
วุฒิศักดิ์เร่งขยายตลาด
วุฒิศักดิ์เร่งขยายแฟรนไชส์ ตั้งเป้า 3 ปี เพิ่ม 300 สาขา ครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์ พร้อมต่อยอดนวัตกรรมสมุนไพร ตั้งเป้า 2,000 ล้าน
วุฒิศักดิ์เร่งขยายแฟรนไชส์ ตั้งเป้า 3 ปี เพิ่ม 300 สาขา ครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์ พร้อมต่อยอดนวัตกรรมสมุนไพร ตั้งเป้า 2,000 ล้าน
นายอรรถวุฒิ จริงไธสง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วุฒิศักดิ์ คลินิก อินเตอร์กรุ๊ป เปิดเผยว่า แนวโน้มธุรกิจจะเติบโตไปข้างหน้าด้วยการขยายธุรกิจในรูปแบบแฟรนไชส์ ซึ่งเป็นธุรกิจที่กำลังได้รับความนิยม เนื่องจากความต้องการของผู้ที่จะเป็นผู้ประกอบการใหม่มีมากขึ้น และการซื้อแฟรนไชส์เป็นธุรกิจที่มีสูตรสำเร็จในการบริหารจัดการในทุกด้าน บริษัทจึงเลือกที่ผันตัวขยายธุรกิจแบบแฟรนไชส์ เพราะการทำธุรกิจแฟรนไชส์ทุกตลาดเติบโตขึ้น 10% ในปีที่ผ่านมา
สำหรับในปี 2560 จะขยายธุรกิจประเภทแฟรนไชส์ในกลุ่มธุรกิจความงามและสุขภาพ ซึ่งปัจจุบันวุฒิศักดิ์มี 125 สาขา และต่อยอดธุรกิจไปยังกลุ่มบิวตี้ เซ็นเตอร์ โดยนำนวัตกรรมจากธรรมชาติและสมุนไพรเป็นหลัก ซึ่งจะเป็นตลาดอีกกลุ่มหนึ่งที่ยังไม่เปิดตัวจนกว่าจะสมบูรณ์ แต่ได้มีการทดลองตลาดและได้ผลตอบรับจากผู้บริโภค 70%
ขณะที่แผนในระยะ 3 ปี บริษัทจะขยายสาขาเพิ่มขึ้นถึง 300 สาขา แบ่งเป็น วุฒิศักดิ์คลินิก 150 สาขา วุฒิศักดิ์บิวตี้ เซ็นเตอร์ 50 สาขา และวุฒิศักดิ์เมจิก บิวตี้ 100 สาขา ที่กำลังจะปรับโฉมใหม่ในปี 2561 เป็น วุฒิศักดิ์ เอ็กซ์เพรส งบประมาณในการลงทุนของแต่ละกลุ่มแบ่งเป็น วุฒิศักดิ์คลินิก ลงทุน 6-8 ล้านบาท/สาขา วุฒิศักดิ์บิวตี้ เซ็นเตอร์ ลงทุน 5-6 ล้านบาท/สาขา และวุฒิศักดิ์เมจิก บิวตี้ ลงทุน 1.5-2.5 ล้านบาท/สาขา และขยายสาขาในต่างประเทศในปีหน้าเพิ่ม ได้แก่ ลาว 4 สาขา กัมพูชา 5 สาขา เมียนมา 2 สาขา และเวียดนาม 1 สาขา จากปัจจุบันมี 12 สาขา
นายอรรถวุฒิ กล่าวอีกว่า ในปีนี้บริษัทได้ตั้งเป้าเติบโตขึ้น 10% โดยมีรายได้มูลค่า 2,000 ล้านบาท และตั้งเป้าหมายอีก 5 ปี ในการเป็น Wellness World ส่วนการแข่งขันในตลาดยังมีความรุนแรงขึ้น แต่วุฒิศักดิ์ยังคงเป็นอันดับ 1 โดยมีส่วนแบ่ง 8-10% จากตลาดรวมมูลค่า 2.5 หมื่นล้านบาท เนื่องจากมีจุดแข็งในเรื่องมาตรฐานการให้บริการ มีผู้เชี่ยวชาญด้านความงาม มีนวัตกรรม จำนวนสาขาที่ครอบคลุม มีการทำตลาดทั้งทางตรงและทางอ้อม แบบออฟไลน์และออนไลน์ ในประเทศและต่างประเทศ โดยมีแผนจะโรดโชว์ที่เวียดนามปีหน้า ส่วนงบลงทุนปีนี้มูลค่า 300 ล้านบาท แบ่งเป็นงบสำหรับวิจัยและพัฒนา 180 ล้านบาท และเปิดช็อปอีก 120 ล้านบาท







