
พณ.ขอเอกชนตรึงราคาสินค้าถึงสิ้นปี
พาณิชย์เอาใจผู้บริโภค เตรียมขอความร่วมมือผู้ประกอบการตรึงราคาสินค้าจนถึงสิ้นปีในสินค้าทุกประเภท
พาณิชย์เอาใจผู้บริโภค เตรียมขอความร่วมมือผู้ประกอบการตรึงราคาสินค้าจนถึงสิ้นปีในสินค้าทุกประเภท
นางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมฯ จะขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการให้ตรึงราคาสินค้าไปจนถึงสิ้นปีนี้ โดยจะพยายามไม่ให้มีสินค้าอุปโภคบริโภค และข้าวของเครื่องใช้ปรับขึ้นราคาหลังสิ้นสุดมาตรการตรึงราคาในสิ้นเดือนก.ย.นี้ เพราะจากการติดตามภาวะการจำหน่ายสินค้า ต้นทุนผลิต และราคาปลายทาง ผู้ผลิตส่วนใหญ่ยืนยันว่ายังจะไม่ขึ้นราคาตอนนี้ เนื่องจากการแข่งขันในตลาดยังมีสูง ประกอบกับกำลังซื้อของผู้บริโภคไม่ฟื้นตัวนัก อีกทั้งต้นทุนการผลิตยังผันผวนไม่มาก จึงจะขายราคาเท่าเดิมไปจนถึงสิ้นปีนี้
ทั้งนี้ ราคาวัตถุดิบต้นทุนผลิตสินค้ากลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม ของใช้ประจำวัน กระดาษ บรรจุภัณฑ์ ปุ๋ย ยาปราบศัตรูพืช ยังไม่ขยับขึ้นนัก ผู้ประกอบการจึงจะไม่มีการปรับราคาขายแน่นอน เพราะหากขึ้นไปเกรงจะกระทบกำลังซื้อและยอดขายได้ ส่วนข้าวสารบรรจุถุงก็ไม่น่าขึ้นราคาเช่นกัน เพราะตอนนี้ภาวะการแข่งขันด้วยกันเองมีสูง อีกทั้งราคาข้าวเปลือกไม่ได้ผันผวน และผู้ผลิตส่วนมากก็มีสต็อกข้าวเก็บไว้อยู่แล้ว
สำหรับกลุ่มที่มีแนวโน้มอาจขอปรับราคา เช่น วัสดุก่อสร้าง ธุรกิจขนส่ง ผลิตภัณฑ์นม จะมีการเรียกมาหารือและขอความร่วมมือให้ตรึงราคาต่อไปอีก 3 เดือน หรือจนถึงสิ้นเดือน ธ.ค. โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์นมที่ได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นราคาน้ำนมดิบ 50 สตางค์ต่อกิโลกรัม จะเร่งหารือภายในสัปดาห์นี้เพื่อขอให้ตรึงราคาต่อ ซึ่งขณะนี้ก็ยังไม่มีผู้ผลิตนมรายใดยื่นขอขึ้นราคาให้กรมฯพิจารณาด้วย
“กระทรวงพาณิชย์ได้ติดตามดูแลราคาค่าครองชีพอย่างใกล้ชิด และมั่นใจว่าหลังจากสิ้นสุดมาตรการก.ย.นี้ ก็จะไม่มีสินค้าขึ้นราคายกแผงแบบที่กังวลกัน จึงขอให้ผู้บริโภคสบายใจว่าจะไม่มีการขึ้นราคาสินค้าอย่างรุนแรงแน่ เพราะตอนนี้กลุ่มผู้ผลิตสินค้าเองก็ไม่อยากขึ้นราคาขาย เพราะกลัวจะกระทบต่อกำลังซื้อและยอดจำหน่าย โดยกลุ่มสินค้าเกษตร อาหาร และสินค้าอุปโภคบริโภคยืนยันจะขายราคาใกล้เคียงกับเดิม ขณะที่กลุ่มที่ต้นทุนผลิตได้รับผลกระทบบ้าง เช่น วัสดุก่อสร้าง เหล็กก็จะมีการเรียกมาคุยให้ตรึงราคาขายต่อไป” นางวัชรี กล่าว
นางวัชรี กล่าวว่า นอกจากมาตรการขอความร่วมมือขยายเวลาตรึงราคาสินค้าแล้วนั้น ในเร็วๆ นี้ เตรียมจะเสนอของบประมาณพิเศษวงเงิน 1,000 ล้านบาท สำหรับใช้จัดงานธงฟ้าราคาประหยัดให้เพิ่มความถี่ขึ้นทั่วประเทศ เพื่อเชื่อมโยงนำสินค้าราคาประหยัดจากผู้ผลิตมาจำหน่ายให้ประชาชนในราคาถูกกว่าท้องตลอด 20-40% ใช้เป็นทางเลือกในการดูแลค่าครองชีพแก่ผู้บริโภค ขณะเดียวกันช่วยให้ผู้ผลิตนำสินค้ามากระจายขายเพิ่มด้วย
ทั้งนี้ตามแผนงานธงฟ้าเดิมปีงบ 2554 (ต.ค. 2553-ก.ย. 2554) ใช้งบประมาณ 104 ล้านบาท สำหรับจัดงาน 394 ครั้ง แบ่งเป็นเขตกรุงเทพ 40 ครั้ง ส่วนภูมิภาคระดับอำเภอ 344 ครั้ง โดยแบ่งจัดเฉลี่ยเดือนละ 17-45 ครั้ง แต่หากได้งบประมาณเพิ่ม ก็จะมีการเพิ่มความถี่การจัดงาน เหมือนปี 2552 ที่กรมฯ ได้งบถึง 1,000 ล้านบาท และมีการจัดกิจกรรมกระตุ้นต่อเนื่อง จนสามารถดูแลค่าครองชีพและรักษาภาวะเงินเฟ้อได้ตามเป้าหมาย







