
อยากให้จำ อยากให้ลืม
หากใครที่เคยซื้อโปรแกรม หนังสือ แอพพลิเคชั่น หนังเกม ผ่านช่องทางออนไลน์
โดย...ชัชวาล สังคีตตระการ
หากใครที่เคยซื้อโปรแกรม หนังสือ แอพพลิเคชั่น หนังเกม ผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งได้กลับมาเป็นเพียงไฟล์ดิจิทัล ช่องทางเหล่านั้น มักเขียนไว้ค่อนข้างชัดเจนว่าเป็นทรัพย์สินที่ไม่สามารถส่งต่อหรือมอบให้เป็นมรดกแก่กันได้ ถ้าเราอยากส่งต่อก็คงต้องส่งต่อกันเป็นบัญชีผู้ใช้ (username) กับรหัสผ่าน (password) ไปเลย ซึ่งนั่นก็อาจจะผิดเงื่อนไขของบางบริการที่ต้องมีการยืนยันตัวบุคคลจริงแต่มีหลายบริการที่อนุญาตให้ญาติผู้เสียชีวิตแสดงหลักฐานเพื่อขอสิทธิในการเข้าจัดการบัญชีออนไลน์ได้
เมื่อมาถึงประเด็นนี้ ก็สะกิดผมขึ้นมาว่าก็อาจเป็นเรื่องดีที่คนที่ยังอยู่จะสามารถเข้าไปจัดการเรื่องต่างๆ ให้เราได้ หากเราเสียชีวิตก่อนที่ได้จะได้ทิ้ง username และpassword ไว้ให้ แต่คิดอีกมุมหนึ่ง หรือแท้จริงแล้ว ผู้เสียชีวิตก็อาจจะไม่อยากให้ใครเข้าไปยุ่งกับข้อมูลที่เป็นส่วนตัวของเขาหรือเปล่า เขาอาจจะมีเรื่องที่อยากให้หายไปจากโลกนี้พร้อมกับชีวิตของเขา
ถ้าเป็นอย่างนั้นแล้ว จะยุติธรรมกับเขาหรือเปล่า และทำให้ผมนึกถึงเรื่อง “สิทธิที่จะถูกลืม” (Right to be Forgotten) เมื่อสักสองสามปีก่อน จากกรณีที่ชายชาวยุโรปคนหนึ่งซึ่งประสบปัญหาทางการเงินเข้าขั้นวิกฤตจนต้องถูกบังคับให้ขายทรัพย์สินต่างๆ ที่เขามี เหตุการณ์ในครั้งนั้น มีสื่อเขียนถึงเรื่องราวของเขาทั้งในสิ่งพิมพ์และออนไลน์ เมื่อเวลาผ่านไป ในที่สุดเขาก็ฝ่าวิกฤตนั้นมาได้ แต่ทุกครั้งที่เขาค้นในกูเกิลก็จะยังเจอลิงค์ไปยังข่าวนั้นอยู่เสมอ เขาจึงตัดสินใจไปฟ้องศาล ซึ่งสุดท้ายกูเกิลต้องลบลิงค์นั้น
เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่า ยังมีเรื่องหรือความจริงบางอย่างที่สำคัญต่อใครสักคนและเขาอาจไม่อยากให้ใครล่วงรู้แต่เขามีสิทธิจะปกป้องสิ่งเหล่านี้ไว้ได้มากน้อยแค่ไหน ในยุคที่ดูเหมือนว่าเราจะมีพื้นที่ให้เก็บข้อมูลมากมายได้อย่างไม่จำกัด
ปัจจุบันมือถือไม่เคยเตือนเราเรื่องพื้นที่เก็บข้อความเต็มอีกแล้ว เนื่องจากมีพื้นที่เหลือเฟือสำหรับเก็บข้อความตัวอักษร ไม่ต้องคอยตามลบ แต่ผมเริ่มไม่แน่ใจ จะเอาอะไรมาตัดสินว่าสิ่งใดควรถูกเปิดเผย สิ่งใดไม่ควรเปิดเผย จะมีสิทธิปกป้องมันได้ไหม อย่างไร







