
‘CK’จ่อออกหุ้นกู้ยาว
4,000ล้านอายุ12ปีครั้งแรก ทริสมองรายได้3.8-4หมื่นล./ปี
4,000ล้านอายุ12ปีครั้งแรก ทริสมองรายได้3.8-4หมื่นล./ปี
โพสต์ทูเดย์ - ช.การช่าง จ่อขายหุ้นกู้ 4,000 ล้าน อายุ 12 ปี ล็อกต้นทุนยาว ทริสแจกเครดิต A- แนวโน้มคงที่
บริษัท ทริส เรทติ้ง จัดอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันในวงเงินไม่เกิน 4,000 ล้านบาท ไถ่ถอนภายใน 12 ปี ของบริษัท ช.การช่าง (CK) ที่ระดับ “A-” พร้อมคงอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันของบริษัทที่ระดับ “A-” โดยแนวโน้ม “คงที่” บริษัทจะนำเงินที่ได้ไปชำระคืนหนี้
สำหรับแนวโน้มอันดับเครดิต “คงที่” สะท้อนถึงความคาดหวังว่า บริษัทจะยังคงรักษาความสามารถในการแข่งขันเพื่อให้ได้งานใหม่จากโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่กำลังจะเกิดขึ้น คาดว่าบริษัทจะรักษาอัตราส่วนกำไรจากการดำเนินงานให้อยู่ในระดับสูงกว่า 6% โดยเฉลี่ย แม้ว่าจะมีการแข่งขันที่รุนแรงก็ตาม รวมทั้งรักษาอัตราส่วนเงินกู้รวมต่อโครงสร้างเงินทุนให้อยู่ในระดับต่ำกว่า 65% ในช่วง 3 ปีข้างหน้า
ทั้งนี้ ปี 2559 CK มีรายได้รวมเป็นสถิติสูงสุดใหม่อยู่ที่ 4.58 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 31.4% จาก 3.48 หมื่นล้านบาท ในปี 2558 โดยรายได้ส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นจากโครงการเขื่อนผลิตไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี คิดเป็นสัดส่วนถึง 53% ของรายได้รวม อีกทั้งบริษัทยังได้งานเพิ่มในโครงการเขื่อนผลิตไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรีมูลค่า 1.94 หมื่นล้านบาท เพื่อปรับปรุงสิ่งแวดล้อมของโครงการด้วย ถึงแม้จะได้งานเพิ่มมูลค่าสูง แต่บริษัทก็ต้องเป็นผู้จัดหาแหล่งเงินทุนเพื่อสนับสนุนโครงการในรูปแบบเงินให้กู้ยืมด้วย โดยบริษัทได้ให้เงินกู้เพื่อสนับสนุนโครงการแก่ บริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จำนวน 13,547 ล้านบาท มีกำหนดระยะเวลาชำระคืนเงินกู้ทั้งหมดไม่เกินปี 2574
นอกจากนี้ ทริส เรทติ้ง คาดว่า รายได้ของ CK จะอยู่ที่ 3.8-4.2 หมื่นล้านบาท/ปี ช่วงปี 2560-2562 จากโครงการไซยะบุรี 7,000-9,000 ล้านบาท/ปี หรือประมาณ 15-20% ของประมาณการรายได้ ทั้งนี้ งานรับเหมาก่อสร้างในมือจำนวนมากที่บริษัทมีอยู่ในปัจจุบันคิดเป็นสัดส่วน 80% ของประมาณการรายได้ในปี 2560 คิดเป็นสัดส่วน 50% ในปี 2561 และ 35% ในปี 2562 อัตราส่วนกำไรจากการดำเนินงานก่อนค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายต่อรายได้ในช่วงปี 2560-2562 คาดว่าจะอยู่ที่ระดับสูงกว่า 6% โดยเฉลี่ย ส่วนเงินทุนจากการดำเนินงานของบริษัท คาดว่าจะอยู่ในระดับไม่ต่ำกว่า 2,700 ล้านบาท/ปี
อย่างไรก็ตาม ณ สิ้นปี 2559 CK มีเงินสด 1.14 หมื่นล้านบาท มีเงินลงทุนชั่วคราวอีก 1,130 ล้านบาท มีภาระหนี้ที่จะถึงกำหนดชำระในช่วง 12 เดือนข้างหน้า 6,600 ล้านบาท และมีเงินลงทุนในบริษัทจดทะเบียนทั้ง 3 แห่ง ยังช่วยเสริมความยืดหยุ่นทางการเงินให้แก่บริษัทอีกด้วย โดย ณ สิ้นปี 2559 เงินลงทุนใน 3 บริษัท มีมูลค่ายุติธรรมอยู่ที่ 5 หมื่นล้านบาท หรือประมาณ 88% ของภาระหนี้รวมของบริษัท







