
ลดความเหลื่อมล้ำ... ให้คนค้าขายเดินต่อได้
ช่วยๆ กันลดความเหลื่อมล้ำกันหน่อย...คนค้าขายจะได้เดินต่อได้ผู้เขียนชอบใจมากที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้ออกมากล่าวว่า ...ธนาคารบอกว่า ปัจจุบันมีส่วนต่างดอกเบี้ย (Spread of the interest) ระหว่างเงินฝากกับเงินให้กู้ไม่เยอะ เพราะมัวแต่ไปแข่งกันปล่อยกู้ให้ลูกค้ารายใหญ่ซึ่งลูกค้ากลุ่มนี้ไม่ต้องการกู้เงิน เหตุเพราะไปออกตราสารหนี้ระดมทุนได้ เงื่อนไขดีกว่า ทำให้ธนาคารคิดดอกเบี้ยลูกค้ารายใหญ่ถูกเพียง 1-2% แต่พอไปปล่อยกู้ธุรกิจรายย่อย หรือ SME กลับไปคิดดอกเบี้ยสูงถึง 7-8% และยิ่งเป็นบัตรเครดิตดอกเบี้ยจะสูงถึง 11-12% โดยท่านเห็นว่าธนาคารสามารถบริหารความเสี่ยงได้แต่ต้องไม่คิดดอกเบี้ยแบบสูงเกินจริง เอาดอกกู้คนตัวเล็กไปเฉลี่ยดอกถูกคนตัวใหญ่...ผู้บริหารระดับสูงของสถาบันการเงินและธนาคารพาณิชย์ก็เป็นคนไทย ทำมาหากินในประเทศไทย ควรมีจิตใจมาช่วยกันลดความเหลื่อมล้ำในสังคมโดยการช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย SME ด้วยการปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ลงมาบ้างเพื่อให้ธุรกิจรายย่อย SME และประชาชนเดินต่อไปได้ เวลานี้มันเดินขึ้นเขาไปสู้เรื่องค้าขายกันอยู่ต้องไม่ลืมว่าหลังเกิดวิกฤตการเงินปี 2540 ในเวลานั้นธนาคารทุกแห่งมีปัญหา รัฐบาลก็เข้ามาช่ว
ช่วยๆ กันลดความเหลื่อมล้ำกันหน่อย...คนค้าขายจะได้เดินต่อได้
ผู้เขียนชอบใจมากที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้ออกมากล่าวว่า ...ธนาคารบอกว่า ปัจจุบันมีส่วนต่างดอกเบี้ย (Spread of the interest) ระหว่างเงินฝากกับเงินให้กู้ไม่เยอะ เพราะมัวแต่ไปแข่งกันปล่อยกู้ให้ลูกค้ารายใหญ่ซึ่งลูกค้ากลุ่มนี้ไม่ต้องการกู้เงิน เหตุเพราะไปออกตราสารหนี้ระดมทุนได้ เงื่อนไขดีกว่า ทำให้ธนาคารคิดดอกเบี้ยลูกค้ารายใหญ่ถูกเพียง 1-2% แต่พอไปปล่อยกู้ธุรกิจรายย่อย หรือ SME กลับไปคิดดอกเบี้ยสูงถึง 7-8% และยิ่งเป็นบัตรเครดิตดอกเบี้ยจะสูงถึง 11-12% โดยท่านเห็นว่าธนาคารสามารถบริหารความเสี่ยงได้
แต่ต้องไม่คิดดอกเบี้ยแบบสูงเกินจริง เอาดอกกู้คนตัวเล็กไปเฉลี่ยดอกถูกคนตัวใหญ่...ผู้บริหารระดับสูงของสถาบันการเงินและธนาคารพาณิชย์ก็เป็นคนไทย ทำมาหากินในประเทศไทย ควรมีจิตใจมาช่วยกันลดความเหลื่อมล้ำในสังคมโดยการช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย SME ด้วยการปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ลงมาบ้างเพื่อให้ธุรกิจรายย่อย SME และประชาชนเดินต่อไปได้ เวลานี้มันเดินขึ้นเขาไปสู้เรื่องค้าขายกันอยู่
ต้องไม่ลืมว่าหลังเกิดวิกฤตการเงินปี 2540 ในเวลานั้นธนาคารทุกแห่งมีปัญหา รัฐบาลก็เข้ามาช่วยเหลือพร้อมกับมีนโยบายดอกเบี้ยต่ำ หรือถ่าง Spread นานพอควร สภาพคล่องในระบบสูงมากพอในเวลานี้ ในขณะเดียวกันธนาคาร สถาบันการเงินของไทยนับว่ามั่นคง แข็งแรง กำไรดี ถึงดีมาก ดังนั้นเวลานี้จึงเหมาะควรที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยสังคมด้วยการลดดอกเบี้ยเงินกู้ลงให้ส่วนต่างระหว่างดอกเบี้ยเงินกู้-เงินฝากลูกค้ารายย่อยให้แคบลงได้บ้าง
การที่ทางการ กระทรวงการคลังจะไปออกมาตรการอะไรมาบังคับธนาคารลดดอกเบี้ย หรือให้ธนาคารรัฐไปเป็นตัวนำลดดอกเบี้ย เพื่อกดดันตลาดคงไม่เหมาะ แต่เป็นเรื่องที่ธนาคารต้องคิดเองแบบจิตสาธารณะที่จะช่วยเหลือสังคม (ชอบตรงนี้มาก จะพูดกันเยอะไปทำไม ถ้ามีจิตใจให้แล้ว มันไม่ต้องพูดมาก แต่ถ้ายังไม่มีใจ พูดให้ตายก็ไม่ทำอยู่ดี)
ฝั่งของประธานสมาคมธนาคารไทยได้กล่าวว่า “พร้อมนำเรื่องส่วนต่างดอกเบี้ยเงินกู้ระหว่างลูกค้ารายใหญ่และลูกค้ารายย่อยเข้าหารือในการประชุมคณะกรรมการสมาคมในครั้งต่อไป ส่วนต่างดอกเบี้ยเงินกู้จะแคบลงหรือไม่ขึ้นอยู่กับการแข่งขันของธนาคารพาณิชย์ ซึ่งปัจจุบันลูกค้า SME ที่เป็นลูกค้าดีอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จะต่ำลงเพราะธนาคารพาณิชย์มีการแข่งขันปล่อยสินเชื่อในการแย่งลูกค้ากัน (ทุกวันนี้ก็เล่นแข่งแบบ แอบตกปลาในบ่อเพื่อนกันอยู่แล้ว) และยังต้องขึ้นอยู่กับการดำเนินนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทยที่มีหลายปัจจัยที่เข้ามาเกี่ยวข้องรวมถึงปัจจัยต่างประเทศด้วย เพราะเกี่ยวข้องกับเรื่องเงินทุนไหลเข้าออก”
ฝั่งนายธนาคารต่างระบุว่า
1.นายธนาคารระดับยักษ์ใหญ่ ระบุว่า ส่วนต่างดอกเบี้ยเงินกู้ระหว่างลูกค้ารายใหญ่และลูกค้ารายย่อยของธนาคาร (ขอไม่ระบุชื่อ) ไม่ได้กว้างมากเมื่อเทียบกับรายอื่นๆ และส่วนต่างดอกเบี้ยเงินกู้ก็มีแนวโน้มที่ปรับตัวลดลง
2.นายธนาคารขนาดกลาง ระบุว่า ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยของประเทศไทยมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง เชื่อว่าทางการห่วงเรื่องความเท่าเทียมในการเข้าถึงสินเชื่อมากกว่า ซึ่งกลุ่มลูกค้า SME ที่ประสบปัญหาการเข้าถึงสินเชื่อเพราะไม่สามารถแสดงที่มาที่ไปของรายได้ ทำให้ธนาคารไม่สามารถอนุมัติสินเชื่อให้ได้ (ก็ว่ากันไปอ่ะครับ)
3.มีการเปิดเผยกันว่าส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เงินฝากจากการให้ข่าวของนายธนาคารอยู่ที่ 3.7% (เทียบกับฝากออมทรัพย์ 0.75% เสียภาษีด้วยนะ)
4.เราต้องเดินไปด้วยกันอีกนานนะครับ จะไปกันแบบพี่กำไรทะลุฟ้า พวกผมตากแดดหน้าดำทำงานส่งดอกพี่สูงๆ มันคงไม่ไหวนะครับ ช่วยๆ กันลดความเหลื่อมล้ำกันหน่อย...คนค้าขายจะได้เดินต่อได้ครับ







