
โมเดลธุรกิจพอเพียงรับตลาดยุค 4.0
จากสถานการณ์ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงตามพฤติกรรมผู้บริโภค ทั้งนี้บริษัทพัฒนาที่อยู่อาศัยจึงต้องปรับตัว
โดย...ณฐกร แจ้งเร็ว กรรมการบริหาร บริษัท นิชดาธานี กรุ๊ป
จากสถานการณ์ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงตามพฤติกรรมผู้บริโภค ทั้งนี้บริษัทพัฒนาที่อยู่อาศัยจึงต้องปรับตัวเพื่อให้สามารถตอบโจทย์ของตลาดให้ได้
สำหรับนิชดาธานีได้ก่อตั้งและพัฒนามาแล้วกว่า 28 ปี ได้รับการขนานนามว่าเป็นเมืองที่อยู่อาศัยของชาวต่างชาติที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ซึ่งพื้นที่โครงการมีขนาดเกือบ 1,000 ไร่ ประกอบด้วยโครงการย่อยกว่า 49 โครงการ โดยหลักเน้นธุรกิจเช่าและมีเพียงบางโครงการย่อยเท่านั้นที่ขาย
การทำงานของกลุ่มบริษัทนิชดาธานีถือว่าเป็นอีกโมเดล โดยดำเนินการคล้ายรูปแบบเอสเอ็มอีแต่มีความพิเศษคือลักษณะงานที่มีหลายด้านทำทุกอย่าง เพื่อการใช้ชีวิตของผู้พักอาศัยสมบูรณ์ งานส่วนใหญ่ที่ทำจึงเป็นลักษณะอินเฮาส์ ซึ่งทำให้สามารถควบคุมคุณภาพโครงการรวมไปถึงเพิ่มประสิทธิภาพบุคลากรในองค์กรได้เป็นอย่างดี
ทั้งนี้ บริษัทไม่ได้พัฒนาโครงการเพื่อให้เป็นที่อยู่อาศัยเท่านั้น แต่จะยังเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีรวมถึงมูลค่าเพิ่มให้กับที่ดินของโครงการและผู้อยู่อาศัยภายในโครงการ โดยการนำสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ รวมไปถึงการบริการหลังการขาย ไม่ว่าจะเป็นการรักษาความปลอดภัย งานทำความสะอาด งานลูกค้าสัมพันธ์งานซ่อมบำรุง ฯลฯ
งานเหล่านี้ดำเนินการโดยบริษัทลูกของนิชดาธานีทั้งหมด เพื่อให้สามารถรองรับการใช้ชีวิตประจำวันของผู้พักอาศัยได้อย่างแท้จริง นอกจากนี้การพัฒนาธุรกิจที่หลากหลายภายในโครงการ ถือว่าเป็นการกระจายความเสี่ยงในการทำธุรกิจในยุคนี้ ตรงนี้ถือว่าเป็นจุดแข็งที่แตกต่างจากบริษัททั่วไป ซึ่งจะทำโปรดักต์เลียนแบบค่อนข้างยาก
อย่างไรก็ดี แม้ว่าการรู้จักโครงการเป็นอย่างดีจะเป็นปัจจัยสำคัญในการบริหาร แต่การมีไอเดียใหม่ๆ จากการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน
เพราะเราทำธุรกิจอยู่กับการขายไลฟ์สไตล์ ดังนั้นก็จำเป็นจะต้องรู้จักไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ความแตกต่าง แล้วนำมาปรับเป็นแนวทางปฏิบัติสำหรับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
การที่ธุรกิจจะประสบความสำเร็จต้องอาศัยสองสิ่งที่สำคัญคือสมองและหัวใจ การเริ่มต้นธุรกิจอะไรก็ตามจะต้องมีไอเดีย มีแผนการบริหารที่ชัดเจนเป็นระบบ เหล่านี้เป็นด้านที่ต้องอาศัยการทำงานของสมอง ซึ่งจะทำให้ธุรกิจเกิดขึ้นและมีอายุยืนยาว แต่การบริหารธุรกิจให้ยืนยาวได้อย่างแท้จริงต้องใช้หัวใจ คือเราต้องรักในสิ่งที่ทำและทำได้ทุกวันอย่างมีความสุข
ด้วยมุมมองของครอบครัวที่ต้องการพัฒนาโครงการตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง อีกทั้งแนวคิดที่จัดให้มีบริษัทย่อยส่งเสริมธุรกิจหลักเปรียบเสมือนการสร้างฮับให้แข็งแกร่งมั่นคงมีสไตล์ที่ชัดเจน
ที่สำคัญไม่มองถึงผลกำไรมากเกินไปนั่นหมายถึงการซื้อใจลูกค้าที่จะเป็นลูกค้าบ้านในอนาคต อีกทั้งยังไม่ได้มุ่งเน้นที่จะเข้าตลาดหลักทรัพย์ จึงเป็นความแตกต่างบนความท้าทายสำหรับการธุรกิจในยุคไทยแลนด์ 4.0







