
FBI กับเทคโนโลยี
โดย...ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทยข่าวต่างประเทศที่ดังที่สุดในช่วงนี้ คงไม่มีข่าวใดดังเกินข่าวที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ปลด เจมส์ โคมีย์ ผู้อำนวยการสำนักงานสืบสวนสอบสวนกลางสหรัฐ หรือเอฟบีไอ (FBI : Federal Bureau of Investigation) ซึ่งอาจจะเป็นเหตุจากการที่เจมส์ โคมีย์ พยายามเดินหน้าตรวจสอบเรื่องที่รัสเซียได้เข้ามาแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐเมื่อปลายปีที่แล้ว จะจริงเท็จอย่างไร ก็คงต้องติดตามต่อไปคนไทยส่วนใหญ่มักรู้จักเอฟบีไอจากภาพยนตร์สืบสวนสอบสวนของฮอลลีวู้ด แต่อาจไม่รู้แน่ชัดว่า หน่วยงานของรัฐบาลกลางสหรัฐนี้มีความสำคัญอย่างไร เอฟบีไอก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1908 ด้วยจุดประสงค์ในเรื่องความมั่นคงและความยุติธรรมภายในประเทศสหรัฐ จากนั้นก็มีการพัฒนารูปแบบการดำเนินการและโครงสร้างเพื่อรองรับภารกิจหลัก คือ การต่อต้านภัยก่อการร้าย การป้องกันสายลับต่างประเทศ การข่าวด้านความมั่นคง การต่อต้านคอร์รัปชั่น การรักษาสิทธิมนุษยชน การต่อต้านอาชญากรรมและความรุนแรง การต่อต้านอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี และที่สำคัญคือการยกระดับการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีทุกประเภทเพื่อใช้ใ
โดย...ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย
ข่าวต่างประเทศที่ดังที่สุดในช่วงนี้ คงไม่มีข่าวใดดังเกินข่าวที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ปลด เจมส์ โคมีย์ ผู้อำนวยการสำนักงานสืบสวนสอบสวนกลางสหรัฐ หรือเอฟบีไอ (FBI : Federal Bureau of Investigation) ซึ่งอาจจะเป็นเหตุจากการที่เจมส์ โคมีย์ พยายามเดินหน้าตรวจสอบเรื่องที่รัสเซียได้เข้ามาแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐเมื่อปลายปีที่แล้ว จะจริงเท็จอย่างไร ก็คงต้องติดตามต่อไป
คนไทยส่วนใหญ่มักรู้จักเอฟบีไอจากภาพยนตร์สืบสวนสอบสวนของฮอลลีวู้ด แต่อาจไม่รู้แน่ชัดว่า หน่วยงานของรัฐบาลกลางสหรัฐนี้มีความสำคัญอย่างไร เอฟบีไอก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1908 ด้วยจุดประสงค์ในเรื่องความมั่นคงและความยุติธรรมภายในประเทศสหรัฐ จากนั้นก็มีการพัฒนารูปแบบการดำเนินการและโครงสร้างเพื่อรองรับภารกิจหลัก คือ การต่อต้านภัยก่อการร้าย การป้องกันสายลับต่างประเทศ การข่าวด้านความมั่นคง การต่อต้านคอร์รัปชั่น การรักษาสิทธิมนุษยชน การต่อต้านอาชญากรรมและความรุนแรง การต่อต้านอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี และที่สำคัญคือการยกระดับการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีทุกประเภทเพื่อใช้ในการปฏิบัติภารกิจ
ดังนั้น ด้วยอำนาจที่กว้างขวางและงบประมาณมหาศาล ผู้อำนวยการเอฟบีไอจึงสำคัญยิ่งกว่าผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติบวกกับอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษของไทยรวมกันเสียอีก จึงไม่แปลกที่ผู้นำสหรัฐทุกคนอยากได้คนที่ตนเองไว้ใจเข้าดำรงตำแหน่งนี้
เอฟบีไอลงทุนและสนับสนุนงานวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาตั้งแต่ก่อตั้ง เช่น การริเริ่มนำดีเอ็นเอ (DNA) ที่บรรจุพันธุกรรมมาใช้เพื่อระบุตัวบุคคล โดยสร้างธนาคารข้อมูลดีเอ็นเอที่ใหญ่ที่สุดของโลก และได้พัฒนานิติวิทยาศาสตร์ที่ทันสมัย ถือเป็นต้นแบบของการสืบสวนด้วยการใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ทุกแขนงในปัจจุบัน
นอกจากนี้ เอฟบีไอยังเป็นผู้นำด้านการพัฒนาฐานข้อมูลขนาดใหญ่ โดยสามารถรวบรวมและปะติดปะต่อข้อมูลทุกประเภทในโลกเพื่อใช้ในการสืบสวนได้ เช่น เมื่อครั้งเกิดการวางระเบิดรถที่ตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ครั้งแรก เมื่อปี ค.ศ. 1993 เอฟบีไอยังสามารถสืบหาผู้ก่อการร้ายจากเลขบนเศษเพลารถที่ระเบิดเป็นจุณได้ ก็มาจากฐานข้อมูลขนาดใหญ่นี้เอง
ปัจจุบันเอฟบีไอได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยชั้นนำของสหรัฐทำงานวิจัยทางด้านพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล หรือที่เรียกว่า ไบโอแมทริกซ์ (Biometrics) ที่มีความฉลาดและซับซ้อนมาก ในการตรวจหาบุคคลต้องสงสัยได้เพียงแค่เห็นลักษณะทางกายภาพ และที่ทันสมัยที่สุดคือการใช้ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI (Artificial Intelligence) ร่วมกับฐานข้อมูลขนาดยักษ์ หรือ Big Data โดยสร้างโปรแกรมคอมพิวเตอร์อัจฉริยะเจาะลงไปถึงข้อมูลส่วนบุคคล เช่น อีเมล เว็บไซต์ บัตรเครดิต จนสามารถติดตามบุคคลต้องสงสัยได้ไม่ว่าจะอยู่มุมใดของโลก
ยิ่งวันนี้สหรัฐรู้สึกว่าถูกหักเหลี่ยมโดยกลุ่มแฮ็กเกอร์นักคอมพิวเตอร์อัจฉริยะของรัฐบาลรัสเซีย ที่มาเจาะและแทรกแซงข้อมูลความมั่นคงของสหรัฐ จึงยิ่งต้องลงทุนและพัฒนาเทคโนโลยีให้ก้าวล้ำขึ้นไปอีก เพื่อทั้งป้องกันและเอาคืนด้วยเช่นกัน จึงได้สร้างทีมปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ หรือ CAT (Cyber Action Team) ช่วยเหลือหน่วยงานรัฐและเอกชนในการป้องกันการเจาะเข้าฐานข้อมูล อีกทั้งยังพัฒนาซอฟต์แวร์ในการตรวจจับอาชญากรทางคอมพิวเตอร์
การเอาจริงเอาจังของเอฟบีไอกับการวิจัยและการพัฒนาทางเทคโนโลยีเพื่อความมั่นคง จึงน่าจะเป็นกรณีศึกษาที่ดีของรัฐบาลไทย เพราะภัยต่อความมั่นคงของชาติในปัจจุบันได้พัฒนาทั้งความรุนแรงและความซับซ้อน หากเรายังไม่เข้าใจหรือไม่กล้าลงทุนพัฒนาเทคโนโลยีของเราเอง อาจเกิดความเสี่ยงได้
ดังนั้น การรวมทีมอัจฉริยะไทยแลนด์ เพื่อสร้างเทคโนโลยีด้านความมั่นคง จึงเป็นความจำเป็นเร่งด่วน เช่นเดียวกับที่เอฟบีไอของสหรัฐกำลังทำอยู่ด้วยเช่นกัน







