posttoday
วางแผนการเงิน เมื่อเดินออกจากงาน

วางแผนการเงิน เมื่อเดินออกจากงาน

19 พฤษภาคม 2560

โดย...สาธิต

โดย...สาธิต

ผ่านไปแล้วนะครับ สำหรับการวางแผนกองทุนประกันสังคมตอนเราออกจากงาน ทีนี้เรามาคุยกันต่อสำหรับผลิตภัณฑ์ทางการเงินอีกตัวครับ นั่นคือ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

ก่อนไปพูดถึงเรื่องเงื่อนไขและสิทธิประโยชน์ของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เรามารู้จักกองทุนสำรองเลี้ยงชีพกันก่อนดีกว่าครับ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพเป็นหนึ่งในการออมเพื่อเกษียณอายุสำหรับมนุษย์เงินเดือน (ยกเว้นข้าราชการ) โดยเงินในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพจะประกอบด้วยเงิน 4 ก้อน คือ เงินสะสม (เงินที่ลูกจ้างจ่ายสะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ) เงินสมทบ (เงินที่นายจ้างจ่ายสมทบในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้ลูกจ้าง) ผลประโยชน์ของเงินสะสม และผลประโยชน์ของเงินสมทบ เงินที่เราสะสมเพื่อเก็บไว้ใช้ยามเกษียณอายุ

เพื่อเป็นการส่งเสริมให้คนไทยมีเงินออมสำหรับใช้ยามเกษียณ รัฐบาลจึงกำหนดให้กองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้สิทธิประโยขน์ทางภาษีแบบ EEE (Exempted Exempted Exempted) โดยมีรายละเอียด ดังนี้

1.เงินสะสมที่ลูกจ้างที่เป็นสมาชิกจ่ายสะสมเข้ากองทุนสามารถนำมาหักลดหย่อนในการคำนวณภาษีเงินได้ตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกินปีละ 1 หมื่นบาท สำหรับส่วนที่เกิน 1 หมื่นบาท แต่ไม่เกิน 15% ของค่าจ้าง และไม่เกิน 4.9 แสนบาท ได้รับยกเว้นไม่ต้องนำไปรวมกับเงินได้ที่เสียภาษี

2.ผลประโยชน์จากการลงทุนของกองทุน เช่น ดอกเบี้ย เงินปันผล และกำไรจากการขายหลักทรัพย์ ได้รับยกเว้นภาษี

3.เงินที่สมาชิกได้รับจากกองทุนเมื่อสิ้นสุดสมาชิกภาพ ส่วนที่เป็นเงินสะสมได้รับยกเว้นภาษี สำหรับเงินสมทบ ผลประโยชน์เงินสะสม และผลประโยชน์เงินสมทบ จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี โดยต้องเป็นตามเงื่อนไขดังนี้

3.1 กรณีลาออกจากงานก่อนเกษียณอายุ

3.1.1 หากสมาชิกมีระยะเวลาการทำงานน้อยกว่า 5 ปี ต้องนำไปคำนวณเพื่อเสียภาษีทั้งจำนวน

3.1.2 หากสมาชิกมีระยะเวลาการทำงานตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป สามารถเลือกเสียภาษีแยกต่างหากจากเงินได้ประเภทอื่น โดยมีสิทธิหักค่าใช้จ่ายได้ 7,000 บาท คูณด้วยจำนวนปีที่ทำงาน เหลือเท่าใดหักได้อีกครึ่งหนึ่ง แล้วคำนวณภาษีตามอัตราภาษีทั่วไป

3.2 กรณีออกจากงานด้วยเหตุเกษียณอายุ เงินที่ได้รับจากกองทุนจะได้รับการยกเว้นภาษีทั้งจำนวน โดยมีเงื่อนไขว่าต้องเกษียณที่อายุตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไป และเป็นสมาชิกกองทุนตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป แต่หากเกษียณโดยมีอายุไม่ถึง 55 ปี หรือเกษียณโดยมีระยะเวลาการเป็นสมาชิกกองทุนไม่ถึง 5 ปี ก็ต้องเสียภาษีแบบเดียวกับข้อ 3.1

จะเห็นนะครับว่า การออมเงินในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ได้รับประโยชน์ถึง 3 เด้งเลยทีเดียว

เด้งที่ 1 เงินสมทบจากนายจ้าง สมมตินายจ้างสมทบให้เรา 10% ของค่าจ้าง ก็เท่ากับเราได้เงินเพิ่มขึ้น 10% ฟรีๆ แถมเงินก้อนนี้ไม่ต้องเสียภาษีด้วย รับเต็มๆ

เด้งที่ 2 เงินสะสมที่เราสะสมในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพทุกๆ ปี สามารถนำหักลดหย่อนในการคำนวณภาษีเงินได้

เด้งที่ 3 ผลประโยชน์ที่ได้รับจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพไม่ต้องเสียภาษีหากปฏิบัติได้ตามเงื่อนไข

แถมเด้งที่ 4 อีกข้อ คือ เงินในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เจ้าหนี้จะยึดหรืออายัดไม่ได้

เมื่อเห็นประโยชน์ของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพดีอย่างนี้แล้ว ก็ขอให้พวกเราเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพกันเยอะๆ นานๆ อย่าลาออกจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพกันเลย แม้ว่าจะเป็นสิทธิของเราที่จะเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพหรือไม่ก็ตาม แต่เพราะในวัยเกษียณเราจะต้องใช้เงินเยอะมาก การออมเพื่อวัยเกษียณเป็นสิ่งที่จำเป็นและต้องออมแต่เนิ่นๆ และต้องออมในแต่ละครั้งที่มากพอ เราจึงจะมีเงินออมที่พอใช้ในยามเกษียณ ดังนั้นหากมีการออมที่ช่วยให้เราออมเพื่อวัยเกษียณได้ง่ายขึ้นแถมให้ประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายอย่างกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เราก็ไม่ควรทิ้งโอกาสดีๆ อย่างนี้ครับ

ครั้งหน้าเราจะเริ่มคุยกันเกี่ยวกับการวางแผนกองทุนสำรองเลี้ยงชีพตอนออกจากงานกันครับ จะได้ไม่มาเสียใจทีหลังว่า ทำไมไม่มีใครบอกตอนพลาดไปแล้ว

ท่านที่สนใจบทความทางการเงินอื่นๆ เพิ่มเติม ขอเชิญไปกดไลค์ได้ที่เพจในเฟซบุ๊กชื่อ Sathit CFP เพื่อติดตามข้อมูลข่าวสารต่อไปได้ครับ...ขอบคุณครับ

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน