posttoday
โทรทัศน์ตายแล้ว?

โทรทัศน์ตายแล้ว?

18 พฤษภาคม 2560

ทุกวันนี้ทุกคนต่างมองว่าโทรทัศน์ตายแล้ว คนหันไปดูอย่างอื่นแทนโทรทัศน์ การเจริญเติบโตของอินเทอร์เน็ตทำให้คนหันไปรับข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตแทนโทรทัศน์ โทรทัศน์กลายเป็นสิ่งล้าสมัยและกำลังจะหมดความสำคัญลงไป โทรทัศน์ตายแล้วจริงหรือ?

ทุกวันนี้ทุกคนต่างมองว่าโทรทัศน์ตายแล้ว คนหันไปดูอย่างอื่นแทนโทรทัศน์ การเจริญเติบโตของอินเทอร์เน็ตทำให้คนหันไปรับข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตแทนโทรทัศน์ โทรทัศน์กลายเป็นสิ่งล้าสมัยและกำลังจะหมดความสำคัญลงไป โทรทัศน์ตายแล้วจริงหรือ?

ก่อนอื่นต้องเข้าใจนิยามให้ตรงกันก่อนว่าคำว่า “โทรทัศน์” นั้นหมายถึงอะไร โทรทัศน์ก็คือการบริการเพื่อส่งภาพ และเสียง เพื่อให้กลุ่มคนสามารถรับข้อมูลข่าวสารได้ (Mass Communication) และลักษณะการบริการก็ยังสามารถแบ่งโทรทัศน์ออกเป็นสองแบบอีก คือ

1) บริการโทรทัศน์ที่คนดูไม่สามารถควบคุมเวลาการดูของตัวเองได้ (Linear Broadcasting) คือเมื่อเปิดโทรทัศน์ดูระหว่างรายการก็จะไม่สามารถดูตอนเริ่มรายการได้ เช่น การดูโทรทัศน์ผ่านดิจิทัลทีวี ทีวีดาวเทียม เป็นต้น

2) บริการโทรทัศน์ที่คนดูสามารถควบคุมเวลาการดูของตัวเองได้ (Non-
Linear Broadcasting) คือเมื่อเปิดโทรทัศน์ดูไม่ว่าเวลาใดก็ตามก็จะเริ่มดูได้ตั้งแต่ต้นรายการ เช่น การดูโทรทัศน์ย้อนหลัง การดูรายการที่บันทึกไว้ผ่านอินเทอร์เน็ต เป็นต้น

วิถีชีวิตของคนที่ปัจจุบันไม่สามารถกำหนดเวลาชีวิตที่แน่นอนของตัวเองได้ และการพัฒนาของโครงข่ายอินเทอร์เน็ตที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นทำให้บริการโทรทัศน์ที่คนดูสามารถควบคุมเวลาการดูของตัวเองได้ กลายเป็นที่นิยมมากขึ้น เพราะคนดูมีอำนาจในการกำหนดเวลาและสถานที่การดูได้ด้วยตัวเอง ต่างจากบริการโทรทัศน์ที่คนดูไม่สามารถควบคุมเวลาการดูของตัวเองได้ เพราะอำนาจทั้งหมดอยู่ที่เจ้าของสถานีโทรทัศน์

คำถามคือ โทรทัศน์ตายแล้วจริงหรือ? เพราะจากข้อมูลที่รับรู้กันโดยทั่วไปพบว่าอัตราการดูผ่านเครื่องรับโทรทัศน์ลดลง แต่การรับชมผ่านอุปกรณ์มือถือหรือแท็บเล็ตมากขึ้น ซึ่งก็เป็นที่มาของข้อสรุปที่ว่าโทรทัศน์เริ่มตายแล้ว

หากโทรทัศน์หมายถึงเพียงกล่องสี่เหลี่ยมที่ทุกคนต้องนั่งชมร่วมกัน โทรทัศน์ก็คงจะตายแล้วจริง แต่ข้อเท็จจริงคือคนไม่ได้ดูกล่องสี่เหลี่ยม แต่ดูเนื้อหาในกล่องสี่เหลี่ยม และด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบันก็ทำให้เนื้อหาที่เคยอยู่เฉพาะในกล่องสี่เหลี่ยม ขยายรากเติบโตผ่านช่องทางอื่นๆ ทั้งโทรศัพท์มือถือ และแท็บเล็ต ซึ่งสามารถควบคุมเวลา และสถานที่ในการดูได้อีกด้วย ถ้าเป็นความหมายนี้โทรทัศน์ก็คงไม่ได้ตาย เพียงแต่เปลี่ยนช่องทางการรับชมของคนออกไป

ภายใต้ความเปลี่ยนแปลงที่แจ่มชัดนี้ ยิ่งทำให้ผมมองว่ากิจการโทรทัศน์จะไปได้หาก “Content is king” เพราะเมื่อผู้ประกอบการสามารถสร้างสรรค์เนื้อหารายการได้เข้าถึงกลุ่มผู้ชมแล้ว ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยน
ช่องทางรับชมก็ไม่ใช่อุปสรรค แต่อีกมุมหนึ่งผมมองเป็นโอกาสที่ช่องจะขยายฐานคนดูออกไปได้อีกด้วย แต่เมื่อใดก็ตามที่ผู้ประกอบการรู้สึกว่าควรจำกัดช่องทางของผู้บริโภค โดยหวังเพียงว่าเมื่อคนไม่มีอะไรดูก็จะต้องดูเนื้อหาของตนเอง หรือ “Channel is king” นั่นก็คงจะถึงจุดจบของช่องอย่างแน่นอน

ผมยังมีความเชื่อว่า นอกจากโทรทัศน์จะยังไม่ตาย แต่ยังขยายความเจริญงอกงามตามการขยายตัวของโครงข่ายอินเทอร์เน็ต ยุคนี้จึงเป็นยุคทองของผู้ที่มองเห็นว่าโทรทัศน์ไม่ได้เป็นแค่กล่องสี่เหลี่ยมเท่านั้น แต่สิ่งสำคัญคือเนื้อหาในกล่องที่ไม่มีวันตาย ถ้ายังสร้างความสุข ความรู้ สาระผ่านคอนเทนต์ให้ผู้ชมได้ สิ่งนี้แหละครับที่จะยังอยู่ยงคงกระพัน

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท