posttoday
กทท.ชงแผนพัฒนาที่ท่าเรือ เสนอบอร์ดเห็นชอบ22ก.ย.นี้

กทท.ชงแผนพัฒนาที่ท่าเรือ เสนอบอร์ดเห็นชอบ22ก.ย.นี้

14 กันยายน 2553

โพสต์ทูเดย์ — การท่าเรือฯ เตรียมทำแผนบริหารจัดการทรัพย์สิน ที่ดินคลองเตย เสนอบอร์ด 22 ก.ย.นี้ ก่อนเสนอ ครม.ตัดสิน

นายเฉลิมชัย มีคุณเอี่ยม ผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) เปิดเผยว่า กทท.ยื่นข้อมูลเกี่ยวกับการพัฒนาโครงการบริหารจัดการทรัพย์สินของ กทท. ให้คณะกรรมการ กทท. พิจารณาในวันที่ 22 ก.ย.นี้ ก่อนสรุปเสนอให้กระทรวงคมนาคมและยื่นให้ ครม.พิจารณาอนุมัติต่อไป เนื่องจากก่อนหน้านี้บอร์ด กทท. เห็นว่าการลดพื้นที่ท่าเรือกรุงเทพ (คลองเตย) บริเวณที่ดินติดริมน้ำ ฝั่งตะวันตก หลัง 10 ปี อาจก่อให้เกิดปัญหาหากต้องการเพิ่มพื้นที่ ดังนั้นทางคณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้องได้ปรับให้ใช้พื้นที่ว่างฝั่งตะวันออก เพื่อชดเชยหากต่อไปมีปริมาณการขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้นภายใน กทท.

“การใช้พื้นที่ที่ออกแบบเบื้องต้น ยังคงเหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง การท่าเรือฯ ยังพร้อมที่จะพัฒนาและเพิ่มศักยภาพที่ดินในโครงการนำร่อง 4 แปลง พื้นที่กว่า 200 ไร่ ซึ่งจะต้องเสนอ ครม.ให้พิจารณาอนุมัติ เนื่องจากเข้าข่าย พ.ร.บ.ร่วมทุน พ.ศ. 2535 มูลค่าการลงทุนเกินกว่า 1,000 ล้านบาท” นายเฉลิมชัย กล่าว

นายชลอ คชรัตน์ อธิบดีกรมเจ้าท่า ในฐานะประธานบอร์ด กทท. กล่าวว่า ก่อนหน้านี้บอร์ด กทท. ได้ตั้งข้อสังเกต และเห็นว่าโครงการดังกล่าวมีมูลค่าการลงทุนสูง ดังนั้นควรมีข้อมูลและรายละเอียดมากกว่าที่ กทท.เสนอมา อย่างไรก็ตามในช่วงไตรมาส 13 พบว่า กทท.มีรายได้สูงกว่าปี 2552 ที่ผ่านมากว่า 100 ล้านบาท และจะสรุปรายได้ในปีนี้ภายในเดือน ต.ค. 2553

สำหรับสาเหตุที่มีกำไรเพิ่มขึ้น เนื่องจากองค์กรได้ลดค่าใช้จ่ายในส่วนที่ไม่จำเป็นลงมาก อีกทั้งได้จัดส่งสินค้าเพิ่มขึ้น 1012% ซึ่งถือว่าเป็นรายได้ตามปกติที่ กทท.ได้รับมา ซึ่งแนวโน้มรายได้ในช่วงต้นปีงบประมาณ 2553 ติดขัดเพราะสถานการณ์ทางการเมือง มิฉะนั้น รายได้การขนส่งสินค้าของกทท.น่าจะมีแนวโน้มที่ดีกว่านี้

สำหรับสถานการณ์ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นนั้น ไม่เกี่ยวข้องกับการท่าเรือเท่าไรนัก แต่จะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการที่นำเข้าส่งออก มากกว่า ดังนั้น จึงคาดว่ากำไรที่การท่าเรือได้น่าจะเป็นตัวเลขปกติ ซึ่งอาจจะเพิ่มขึ้นจากปี 2552 กว่า 100 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ในปีงบประมาณ 2554 ซึ่งเริ่มตั้งแต่ 1 ต.ค. นี้ จะทำให้การท่าเรือมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการพัฒนาที่ดินในหลายๆ ส่วน ทั้ง ท่าเรือกรุงเทพและท่าเรือแหลมฉบัง ฯลฯ

นายเฉลิมชัย กล่าวว่า ที่ดิน 4 แปลง ประกอบด้วย 1.พื้นที่ขนาด 17 ไร่ อยู่ด้านข้างอาคารสำนักงานใหญ่ กทท. แนวคิดพัฒนาเป็น Maritime Center (ออฟฟิศบิลดิง) 2.พื้นที่ 54 ไร่ บริเวณอาคารทวิชโรงพยาบาลท่าเรือ ฝั่งตรงข้ามกรมศุลกากร จะพัฒนาเป็นศูนย์โลจิสติกส์ 3.พื้นที่ 137 ไร่ บริเวณอู่รถเมล์ ขสมก.ตลาดคลองเตย จะพัฒนาเป็นบิซิเนสปาร์ก (ย่านธุรกิจครบวงจรและชุมชนที่อยู่อาศัยใหม่) 4.พื้นที่ 15 ไร่ บริเวณคลังสินค้าผ่านแดนติดทางด่วนจะพัฒนาเป็นออฟฟิศบิลดิง โดยแปลงที่ 3 ติดสัญญาเช่า 10 ปี เนื้อที่ 10 ไร่ ทำให้เนื้อที่โครงการนำร่องเหลือ 213 ไร่ เฉพาะที่ดินมูลค่ารวมอยู่ที่ 11.2 หมื่นล้านบาท

ก่อนหน้านี้ทาง กทท.เคยนำเสนอ 4 แปลง เพื่อขอมติ ครม.มาแล้ว เนื่องจากติด พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ เพราะมูลค่าโครงการเกิน 1 พันล้านบาท ต่อมาทางกระทรวงการคลังแทงความเห็นว่า ขอให้มีการจัดทำแผนแม่บทให้ครบทั้ง 2,353 ไร่ เพื่อให้แน่ใจว่าแปลงที่เป็นโครงการนำร่องมีแผนพัฒนาที่สอดคล้องกัน ภายใต้แนวคิดพัฒนาในรูปแบบ Modern Port City

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท