้วัสดุก่อสร้างและผู้รับเหมาก่อสร้างจากจีน ทำให้สามารถควบคุมต้นทุนการก่อสร้างได้ ต่ำกว่าต้นทุนบริษัทรับเหมาก่อสร้างไทยซึ่งอยู่ที่ประมาณ 1.3-1.5 หมื่นบาท/ตร.ม.
ขณะที่รูปแบบการซื้ออสังหาฯ ของกลุ่มทุนจีนในไทยนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นระดับตลาดกลางและเป็นลูกค้าชนชั้นกลาง เนื่องจากมองว่าราคาอสังหาฯ ในประเทศไทยถูกกว่าประเทศจีน และเงื่อนไขการซื้อไม่ยุ่งยากเมื่อเทียบการซื้ออสังหาฯ ในประเทศจีน เช่น สัดส่วนเงินดาวน์ที่ประเทศจีน 35% แต่ประเทศไทย 10% ภาษีการโอนที่ประเทศจีนสูงกว่า 1-2 เท่า
กำไรบจ.ไตรมาสแรก โต21%ฟื้นตามราคาน้ำมัน
นายสันติ กีระนันทน์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในตลาดหลักทรัพย์ จำนวน 572 บริษัท คิดเป็น 92.41% จากทั้งหมด 619 บริษัท มีกำไรสุทธิในไตรมาสแรกปีนี้ 2.85 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.36% จากช่วงเดียวกันปีก่อน มีรายได้ 2.7 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.28%
ทั้งนี้ เป็นการฟื้นตัวของหุ้นหมวดพลังงานและสาธารณูปโภค รวมทั้งหมวดปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ ตามราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 53 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ขณะที่หมวดธุรกิจในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการอุปโภคบริโภค กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 2.31% และรายได้เพิ่มขึ้น 4.89%
สำหรับ บจ.ในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ผลดำเนินงานภาพรวมดีขึ้น มีกำไร 1,185 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.13% และมีรายได้ 3.46 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.42% แต่บางหมวดธุรกิจเริ่มได้รับผลกระทบจากการแข่งขันด้านราคามากขึ้น







