
คอนโดหรูกลางกรุง ราคาขยับ
จากการสำรวจของบริษัทซีไนน์ โฮเทลเวิร์คส์ ซึ่งเป็นที่ปรึกษาด้านธุรกิจท่องเที่ยวและการบริการ พบว่าตลาดคอนโดมิเนียม
โดย...ลีลี่ โจว
จากการสำรวจของบริษัทซีไนน์ โฮเทลเวิร์คส์ ซึ่งเป็นที่ปรึกษาด้านธุรกิจท่องเที่ยวและการบริการ พบว่าตลาดคอนโดมิเนียมระดับหรูในกรุงเทพฯ มีปริมาณเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เห็นได้จากปี 2558 คอนโดมิเนียมหรูเพิ่มขึ้น 3,071 ยูนิต ขณะที่ปี 2559 มีจำนวนห้องคอนโดมิเนียมหรูเพิ่มอีก 1,407 ยูนิต
สะท้อนความต้องการที่สูงขึ้นในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ระดับหรู และความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มี พร้อมกับสะท้อนกระแสผู้ซื้อชาวไทยที่มีฐานะมั่นคงมองหาที่พักอาศัยเพิ่มเติมในพื้นที่ใจกลางเมือง หรือเป็นบ้านหลังที่สองที่บ่งบอกไลฟ์สไตล์ของตัวเอง
ขณะที่ผู้ประกอบการในตลาดก็เผชิญการแข่งขันที่สูงขึ้นจากผู้เล่นใหม่ๆ แต่ก็ทำให้ตลาดกว้างขึ้น ตั้งราคาขายได้สูงขึ้น จากสถิติพบว่า ราคาขายในปี 2559 เพิ่มขึ้นถึง 7% จากปีก่อนหน้า โดยเฉลี่ยอยู่ที่กว่า 3.54 แสนบาท/ตารางเมตร
สำหรับอนาคตคาดว่ายอดซื้อขายโครงการระดับบนยังเติบโตต่อเนื่อง โดยมีความต้องการสำคัญมาจากต่างประเทศ เนื่องจากไทยนำเสนอการเป็นเจ้าของห้องพักคอนโดมิเนียมให้ต่างชาติถือครองได้ด้วยราคาที่ถูกกว่าเมื่อเทียบกับสิงคโปร์ ฮ่องกง และเมืองหลักอื่นๆ ในโลก
ด้านภาพรวมคอนโดมิเนียมหรูในตลาดขณะนี้ พบว่า 71% ราคาขยับขึ้น โดยซัพพลายหลักๆ อยู่แถบสุขุมวิท/ทองหล่อ 39% ตามด้วย สาทร/สีลม 25% ย่านใจกลางเมือง/เขตศูนย์กลางธุรกิจ 22% และริมแม่น้ำ 14% ขณะที่การนำแบรนด์ระดับพรีเมียมของเครือโรงแรมระดับนานาชาติ (เชน) เข้ามาบริหารที่พักอาศัยได้ผลักดันให้ราคาขายของโครงการริมแม่น้ำมีมูลค่าสูงขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับทำเลอื่นๆ
เมื่อพิจารณารูปแบบห้องพักที่ทำยอดขายได้ดี พบว่า ห้องพัก 1ห้องนอนจะขายได้ดีที่สุด ตามด้วย 2 ห้องนอน และ 3 ห้องนอน ด้านห้องเพนต์เฮาส์ที่มีพื้นที่กว้างมากเหมือนบ้าน 1 หลัง จะมีความต้องการสูงกว่าห้องพักที่มี 4 ห้องนอนหรือมากกว่านั้น
ในแง่รูปแบบห้องพักที่ผู้ประกอบการสร้างมานำเสนอตลาด พบว่าห้องพักที่มี 2 ห้องนอนครองส่วนแบ่งสูงสุด เพราะมีความต้องการซื้อที่แข็งแกร่งมาจากกลุ่มครอบครัว
ทั้งนี้ โครงการใหม่ๆ ที่จะเปิดตัวส่วนใหญ่อยู่ในย่านศูนย์กลางธุรกิจซึ่งมีความต้องการซื้อแข็งแกร่งและผู้พัฒนาโครงการทำราคาขายได้สูงเพราะซัพพลายในพื้นที่มีจำกัด โดยปี 2560 จะมีโครงการคอนโดมิเนียมหรู 811 ยูนิตออกสู่ตลาด ซึ่ง 53% เปิดตัวไปแล้วเมื่อไตรมาสแรก







