
เจอ Wannacry อย่าตื่นตูม
โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ
โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ
หลังมีประกาศเตือนเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของมัลแวร์เรียกค่าไถ่ในไทยที่ชื่อว่า วอนนาคราย หรือ WannaCry(WCry, WanaCrypt0r, WannaCrypt,Wana Decrypt0r) ซึ่งเป็นแรนซัมแวร์ร้ายแรงที่สุดในขณะนี้ ระยะเวลาเพียง2 วัน (13-14 พ.ค.) มีผู้ตกเป็นเหยื่อแล้วกว่า 2 แสนราย จาก 100 ประเทศรวมถึงในไทย
ปัญหาที่เกิดขึ้น ทำให้แรนซัมแวร์ดังกล่าวสามารถเข้ารหัสไฟล์สำคัญทั้งหมดของเครื่องเช่น .docx, .pptx, .mpeg, .zip, .backup และเรียกค่าไถ่เป็นเงิน 300 เหรียญสหรัฐ ผ่านทางบิตคอยน์ (Bitcoin) ซึ่งผู้ประกอบการในไทยที่เจอปัญหาแล้ว คือเซิร์ฟเวอร์ของการีน่า ประเทศไทย
ทางด้านนายกรัฐมนตรีได้สั่งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เร่งตรวจสอบสถานการณ์ดังกล่าวแล้ว เพื่อเตือนประชาชนให้ป้องกันและวางแผนระมัดระวังในการเข้าถึงข้อมูลและใช้งานระบบต่างๆ อย่างรอบคอบขึ้น
ปริญญา หอมเอนก ประธานและผู้ก่อตั้ง บริษัท เอซิส โปรเฟสชั่นนัล เซ็นเตอร์ กล่าวว่า ก่อนอื่นต้องรู้ที่มาที่ไปของแรนซัมแวร์ก่อนว่าการโจมตีแบบเรียกค่าไถ่รูปแบบนี้มีมานานแล้ว เพียงแค่คลิกหรือกดรับไฟล์ที่น่าสงสัย หากบังเอิญว่าเครื่องคอมพิวเตอร์นั้นมีช่องโหว่ย่อมเจอปัญหาขึ้น
“เราเจอปัญหาเรื่องการติดไวรัส มัลแวร์ แรนซัมแวร์ แบบนี้มาตลอด เพียงแต่จะเป็นในรูปแบบของการเกิดปัญหาในคอมพิวเตอร์เพียงเครื่องเดียว ซึ่งเกิดขึ้นได้ไม่ว่าจะเป็นองค์กรภาครัฐหรือหน่วยงานเอกชน และเมื่อจ่ายเงินให้แก่แฮ็กเกอร์ปัญหาก็จบไม่ลุกลาม”
แต่ช่องโหว่ในครั้งนี้เกิดจากการที่แฮ็กเกอร์เข้าไปขโมยข้อมูลของหน่วยงาน NSA (National Security Agency)โดยย้อนกลับไปเมื่อเดือน ส.ค. 2559 กลุ่มแฮ็กเกอร์ที่เรียกตัวเองว่า The Shadow Broker สามารถเข้าถึงเครื่องมือระดับสูงของ NSA และได้เรียกร้องเงิน 1 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ไม่มีหน่วยงานใดยอมจ่าย
แฮ็กเกอร์จึงปล่อยเครื่องมือและช่องโหว่เหล่านี้ทั้งหมดออกสู่สาธารณะในช่วงเดือน เม.ย. 2560 ทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์จำนวนมากที่ไม่ได้อัพเดทได้รับความเสียหาย
ทางด้านไมโครซอฟท์ ประเทศไทยได้ส่งข้อความผ่านทางทวิตเตอร์ให้ผู้ใช้งานวินโดวส์เอ็กซ์พี (WindowsXP) วินโดวส์ 8 (Windows8) และวินโดวส์เซิร์ฟเวอร์ 2003 (WindowsServer2003) เข้าไปอัพเดทเพื่อป้องกันระบบจากการจู่โจมของ WannaCrypt โดยเข้าไปในเว็บไซต์หลักของไมโครซอฟท์ (https://blogs.technet.microsoft.com/msrc/2017/05/12/customer-guidance-for-wannacrypt-attacks/?utm_source=t.co&utm_medium=referral) และเลือกดาวน์โหลดเพื่อการอัพเดทที่ถูกต้อง
ทั้งนี้ WannaCry ได้แพร่กระจายผ่านจุดอ่อนบนระบบวินโดวส์ของไมโครซอฟท์ ซึ่งโค้ดดังกล่าวมีชื่อว่า “EternalBlue” ที่มีข่าวออกมาเมื่อเดือน เม.ย.ในขณะที่ทางไมโครซอฟท์เองก็ได้ออกเตือนผู้ใช้งานระบบเก่าตั้งแต่เดือนมี.ค. ให้ผู้ใช้งานอัพเดทแพตช์ (Patch) ที่เขียนออกมาเพื่อซ่อมแซมหรือแก้ไขจุดบกพร่องของซอฟต์แวร์เวอร์ชั่นเดิมแต่กลับไม่ได้เป็นข่าวใหญ่และผู้ใช้งานเองก็ไม่ได้ตื่นตัวในการอัพเดทระบบเท่าที่ควร
“สิ่งที่น่ากังวลคือหน่วยงานราชการสนามบิน สถานพยาบาลหากยังใช้อุปกรณ์และเครื่องคอมพิวเตอร์ระบบเดิมแบบไม่มีการอัพเดทก็มีความเสี่ยงที่จะโดนโจมตีได้อย่างที่เกิดขึ้นแล้วในโรงพยาบาลทั่วประเทศอังกฤษ บริษัทโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่ของสเปน”
แรนซัมแวร์ดังกล่าวเข้ามาเจาะระบบผ่านทางเกตเวย์ทำให้แพร่กระจาย จึงเรียกได้ว่าเป็น แรนซัมแวร์ วอร์ม (Ransomware Worm) เหมือนหนอนอินเทอร์เน็ตที่เจาะไชไปอย่างรวดเร็ว
สำหรับในไทยสิ่งที่น่ากังวลคือCritical Infrastructure ที่สำคัญของประเทศ เช่น ระบบสื่อสารโทรคมนาคมระบบไฟฟ้า หรือระบบการชำระเงินของภาคธนาคาร ถ้ายังใช้อุปกรณ์รุ่นเก่าและไม่วางแผนป้องกันล่วงหน้าเพราะคิดว่ายังไม่เจอปัญหาก็ไม่เตรียมการไว้ก่อนย่อมเป็นปัญหาในอนาคตแน่นอน
“ถ้าเป็นธุรกิจการเงินมีการป้องกันอย่างเต็มที่ ซึ่งต่างจากระบบสาธารณสุขที่ลงทุนด้านบุคลากรมากกว่าระบบไอทีและหากเกิดปัญหาย่อมรุนแรงกว่าธุรกิจอื่นๆ แน่นอน”
อย่างไรก็ตาม การแพร่ระบาดของแรนซัมแวร์ที่เกิดขึ้น ไม่อยากให้ประชาชนหรือธุรกิจตื่นตระหนกแต่อยากให้ระมัดระวังมากขึ้นในการกดเข้าใช้งานไฟล์ข้อมูล หรือดาวน์โหลดไฟล์ที่แนบมากับอีเมลที่สุ่มเสี่ยง
ที่สำคัญคือ ยิ่งตลาดสมาร์ทโฟนของประเทศไทยบูมเท่าไหร่ยิ่งต้องระวัง เพราะสมาร์ทโฟนถือว่าเป็น High-Performance Computing Device ที่เรียกได้ว่าตอบโจทย์ทุกด้านของชีวิตทั้งไลฟ์สไตล์ การเงิน ช็อปปิ้ง มากกว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้เพียงทำงานในองค์กรเท่านั้น
ดังนั้น หากไม่เรียนรู้เทคโนโลยีหรือตามให้ทัน ไม่อัพเดทหรือป้องกันช่องโหว่ต่างๆ ย่อมมีความเสี่ยงที่จะเจอปัญหาอย่างแน่นอน







