posttoday
เร่งคุมคอนเทนต์ออนไลน์ รับกระแสดิจิทัลบูม

เร่งคุมคอนเทนต์ออนไลน์ รับกระแสดิจิทัลบูม

11 พฤษภาคม 2560

ในยุคที่การแข่งขันของตลาดคอนเทนต์แบบดิจิทัลที่มีความนิยมมากขึ้นอย่างรวดเร็ว

ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ

ในยุคที่การแข่งขันของตลาดคอนเทนต์แบบดิจิทัลที่มีความนิยมมากขึ้นอย่างรวดเร็ว จนกลายมาเป็นแพลตฟอร์มที่สำคัญในอนาคต ทำให้ฝั่งภาครัฐเริ่มเข้ามามีบทบาทและเตรียมการป้องกันเนื้อหาที่อาจล่อแหลมทั้งภาพและเสียง และเอกชนก็ปรับตัวเพื่อรับกระแสออนไลน์เหล่านี้

พ.อ.ดร.นที ศุกลรัตน์ รองประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (รองประธาน กสทช.) และประธานกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) กล่าวว่า ปีนี้จะเห็นธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับอุตสาหกรรมโทรทัศน์เติบโตมากขึ้น ทั้งธุรกิจที่ใช้โครงข่ายอินเทอร์เน็ตเพื่อรับชมคอนเทนต์หรือ OTT ทีวีโฮมช็อปปิ้ง และ Mobile DTV เพราะมีช่องทางการรับชมมากขึ้น โดยเฉพาะอินเทอร์เน็ตกลายเป็นแพลตฟอร์มสำคัญในการนำเสนอคอนเทนต์ การที่ฟรีทีวีเชื่อมโยงคอนเทนต์ที่ออกอากาศทางโทรทัศน์และแพลตฟอร์มอินเทอร์เน็ตหรือ Cross Platform ทำให้ผู้ชมรับชมรายการได้สะดวกขึ้น ทำให้การกำกับดูแลที่ยังมีความแตกต่างระหว่างฟรีทีวีและ OTT สะท้อนความจำเป็นในการสร้างโมเดลการอนุญาตที่มีความชัดเจนต่อการให้บริการ

นอกจากนี้ ตลาดโมบายดิจิทัลทีวี (Mobile DTV) มีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงปี 2556-2559 มีจำนวนขายเครื่องในท้องตลาดประมาณ 1.53 ล้านเครื่อง ซึ่งการเติบโตเกิดจากหลายปัจจัย เช่น ความต้องการของผู้บริโภคในตลาด การขยายโครงข่ายและสัญญาณดิจิทัลทีวีที่ครอบคลุมเกือบทุกพื้นที่

สำหรับอุตสาหกรรมโทรทัศน์ในปีที่ผ่านมา มีการรับชมโทรทัศน์ผ่านระบบดาวเทียมมากที่สุด คิดเป็นสัดส่วน 55% รองลงมาเป็นการรับชมผ่านดิจิทัลทีวี 30% การรับชมในระบบอะนาล็อก 9% และรับชมผ่านเคเบิลทีวี 6% โดยในปี 2559 สัดส่วนผู้ชมช่องรายการเดิมลดลงตลอดทั้งปี จากเดิมเดือน ม.ค. อยู่ที่ 61.1% ลดเหลือ 46.8% ในเดือน ธ.ค. สวนทางกับผู้ชมช่องรายการดิจิทัลที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากเดือน ม.ค. อยู่ที่ 38.9% เพิ่มเป็น 53.2% ในเดือน ธ.ค. ขณะที่การขยายโครงข่ายดิจิทัลทีวีครอบคลุมพื้นที่ทั้งประเทศถึง 91.7% แล้ว

ทางด้าน ปรัธนา ลีลพนัง รักษาการ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการตลาด บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ เอไอเอส กล่าวว่า ปัจจุบันความนิยมในการรับชมคอนเทนต์แบบวิดีโอออนดีมานด์เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก จากตัวเลขผู้ใช้บริการดาต้าของเอไอเอส จำนวนกว่า 60% เป็นการรับชมวิดีโอคอนเทนต์ โดยเฉพาะผ่านทาง Youtube ซึ่งก็เป็นคลังวิดีโอออนดีมานด์อันดับหนึ่งของโลก

จากเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น อุปกรณ์ตามความต้องการใช้งานและไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน ทำให้อุปกรณ์สื่อสารอย่างเช่น มือถือ แท็บเล็ตหรืออุปกรณ์เชื่อมต่อทีวีสำหรับคนที่ชอบดูจอใหญ่ รวมทั้งการเชื่อมต่อผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง รวมทั้งไว-ไฟตามสถานที่สาธารณะต่างๆ ทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงคอนเทนต์ที่ไหนหรือเมื่อใดก็ได้

นอกจากนี้ แอพพลิเคชั่นวิดีโอต่างๆ ก็ได้พัฒนาความสามารถในการให้บริการคอนเทนต์ที่แตกต่างกันตามพฤติกรรมและความชอบของลูกค้าแต่ละคนได้ ปัจจัยเหล่านี้ยิ่งส่งผลให้การใช้งานวิดีโอคอนเทนต์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ในปี 2559 ที่ผ่านมา ลูกค้าของเอไอเอส มียอดการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่านมือถือสูงถึง 24 ล้านราย เฉลี่ยการใช้อินเทอร์เน็ตวันละ 6 ชั่วโมง แบ่งเป็นการรับชมวิดีโอถึง 10 ล้านคลิป/วัน

“เรียกได้ว่า ตอนนี้ใครๆ ก็ดูยูทูบ เพราะมีรายการต่างๆ มากมาย จนกลายเป็นเทรนด์การใช้งาน ดาต้าหลักของผู้บริโภค เมื่ออ้างอิงจากค่าเฉลี่ยการใช้งานดาต้า 4 GB/คน/เดือน ทำให้การมีพรีเมียมคอนเทนต์ไว้ในมือ ก็ช่วยให้เอไอเอสสร้างความแตกต่างและเติบโตไปด้วยกันกับพาร์ตเนอร์ที่ร่วมกันให้บริการคอนเทนต์เหล่านี้ได้” ปรัธนา กล่าว

ที่สำคัญด้วยโครงข่ายทั้งมีสายและไร้สายที่มีคุณภาพ ก็ช่วยการันตีคุณภาพในการรับชมรายการเหล่านี้ได้ดียิ่งขึ้น และยืนยันว่าจากนี้เราจะหารายการใหม่ๆ เข้ามาในระบบเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค

ปัจจุบัน เอไอเอส เป็นพาร์ตเนอร์กับผู้ให้บริการคอนเทนต์ชั้นนำทั้งในประเทศและต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น ค่ายภาพยนตร์ อาทิ GDH, Movie Plus, Handmade, mPicture, การ์ตูนอะนิเมะจากค่าย Gang Cartoon, TIGA และ DEX โดยเปิดแพ็กเกจเหมาจ่ายรายเดือนของแต่ละค่ายให้ลูกค้าสมัคร ราคาประมาณ 119-150 บาท โดยมีโปรโมชั่นทดลองใช้ฟรี 30 วัน

ทั้งนี้ จะมีเปิดแพ็กเกจเพิ่มเติมที่รวบรวมคอนเทนต์ตามหมวดหมู่ เช่น สำหรับคนรักหนัง, สำหรับคนรักอะนิเมะหรือแพ็กเกจการ์ตูนสำหรับเด็ก ที่รวบรวมคอนเทนต์จากหลายค่ายมาให้ลูกค้าเลือกชม ในราคาคุ้มค่ามากขึ้น

ขณะเดียวกันยังเป็นพาร์ตเนอร์กับผู้ให้บริการ OTT ชื่อดัง ทั้ง HOOQ, VIU และ NETFLIX โดยที่ผ่านมาได้ทำโปรโมชั่นร่วมกับทาง HOOQ ให้ลูกค้าเอไอเอสทดลองใช้ฟรีได้ 45 วัน และถ้าเป็นลูกค้าเปิดเบอร์ใหม่ ย้ายค่าย และเปลี่ยนเติมเงินเป็นรายเดือนที่สมัครแพ็กเกจ iEntertain 499 บาทขึ้นไป จะได้รับสิทธิดู HOOQ ฟรีถึง 1 ปี สำหรับลูกค้าเอไอเอสไฟเบอร์ ที่สมัครแพ็กเกจ 50Mpbs ขึ้นไปก็จะได้รับสิทธิดู HOOQ ฟรีถึง 1 ปีเช่นเดียวกัน

สำหรับ VIU ซึ่งเป็นแอพพลิเคชั่น OTT ที่รวบรวมวิดีโอออนดีมานด์ความบันเทิงเกาหลีทั้งซีรี่ส์ วาไรตี้ยอดนิยม และออกอากาศพร้อมเกาหลี (ดูซับไทยได้วันถัดไป) โดยจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยเร็วๆ นี้ ซึ่งเอไอเอสได้เปิดให้ลูกค้าเอไอเอสรับสิทธิชมแพ็กเกจ VIU Premium ได้ฟรี 15 วันไปเมื่อสัปดาห์ก่อน และในวันที่ 10 พ.ค.นี้ จะมีโปรโมชั่นพิเศษสำหรับลูกค้าเอไอเอสที่สมัครบริการ VIU Premium ในราคา 99 บาท/เดือน (จากปกติ 119 บาท/เดือน) พร้อม ทั้งได้ดูฟรี 60 วันแรก

ทางด้านของการร่วมมือกับทาง NETFLIX นั้น บริษัทเพิ่งได้ลงนามเป็นพาร์ตเนอร์ร่วมกัน ซึ่งยังอยู่ในช่วงเตรียมสิทธิพิเศษให้กับลูกค้าเอไอเอส

ขณะที่การรับชมคอนเทนต์ทั้ง 2 ช่องทาง คือ ลูกค้าเอไอเอสไฟเบอร์ที่รับชมผ่าน AIS เพลย์บ็อกซ์ (PLAYBOX) และลูกค้าเครือข่าย ที่รับชมผ่านแอพพลิเคชั่นเอไอเอสเพลย์ (AIS PLAY) ยังคงได้รับความนิยมและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยลูกค้าเพลย์บ็อกซ์จะเลือกชมคอนเทนต์ประเภทวิดีโอออนดีมานด์ประเภทภาพยนตร์ และการ์ตูนสำหรับเด็กเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากเป็นกลุ่มครอบครัว ส่วนการรับชมผ่านแอพนั้นจะเป็นการดูวิดีโอวาไรตี้ เช่น รายการ Take Me Out Reality หรือเทปบันทึกภาพคอนเสิร์ตมากกว่า

เอไอเอสได้ตั้งเป้าผู้ใช้บริการวิดีโอ (ACTIVE USERS) ในปลายปี 2560 ไว้ที่ 2.5 ล้านราย ส่วนด้านงบประมาณ บริษัทได้วางแผนงานไว้แล้ว ซึ่งยังให้ความสำคัญกับการสรรหาคอนเทนต์เพื่อตอบโจทย์ความต้องการลูกค้า รวมถึงทำการตลาดเพื่อสร้างการรับรู้และกระตุ้นให้ลูกค้ามาใช้บริการการแข่งขันคอนเทนต์ออนไลน์ของเอกชนปีนี้ยังคงน่าสนใจไม่น้อย ต้องรอดูว่ารัฐจะวางแผนป้องกันได้รัดกุมพอหรือไม่เพราะเรื่องของภาษาและความรุนแรงในการรับชมผ่านช่องทางออนไลน์ดูเหมือนว่า ยังควบคุมได้ไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน