
รับเหมากำไรวูบ47%
เอเซียพลัสคาดไตรมาส2แนวโน้มดีขึ้นแนะหุ้นก่อสร้างในประเทศ
เอเซียพลัสคาดไตรมาส2แนวโน้มดีขึ้นแนะหุ้นก่อสร้างในประเทศ
กลุ่มรับเหมาก่อสร้างไตรมาสแรกปีนี้กำไรดิ่ง 47% ด้านเอเซีย พลัส คาดไตรมาส 2 ฟื้น
กลุ่มรับเหมาก่อสร้างแจ้งไตรมาสแรกปีนี้มีกำไรรวม 1,286 ล้านบาท ลดลง 47% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ผลมาจากการขาดทุนของบริษัท เอสทีพี แอนด์ ไอ (STPI) และบริษัท บีเจซี เฮฟวี่ อินดัสทรี (BJCHI) และฐานกำไรที่ต่ำของบริษัท ทีทีซีแอล (TTCL) ที่กำไรสุทธิลดลง 68%
บริษัท อิตาเลี่ยนไทยดีเวล๊อปเมนต์ (ITD) กำไรสุทธิลดลง 37% และบริษัท ซิโน-ไทยเอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น (STEC) กำไรลดลง 7%
สำหรับ บริษัท ช.การช่าง (CK) กำไรอ่อนตัวเล็กน้อย 0.9% อย่างไรก็ตาม ยังมีบางบริษัทที่แสดงถึงกำไรสุทธิที่เติบโตได้ดี คือบริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น (UNIQ) กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 28% บริษัท ซินเทค คอนสตรัคชั่น (SYNTEC) กำไรเพิ่มขึ้น 9.1% บริษัท ซีฟโก้ (SEAFCO) กำไรเพิ่มขึ้น 13% และบริษัท ไพลอน(PYLON) กำไรเพิ่มขึ้น 19%
นายภาสิต ลี้สกุล กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ทีอาร์ซี คอนสตรัคชั่น (TRC) ชี้แจงว่า กำไรที่ลดลง 160% ในไตรมาสแรกมาจากรายได้จากการให้บริการก่อสร้าง 952.14 ล้านบาท ลดลง 13.78% รายได้ส่วนใหญ่มาจากโครงการระยะยาวยกมาของบริษัท ได้แก่ โครงการ 1st Transmission Pipeline Life Extension Project 28” Recoating Section จาก บริษัท ปตท. และโครงการที่บริษัท สหการวิศวกร (บริษัทย่อย) ได้แก่ โครงการจ้างเหมาก่อสร้างปรับปรุงขยายการประปาส่วนภูมิภาค สาขาเกาะสมุย จากการประปาส่วนภูมิภาค และโครงการก่อสร้างถนนศรีนครินทร์-ร่มเกล้า ช่วงที่ 1 จากกรุงเทพมหานครและหน่วยงานอื่นของรัฐ รายได้จากการให้บริการก่อสร้างลดลง เนื่องจากช่วงปลายปีก่อนบริษัทดำเนินโครงการและส่งมอบงวดงานของงานที่มีอยู่ในมือไปหลายโครงการ
ด้านงานที่ได้รับเพิ่มเติมในช่วงระหว่างงวดอยู่ในระหว่างการเริ่มดำเนินโครงการกำไรขั้นต้น 95.99 ล้านบาท ลดลง 73.01 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นเท่ากับ 10.08% ลดลงจากไตรมาสแรกของปี 2559 ที่อยู่ที่ระดับ 15.30% เนื่องจากงานส่วนใหญ่ที่มีอยู่ในมือเป็นงานประเภทให้บริการระบบวิศวกรรมและงานโยธา ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยอยู่ที่ระดับไม่สูงนัก
บริษัทมีค่าใช้จ่ายในการบริหารและค่าใช้จ่ายทางการเงิน เท่ากับ 126.85 ล้านบาท และ 3.68 ล้านบาท ตามลำดับ โดยมีค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 52.08% ส่วนใหญ่ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เกิดจากการปรับปรุงอัตราแลกเปลี่ยนของสินทรัพย์ ณ วันสิ้นงวด ซึ่งบางส่วนยังมิได้เป็นรายการที่เกิดขึ้นจริง
นอกจากนั้น ยังมีส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม เท่ากับ 10.25 ล้านบาท เป็นการรับรู้ผลขาดทุนจากผลการดำเนินงานของบริษัท อาเซียนโปแตชชัยภูมิ (APOT) ด้วยวิธีส่วนได้เสีย โดย APOT อยู่ในระหว่างการก่อสร้างโครงการเหมืองแร่โปแตชที่ จ.ชัยภูมิ งานระหว่างก่อสร้างที่ยังไม่รับรู้รายได้ บริษัทมีงานอยู่ในระหว่างการก่อสร้างที่ยังไม่ได้รับรู้
รายได้ รวม 5,951 ล้านบาท
นางนิจพร จรณะจิตต์ กรรมการรองประธานบริหารอาวุโส ITD ชี้แจงว่า กำไรไตรมาสแรกลดลงเพราะมีรายได้จากการให้บริการก่อสร้าง การขายและให้บริการ 12,867 ล้านบาท ลดลง 258 ล้านบาท ส่วนหนึ่งเนื่องจากรายได้จากโครงการก่อสร้างในประเทศอินเดียลดลง
นางภรณี ทองเย็น ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซียพลัส คาดว่า ผลการดำเนินงานกลุ่มรับเหมาก่อสร้างไตรมาส 2 จะมีแนวโน้มดีขึ้น หลังจากโครงการใหม่ที่ได้ลงนามในปีนี้ โดยเฉพาะในหลายบริษัทที่มีงานในมือปัจจุบันจำนวนมาก ที่จะทยอยรับรู้รายได้เข้ามา ตรงข้ามกับธุรกิจงานโมดูลและงานโครงการต่างประเทศยังต้องรองานประมูลใหม่ที่น่าจะเริ่มมีเข้ามาช่วงครึ่งปีหลัง จึงแนะนำให้ลงทุนในหุ้นที่อิงกับการก่อสร้างในประเทศ







