posttoday
เล็งคุมสินเชื่อบุคคล

เล็งคุมสินเชื่อบุคคล

11 พฤษภาคม 2560

ธปท.เล็งปรับเพดานปล่อยกู้ส่วนบุคคลจาก 5 เท่าของรายได้ เหลือไม่เกิน 3 เท่า จำกัดถือบัตรเครดิต หวังลดก่อหนี้เกินตัวแหล่งข่าวจากสมาคมธนาคารไทยเปิดเผยว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)และธนาคารพาณิชย์กำลังหารือกันเพื่อที่จะหามาตรการป้องกันกลุ่มคนเจนวาย(อายุ 18-34 ปี) ที่เริ่มมีเงินเดือนไม่ให้คนกลุ่มนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัว เนื่องจากพฤติกรรมการใช้เงินเน้นใช้จ่ายเพื่อความสุขตามไลฟ์สไตล์สูงกว่ากลุ่มคนวัยอื่นๆ เลยกลายเป็นว่ายอดใช้จ่ายต่อบัตรเครดิตแต่ละใบสูงใช้ไปแล้วก็มาผ่อนขั้นต่ำ 10% ของวงเงินที่ใช้“คนกลุ่มนี้ยอมจ่ายดอกเบี้ยสูง 20% และถ้าใช้เพลินชำระขั้นต่ำวนไปเรื่อย รูดใบนี้จ่ายใบนั้นขั้นต่ำไปตลอด พอรู้ตัวอีกทีเขาก็อาจมีหนี้เกินกำลังความสามารถในการใช้คืนหนี้ต่อเดือน กลายเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ถ้าเครดิตเสียไปตั้งแต่ยังอายุน้อยแล้วก็กู้คืนยาก และเมื่อเครดิตเสียไปแล้วการจะไปขอสินเชื่อในระบบประเภทอื่นๆ ในอนาคตจะลำบาก ไม่ว่าจะเป็นการขอสินเชื่อเพื่อซื้อรถยนต์ สินเชื่อบ้าน ฯลฯ” แหล่งข่าวเปิดเผยดังนั้น ธปท.จึงมีแนวคิดที่จะวางกรอบการเงินด้วยการเปลี่ยนวงเงินการปล่อยสินเชื่อส่วนบุคคลของธนาคารพาณิชย์แล

ธปท.เล็งปรับเพดานปล่อยกู้ส่วนบุคคลจาก 5 เท่าของรายได้ เหลือไม่เกิน 3 เท่า จำกัดถือบัตรเครดิต หวังลดก่อหนี้เกินตัว

แหล่งข่าวจากสมาคมธนาคารไทยเปิดเผยว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)และธนาคารพาณิชย์กำลังหารือกันเพื่อที่จะหามาตรการป้องกันกลุ่มคนเจนวาย(อายุ 18-34 ปี) ที่เริ่มมีเงินเดือนไม่ให้คนกลุ่มนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัว เนื่องจากพฤติกรรมการใช้เงินเน้นใช้จ่ายเพื่อความสุขตามไลฟ์สไตล์สูงกว่ากลุ่มคนวัยอื่นๆ เลยกลายเป็นว่ายอดใช้จ่ายต่อบัตรเครดิตแต่ละใบสูงใช้ไปแล้วก็มาผ่อนขั้นต่ำ 10% ของวงเงินที่ใช้

“คนกลุ่มนี้ยอมจ่ายดอกเบี้ยสูง 20% และถ้าใช้เพลินชำระขั้นต่ำวนไปเรื่อย รูดใบนี้จ่ายใบนั้นขั้นต่ำไปตลอด พอรู้ตัวอีกทีเขาก็อาจมีหนี้เกินกำลังความสามารถในการใช้คืนหนี้ต่อเดือน กลายเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ถ้าเครดิตเสียไปตั้งแต่ยังอายุน้อยแล้วก็กู้คืนยาก และเมื่อเครดิตเสียไปแล้วการจะไปขอสินเชื่อในระบบประเภทอื่นๆ ในอนาคตจะลำบาก ไม่ว่าจะเป็นการขอสินเชื่อเพื่อซื้อรถยนต์ สินเชื่อบ้าน ฯลฯ” แหล่งข่าวเปิดเผย

ดังนั้น ธปท.จึงมีแนวคิดที่จะวางกรอบการเงินด้วยการเปลี่ยนวงเงินการปล่อยสินเชื่อส่วนบุคคลของธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ (นันแบงก์) จากเดิมที่จะปล่อยกู้ให้ไม่เกิน 5 เท่าของเงินเดือน มาเป็น 3 เท่าของเงินเดือน นอกจากนี้ยังมีแนวคิดที่จะจำกัดการถือครองบัตรเครดิตเพื่อลดการก่อหนี้เกินตัว เช่น ผู้มีรายได้ไม่เกิน 3 หมื่นบาท จะสามารถมีบัตรเครดิตได้ไม่เกินกี่ใบ เป็นการคุมตามฐานรายได้หรือตามความสามารถในการชำระหนี้ ทั้งมีการหารือถึงการควบคุมการทำโปรโมชั่นผ่อน 0% ของบัตรเครดิต ว่าต้องเป็นหมวดสินค้าที่มีความจำเป็น ไม่ใช่เป็นการกระตุ้นให้นำไปใช้ซื้อสินค้าหรือบริการที่เกินความจำเป็น เช่น นำไปผ่อนชำระ 0% เพื่อซื้อหมาแมวมาเลี้ยง เป็นต้น

นางชนาธิป จริยาวิโรจน์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายส่งเสริมความรู้ทางการเงิน ธปท.กล่าวว่า ผลสำรวจทางการเงินพบว่ากลุ่มคนเจนวายเป็นกลุ่มใช้เงินเก่ง ใช้จ่ายสูงเสี่ยงก่อหนี้เกินตัว ธปท.และธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) จึงเลือกให้ความรู้ทางการเงินกับคนกลุ่มนี้เป็นกลุ่มแรกๆ ในโครงการ “Effortless Saving” ที่กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้

“เราต้องบอกเขาตั้งแต่ขณะนี้ ว่ามีเงินแล้วต้องใช้เงินยังไง ต้องระวังอย่างไร ใช้เงินไปด้วย ออมไปด้วย โดยไม่กระทบไลฟ์สไตล์ มันสามารถทำได้โดยไม่ต้องใช้ความพยายามมากนัก ก็ช่วยป้องกันปัญหาหนี้เสียที่อาจเป็นปัญหาในอนาคตได้ ดีกว่าเข้าไปแก้หนี้เสียหรือไม่ลดหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงทีหลัง” นางชนาธิป กล่าว

ด้าน นายรณดล นุ่มนนท์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน ธปท. กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงเกณฑ์การให้กู้สินเชื่อส่วนบุคคลแต่อย่างใดซึ่งผู้ประกอบการจะให้วงเงินสินเชื่อตามความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้อยู่แล้ว โดยสามารถอนุมัติวงเงินให้กู้แต่ละรายได้สูงสุดไม่เกิน 5 เท่าของรายได้เฉลี่ยต่อเดือน

ทั้งนี้ ณ สิ้นเดือน มี.ค. 2560 ธปท.รายงานว่า มีผู้ใช้สินเชื่อรวม 12.2 ล้านบัญชี มียอดสินเชื่อคงค้าง 3.31 แสนล้านบาทมีเอ็นพีแอลรวม 9,844 ล้านบาท แบ่งเป็นปล่อยกู้โดยธนาคารพาณิชย์ 2.4 ล้านบัญชี มียอดคงค้าง 1.53 แสนล้านบาท และปล่อยกู้โดยนันแบงก์ 9.8 ล้านบัญชี มียอดคงค้าง 1.8 แสนล้านบาท 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท