
ส่องโอกาสเที่ยวไทย เจาะกลุ่มมุสลิม
โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์ผู้ที่นับถือศาสนาอิสลาม หรือที่คนทั่วไปเรียกกันว่าเป็นมุสลิมนั้นมีอยู่ทั่วทุกภูมิภาคของโลก ถือเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพที่ธุรกิจท่องเที่ยวจะเข้าไปเจาะตลาดได้ แต่ต้องมีสภาพแวดล้อมการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับกลุ่มมุสลิมด้วยจากรายงานดัชนีการท่องเที่ยวของโลกมุสลิมปี 2560 ที่จัดทำโดยมาสเตอร์การ์ดร่วมกับเครสเซนต์เรตติ้ง ระบุว่า ตลาดนักท่องเที่ยวมุสลิมเป็นกลุ่มหนึ่งที่เติบโตรวดเร็วในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวปีที่ผ่านมา คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวมุสลิมเดินทางเที่ยวต่างประเทศ 121 ล้านคน ใช้จ่าย 1.55 แสนล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 5.4 ล้านล้านบาท และคาดว่าจะเติบโตเป็น 156 ล้านคนในปี 2563 ซึ่งจะทำให้ยอดใช้จ่ายไปแตะ 2.2 แสนล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 7.7 ล้านล้านบาท จากนั้นจะขยับขึ้นเป็น 3 แสนล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 10.5 ล้านล้านบาทในปี 2569ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตลาดนักท่องเที่ยวมุสลิมโตคือ ประชากรมุสลิมเติบโต คาดว่าจะมี 26% ของประชากรโลกในปี 2573 ขณะที่กลุ่มชนชั้นกลางในประเทศที่มีประชากรมุสลิมจำนวนมาก เช่น ประเทศในคาบสมุทรอาระเบีย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ควบคู่กับประชากรมุสลิมในยุโรปตะวันตกและอเมริกาเหนือ
โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์
ผู้ที่นับถือศาสนาอิสลาม หรือที่คนทั่วไปเรียกกันว่าเป็นมุสลิมนั้นมีอยู่ทั่วทุกภูมิภาคของโลก ถือเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพที่ธุรกิจท่องเที่ยวจะเข้าไปเจาะตลาดได้ แต่ต้องมีสภาพแวดล้อมการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับกลุ่มมุสลิมด้วย
จากรายงานดัชนีการท่องเที่ยวของโลกมุสลิมปี 2560 ที่จัดทำโดยมาสเตอร์การ์ดร่วมกับเครสเซนต์เรตติ้ง ระบุว่า ตลาดนักท่องเที่ยวมุสลิมเป็นกลุ่มหนึ่งที่เติบโตรวดเร็วในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวปีที่ผ่านมา คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวมุสลิมเดินทางเที่ยวต่างประเทศ 121 ล้านคน ใช้จ่าย 1.55 แสนล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 5.4 ล้านล้านบาท และคาดว่าจะเติบโตเป็น 156 ล้านคนในปี 2563 ซึ่งจะทำให้ยอดใช้จ่ายไปแตะ 2.2 แสนล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 7.7 ล้านล้านบาท จากนั้นจะขยับขึ้นเป็น 3 แสนล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 10.5 ล้านล้านบาทในปี 2569
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตลาดนักท่องเที่ยวมุสลิมโตคือ ประชากรมุสลิมเติบโต คาดว่าจะมี 26% ของประชากรโลกในปี 2573 ขณะที่กลุ่มชนชั้นกลางในประเทศที่มีประชากรมุสลิมจำนวนมาก เช่น ประเทศในคาบสมุทรอาระเบีย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ควบคู่กับประชากรมุสลิมในยุโรปตะวันตกและอเมริกาเหนือที่มีการศึกษาสูงและมีทักษะเชี่ยวชาญเฉพาะ เป็นส่วนสำคัญในการเพิ่มกำลังการใช้จ่ายของประชากรมุสลิม โดยในจำนวนประชากรมุสลิมทั้งหมด กลุ่มคนรุ่นใหม่ เป็นกลุ่มใหญ่ที่สุดซึ่งกลุ่มนี้เองเป็นผู้นำกระแสท่องเที่ยว
นอกจากนี้ การเข้าถึงข้อมูลด้านการท่องเที่ยวได้มากขึ้นและรวดเร็วจากผลของเทคโนโลยี โดยเฉพาะพลังของสังคมออนไลน์ก็เป็นอีกปัจจัยที่เอื้อ รวมถึงการท่องเที่ยวในช่วงเดือนรอมฎอน ซึ่งเป็นเดือนที่มีการถือศีลอดเพื่อไปทำอุมเราะห์ ก็เป็นส่วนสำคัญ และท้ายสุดก็คือกลุ่มเดินทางเพื่อธุรกิจจากประเทศมุสลิมที่เป็นอีกฟันเฟืองสำคัญขับเคลื่อน
สำหรับองค์ประกอบที่ต้องมีสำหรับธุรกิจที่ต้องการจะเจาะตลาดนักท่องเที่ยวมุสลิมก็คือ จะต้องมีอาหารฮาลาล โดยบางแบรนด์อาหารมีการสร้างแบรนด์ย่อยขึ้นมาเพื่อตอบสนองคนมุสลิม มีใบรับรองฮาลาลโดยเฉพาะ นอกจากนี้แฟชั่นเสื้อผ้าสำหรับคนมุสลิมก็เป็นอีกสิ่งที่นักท่องเที่ยวหญิงชาวมุสลิม ต้องการ ซึ่งแบรนด์ระดับนานาชาติหลายแบรนด์ก็เข้ามาเจาะตลาดนี้แล้ว ส่วนบริการด้านสุขภาพ (เวลเนส) เวชสำอาง และเครื่องสำอางที่ถูกหลักฮาลาลก็เป็นอีกกลุ่มที่ควรมี เพราะเป็นกลุ่มบริการที่นักท่องเที่ยวมุสลิมต้องการ เช่น มีสปาที่เป็นมิตรกับคนมุสลิม
ทั้งนี้ จากที่กล่าวไปแล้วว่ากลุ่มคนรุ่นใหม่มีสัดส่วนมากที่สุดในจำนวนประชากรมุสลิมทั้งหมด ดังนั้นตลาดนี้จึงเป็นตลาดสำคัญของการท่องเที่ยว กลุ่มนี้มีอายุต่ำกว่า 37 ปี มีคำจำกัดความเรียกกลุ่มนี้ว่า มิลเลนเนียล จุดหมายและผู้ให้บริการที่ต้องการเจาะตลาดนี้ต้องแน่ใจว่าแบรนด์ของตัวเองเชื่อมต่อได้ง่ายผ่านอินเทอร์เน็ต
ด้านการจัดทำดัชนีการท่องเที่ยวของโลกมุสลิมปี 2560 ได้แบ่งปัจจัยสำคัญที่จะเอื้อให้กลุ่มมุสลิมเดินทางไปเที่ยว 4 ด้าน คือ 1.การเข้าถึง ทั้งการเชื่อมต่อการเดินทางทางอากาศ และเรื่องความสะดวกด้านการขอตรวจลงตรา (วีซ่า) 2.การสื่อสาร ที่ตระหนักถึงนักท่องเที่ยวมุสลิมและเข้าใจง่าย 3.สิ่งแวดล้อม เป็นมิตรกับการเดินทางของกลุ่มครอบครัว มีความปลอดภัยกับนักท่องเที่ยวมุสลิม และพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวมุสลิม 4.บริการ มีอาหารทางเลือกที่ถูกหลักฮาลาล เข้าถึงสถานที่ละหมาดได้ มีสิ่งอำนวยความสะดวกในสนามบินรองรับ และมีตัวเลือกที่พัก
เมื่อพิจารณาจาก 4 ปัจจัยนี้ พบว่า ค่าเฉลี่ยคะแนนจากเต็ม 100 คะแนนของประเทศมุสลิม 20 อันดับแรกและประเทศที่ไม่ใช่มุสลิม 20 อันดับแรก ได้คะแนนเฉลี่ยเป็นมิตรกับนักท่องเที่ยวมุสลิม 58.9 คะแนน เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปีก่อนที่ได้ 58.5 คะแนน โดยไทยจัดอยู่ในอันดับ 2 ของประเทศที่ไม่ใช่มุสลิมที่เป็นมิตรกับนักท่องเที่ยวมุสลิมมากที่สุดด้วยคะแนน 61.8 คะแนน ส่วนอันดับ 1 คือสิงคโปร์ มี 67.3 คะแนน ขณะที่มาเลเซียเป็นประเทศมุสลิมที่เป็นมิตรกับนักท่องเที่ยวมุสลิมมากที่สุดด้วยคะแนน 82.5 คะแนน
สัญญา แสงบุญ กรรมการผู้จัดการและผู้จัดการทั่วไป โรงแรมอัล มีรอซ ซึ่งเป็นโรงแรมฮาลาลระดับ 4 ดาว ตั้งอยู่ที่รามคำแหงซอย 5 กล่าวว่า ปัจจุบันมีคนมุสลิมกว่า 1,500 คนทั่วโลก คาดว่าจะเพิ่มเป็น 2,000 ล้านคนในปี 2563 ตั้งแต่โรงแรมเปิดให้บริการมาก็มีกลุ่มคนมุสลิมมาใช้บริการมาก ซึ่งการทำโรงแรมให้รองรับกลุ่มคนมุสลิมไม่ได้มีความยุ่งยากอะไรมาก สิ่งสำคัญก็คือมีอาหารฮาลาล มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่คนมุสลิมต้องการ เช่น ในห้องน้ำต้องมีสายชำระ ต้องมีห้องละหมาดให้ ไม่มีแอลกอฮอล์ให้บริการในโรงแรม รวมทั้งมีเทคโนโลยีที่จำเป็น เช่น ฟรีไว-ไฟ ก็เพียงพอแล้ว
จากการมีสิ่งอำนวยความสะดวกเอื้อคนมุสลิม เป็นโรงแรมฮาลาลอย่าง แท้จริงก็ทำให้โรงแรมอัล มีรอซ ทำอัตราเข้าพักเฉลี่ยตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันได้ที่ 91.56% ถือว่าสูงกว่าคาดการณ์มาก โดยกลุ่มมุสลิมที่มาพักมากที่สุดคือ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ส่วนตะวันออกกลาง ยุโรปก็เริ่มมีเข้ามาบ้างแต่ยังน้อยกว่า อย่างไรก็ตาม ก็มีนักท่องเที่ยวทั่วไปที่ไม่ได้นับถือศาสนาอิสลามเข้ามาใช้บริการเช่นกัน







