
ซีอีโอดันTKNไม่ขึ้น
ซีอีโอเรียกความเชื่อมั่นช้อนหุ้น TKN 2 ล็อตใหญ่ ราคายังดิ่งอีก 4% ผิดหวังกำไรโตน้อย รอจบครึ่งปีแรกปรับเป้าทิศทางนายอิทธิพัทธ์ พีระเดชาพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง (TKN) เปิดเผยว่า ตัวเองและครอบครัวได้เข้าไปซื้อหุ้นบริษัทมาแล้ว 1 รอบ และได้เข้าไปอีก 1 รอบ เมื่อวันที่ 11 พ.ค.ที่ผ่านมา เพราะราคาหุ้นลดลงแรงควรเข้าไปซื้อทั้งนี้ แม้ว่าครอบครัวพีระเดชาพันธ์จะขายหุ้นออกมาให้กองทุน หรือผู้ลงทุนที่ต้องการหุ้น TKN ซึ่งยังถือ 61% แต่ครอบครัวยังยืนยันว่าอย่างน้อยต้องเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่สูงสุดที่ 51%ด้านราคาหุ้น TKN ทยอยลดลงมาอย่างต่อเนื่องในรอบ 1 เดือนที่ผ่านมา โดยราคาลดลงจาก 26 บาท เมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2560 มาปิดวันที่ 11 พ.ค.ที่ 20 บาท หรือลดลง 23% เนื่องมาจากการประมาณการผลกำไรไตรมาสแรกของบริษัทว่าจะแย่กว่าที่คาด และราคาหุ้นลดลง 12% เมื่อวันที่ 9 พ.ค.ที่ผ่านมา ที่บริษัทประกาศผลกำไรไตรมาสแรกที่ 171 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.4% น้อยกว่าที่ตลาดคาดกันไว้ว่าจะเติบโตเป็นเลขสองหลัก และที่ผ่านมาคนในครอบครัวพีระเดชาพันธ์ได้ขายหุ้นออกมาต่อเนื่อง จนกระทั่งวันที่ 11 พ.ค.นี้ ราคาหุ้นก็ยังปรับตัวลดลง
ซีอีโอเรียกความเชื่อมั่นช้อนหุ้น TKN 2 ล็อตใหญ่ ราคายังดิ่งอีก 4% ผิดหวังกำไรโตน้อย รอจบครึ่งปีแรกปรับเป้าทิศทาง
นายอิทธิพัทธ์ พีระเดชาพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง (TKN) เปิดเผยว่า ตัวเองและครอบครัวได้เข้าไปซื้อหุ้นบริษัทมาแล้ว 1 รอบ และได้เข้าไปอีก 1 รอบ เมื่อวันที่ 11 พ.ค.ที่ผ่านมา เพราะราคาหุ้นลดลงแรงควรเข้าไปซื้อ
ทั้งนี้ แม้ว่าครอบครัวพีระเดชาพันธ์จะขายหุ้นออกมาให้กองทุน หรือผู้ลงทุนที่ต้องการหุ้น TKN ซึ่งยังถือ 61% แต่ครอบครัวยังยืนยันว่าอย่างน้อยต้องเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่สูงสุดที่ 51%
ด้านราคาหุ้น TKN ทยอยลดลงมาอย่างต่อเนื่องในรอบ 1 เดือนที่ผ่านมา โดยราคาลดลงจาก 26 บาท เมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2560 มาปิดวันที่ 11 พ.ค.ที่ 20 บาท หรือลดลง 23% เนื่องมาจากการประมาณการผลกำไรไตรมาสแรกของบริษัทว่าจะแย่กว่าที่คาด และราคาหุ้นลดลง 12% เมื่อวันที่ 9 พ.ค.ที่ผ่านมา ที่บริษัทประกาศผลกำไรไตรมาสแรกที่ 171 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.4% น้อยกว่าที่ตลาดคาดกันไว้ว่าจะเติบโตเป็นเลขสองหลัก และที่ผ่านมาคนในครอบครัวพีระเดชาพันธ์ได้ขายหุ้นออกมาต่อเนื่อง จนกระทั่งวันที่ 11 พ.ค.นี้ ราคาหุ้นก็ยังปรับตัวลดลงมากกว่าตลาดหุ้น คือ ลดลงประมาณ 4% มาปิดที่ 20บาท
สำหรับบริษัทยังคงเป้าหมายรายได้ปีนี้ที่คาดว่าจะเติบโต 15-20% จากปีก่อนที่ทำได้ 4,729 ล้านบาท แม้รายได้ไตรมาสแรกจะลดลงจากไตรมาสก่อนหน้าถึง 14% เพราะเศรษฐกิจในประเทศซบเซา ยอดขายในประเทศลดลงจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลง หรือหายไปถึง 70% โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน ขณะที่คู่แข่งก็มีการทำการตลาดและโปรโมชั่นที่รุนแรง รวมทั้งโรงงานแห่งใหม่นิคมอุตสาหกรรมโรจนะที่เพิ่งเปิดต้นเดือน มี.ค. ยังเดินเครื่องการผลิตได้ไม่เต็มที่
“เดือน มี.ค.ถึงปัจจุบันดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวที่เริ่มกลับมาและการดำเนินงานของโรงงานใหม่ที่นิคมอุตสาหกรรมโรจนะ จะเริ่มเห็นผลลงตัวดีขึ้นตอนสิ้นไตรมาส 2 ถึงตอนนั้นค่อยมาดูทิศทางการเติบโตของบริษัทปีนี้อีกครั้งหนึ่ง” นายอิทธิพัทธ์ กล่าว
นายอิทธิพัทธ์ กล่าวว่า การผลิตที่จีนหายไปกว่า 50% ทำให้ราคาสาหร่ายปรับขึ้นต่อเนื่องทำธุรกิจมา 10 ปี ปีนี้ถือเป็นปีที่บริหารยากที่สุดปีหนึ่ง โดยที่ผ่านมาขึ้่นไป 12-15% จากปกติขึ้นปีละ 5-8% และปีนี้ราคายังขึ้นต่อเนื่อง บริษัทเจรจากับผู้จัดจำหน่ายสาหร่ายทุกเดือนเพื่อขอส่วนลด และมีสาหร่ายรองรับได้ถึง 4-6 เดือนข้างหน้า แต่หากต้นทุนจะขึ้นมากกว่านี้ก็ต้องยอม เพราะการไม่มีสาหร่ายมาผลิตจะทำให้ธุรกิจชะงักมากกว่า
อย่างไรก็ตาม ปีนี้บริษัทจะเริ่มมีรายได้ที่ไม่ใช่สาหร่ายอยู่ที่ 5% หรือจะช่วยสร้างรายได้ในปีนี้ 50-60 ล้านบาท จากปีก่อนน้อยมาก เนื่องจากบริษัทได้เพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ และเพิ่งเปิดตัวอาหารเสริมโปรตีนเวย์ทางออนไลน์ได้ 2 สัปดาห์ โดยมีผู้ร่วมลงทุนหลายคน เพราะมองว่าการเติบโตของธุรกิจต้องมาจากธุรกิจอื่นด้วย อีกทั้งยังช่วยบริหารความเสี่ยงของธุรกิจอีกด้วย







