
‘ไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์’ สะดุดสะเทือนลงทุนรัฐ
การจัดตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย หรือไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ วงเงิน 1 แสนล้านบาท
โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง
การจัดตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย หรือไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ วงเงิน 1 แสนล้านบาท ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีมาตั้งแต่เดือน ก.ค. 2559 ที่ผ่านมา โดยมีกระทรวงการคลังเป็นผู้รับผิดชอบในการจัดตั้ง การตั้งไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ถือเป็นเครื่องมือทางการเงินใหม่ที่จะมาระดมเงินลงทุนภาครัฐ ลดภาระงบประมาณและการก่อหนี้สาธารณะของประเทศ
อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ให้ความสำคัญกับการผลักดันการตั้งกองทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์อย่างมาก เพราะเล็งเห็นว่าการลงทุนของประเทศในอนาคตมีอีกจำนวนมาก ลำพังงบประมาณและเงินกู้ไม่สามารถรองรับได้ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมตามแผน 7 ปี วงเงิน 2 ล้านล้านบาท หากใช้เงินงบประมาณอย่างเดียวก็ไม่พอ หากไปใช้เงินกู้ก็จะทำให้หนี้สาธารณะของประเทศที่ปัจจุบันอยู่ที่ 43% ของจีดีพี เพิ่มขึ้นเกิน 60% ของจีดีพี ซึ่งเกินกรอบความยั่งยืนการคลังที่กำหนดไว้
แต่หากระดมทุนเงินผ่านไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ก็จะเป็นทางเลือกที่ให้โครงการลงทุนภาครัฐเดินหน้าได้ต่อเนื่อง โดยที่งบประมาณและการก่อหนี้สาธารณะของประเทศไม่มีปัญหา
สำหรับการจัดตั้งกองทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ที่ผ่านมา ได้มีการจัดตั้งกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เริ่มต้น 1 หมื่นล้านบาท โดยกระทรวงการคลังเป็นผู้ถือหน่วยลงทุนทั้งหมด เพื่อให้กองทุนเดินหน้าระดมทุนจากประชาชนและนักลงทุนต่อไป
อย่างไรก็ตาม การดำเนินการกับติดปัญหา 2 เรื่องใหญ่ที่สำคัญ อันดับแรกการประกันผลตอบแทนนักลงทุน โดยมีการออกกฎหมายตั้งกองทุนประกันผลตอบแทน ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งที่ผ่านมาสำนักงบประมาณไม่เห็นด้วยกับการประกันผลตอบแทนนักลงทุน เพราะต้องใช้เงินงบประมาณซึ่งหนีไม่พ้นต้องกู้เงินมาทำให้หนี้สาธารณะเพิ่ม
ทั้งนี้ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ได้พยายามอธิบายให้สำนักงบประมาณเข้าใจว่า การตั้งกองทุนประกันผลตอบแทนเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับผู้ถือหน่วยว่าจะได้ผลตอบแทนที่เหมาะสม แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ากองทุนจะต้องจ่ายประกันผลตอบแทนให้กับนักลงทุนเสมอไป หากกองทุนมีรายได้ดีก็ไม่จำเป็นต้องใช้เงินจากกองทุนประกันผลตอบแทน
ปัญหาที่ 2 คือ การหาโครงการลงทุนที่มีผลตอบแทนแล้วมาใส่ไว้ในกองทุน แม้ว่าที่ผ่านมาตกลงกันได้ว่าจะมีการทำสัญญาโอนเงินรายได้ 45% ของทางด่วนเส้นฉลองรัช และทางด่วนบูรพาวิถีที่การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กพท.) เป็นเจ้าของให้กับกองทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์เป็นเวลา 30 ปี โดยจะระดมทุนขายหน่วยลงทุนกับประชาชนที่สนใจ 4.4 หมื่นล้านบาท ให้ กทพ.ไปก่อสร้างโครงการใหม่
อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวได้ผ่านการเห็นชอบจากคณะกรรมการ กทพ.แล้ว แต่ทางกระทรวงคมนาคมได้พิจารณาและได้สั่งการให้ กทพ.ทบทวนเรื่องนี้อีกครั้งว่ามีต้นทุนสูงกว่าการกู้เงินหรือไม่ ทำให้ยังไม่สามารถเซ็นสัญญาการโอนรายได้และขอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบการขายหน่วยลงทุนได้ตามที่กำหนดไว้เดิม ทำให้การขายหน่วยลงทุนล่าช้าจากเดือน พ.ค.นี้ไป ซึ่งคาดว่าอย่างเร็วจะเป็นเดือน ก.ย.นี้ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของกระทรวงคมนาคม
ความล่าช้าการระดมทุนของไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ส่งผลกระทบหลายด้าน อันดับแรกทำให้การลงทุนของรัฐล่าช้า โดยเฉาะโครงการของ กทพ.ที่จะใช้เงินจากการระดมทุนครั้งนี้ นอกจากนี้ยังทำให้ประชาชนเสียโอกาสที่จะมีแหล่งการลงทุนใหม่ๆ ที่ให้ผลตอบแทนดี
ที่สำคัญที่สุดความล่าช้ากระทบความเชื่อมั่นของนักลงทุนไทย ซึ่งที่ผ่านมาเปราะบางยังไม่กล้าลงทุนอยู่แล้ว ทำให้ไม่มั่นใจเศรษฐกิจไทยมากขึ้น เพราะการลงทุนภาครัฐที่เป็นเครื่องยนต์ใหญ่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจเกิดการสะดุดอยู่ตลอดเวลา







