posttoday
ลงทุนอย่างไรให้รวย (2)

ลงทุนอย่างไรให้รวย (2)

10 พฤษภาคม 2560

บทความก่อนผมพูดถึงสินทรัพย์ที่เหมาะแก่การลงทุนของนักลงทุนแต่ละช่วงวัย รวมถึงผลตอบแทนจากการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์

โดย...กิติชัย

บทความก่อนผมพูดถึงสินทรัพย์ที่เหมาะแก่การลงทุนของนักลงทุนแต่ละช่วงวัย รวมถึงผลตอบแทนจากการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ ในช่วงที่ตลาดอยู่ในภาวะย่ำแย่ บทความตอนนี้จะพูดถึงช่วงที่การลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ ได้ผลตอบแทนดีกันบ้างครับ SET Index ที่เริ่มต้นจากฐานที่ 100 จุด เมื่อวันแรกเปิดตลาด ในปี 2518 ได้ไปสร้างจุดสูงสุดที่ 1,789.16 จุด ในเดือน ม.ค. 2537 นับว่าเป็นการขึ้นที่ดีมาก คือขึ้นไปถึง 1,689.16 จุด ภายในเวลา 18 ปี 9 เดือนเท่านั้น คิดเป็นผลตอบแทนในการลงทุนแบบทบต้นประมาณ 16.50%

นั่นหมายความว่า ถ้าท่านลงทุนในช่วงเวลาดังกล่าวแล้ว สามารถสร้างผลกำไรตอบแทนจากการลงทุนได้เทียบเท่าการขึ้นมาของดัชนีตลาดหลักทรัพย์ ก็จะได้รับผลตอบแทนดังกล่าว บวกกับอัตราเงินปันผลที่ท่านได้รับจากการถือครองหุ้นเหล่านี้อีก ซึ่งปกติอัตราผลตอบแทนปันผล (Dividend Yield) เฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 3-4% ดังนั้นผลตอบแทนรวมที่ท่านได้รับจะเท่ากับ 20% (แบบทบต้น) โดยประมาณ และถ้าท่านสามารถบริหารพอร์ตการลงทุนของท่านได้ดี โดยสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนได้ดีกว่า SET Index ที่ผมใช้เป็นอัตราอ้างอิง ผลตอบแทนยิ่งจะสูงขึ้นไปอีก

นี่จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ดึงดูดผู้มีเงินออมให้นำเงินออมมาลงทุนในตลาดหุ้นทั้งทางตรง (ลงทุนซื้อหุ้นเอง) และทางอ้อม (ลงทุนผ่านกองทุนรวมที่ลงทุนในตราสารทุน) แม้ว่าในช่วงเวลาดังกล่าวจะครอบคลุมไปถึงเหตุการณ์ Black Monday (จันทร์ทมิฬ) ที่สร้างความเสียหายให้แก่นักลงทุนทั่วโลก รวมทั้งไทยเอาไว้ด้วยแล้ว

ทีนี้เราลองมาดูการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์กันบ้าง ซึ่งมีลักษณะตรงข้ามกับหุ้นเกือบจะสิ้นเชิง อสังหาริมทรัพย์เป็นสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องต่ำ บางครั้งบอกขายเป็นปีก็ยังขายไม่ได้ ยกตัวอย่างเช่น ท่านซื้อคอนโดไว้ 1 ยูนิตที่ซอยสุขุมวิท 23 เป็นแบบ 1 ห้องนอน ระเบียงหันไปทางทิศตะวันออก ถ้าคนซื้อสนใจที่จะซื้อคอนโดในย่านสุขุมวิท อาจอยากจะได้ซอยอื่นก็เป็นได้ หรือถึงแม้ว่าเขาอยากจะได้ในซอยนี้

แต่อย่าลืมนะครับ ในซอยนี้มีคอนโดมากกว่า 10 อาคารเช่า อาจจะอยากได้โครงการอื่นที่ไม่ใช่โครงการที่ท่านซื้อไว้ หรือถึงแม้เขาอยากได้โครงการนี้ แต่เขาอาจจะอยากได้เป็นแบบ 2 ห้องนอน เพราะว่าครอบครัวนี้มีบุตร 1 คน หรือถ้าท่านโชคดี คนที่อยากจะซื้อห้องชุดในโครงการนี้ เขาต้องการแบบ 1 ห้องนอน แต่เขาอาจจะอยากได้ห้องที่มีระเบียงหันไปทางทิศใต้หรือทิศอื่นก็เป็นได้ หรือถึงแม้ว่าเขาอยากได้ห้องที่หันไปทางทิศตะวันออก แต่อย่าลืมนะครับว่าในตึกนี้ห้องที่หันไปทางทิศนี้ อาจจะมีหลายห้องก็ได้ อาจชอบห้องอื่น ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เขาชอบมากกว่าก็ได้ หรือบางทีลูกค้าบางคนยังมีความเชื่อในโชคลาง อาจจะนำตัวเลขห้องมาบวกกัน แล้วดูว่าผลลัพธ์ที่ออกมาเป็นเลขมงคลหรือไม่ จากประสบการณ์ตรงของผมเคยพบมาหลายคนแล้ว เห็นไหมครับว่าอสังหาริมทรัพย์มีสภาพคล่องที่ต่ำมาก

แต่สิ่งที่ดีสำหรับการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ นั่นคือเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูงขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป ยกเว้นในช่วงที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจ เช่น ตอนเกิดวิกฤตต้มยำกุ้ง ราคาอสังหาริมทรัพย์ตกลงไปมาก แต่ไม่นานนัก ราคาก็กลับขึ้นมาใหม่ ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนักในช่วงชีวิตของคนเรา

การที่ผมแบ่งสัดส่วนการลงทุนแบบนี้ เพราะผมไม่ต้องการให้พอร์ตของผมหวือหวาเกินไป เปรียบเสมือนคนเรายืนด้วยขาสองข้างจึงจะมั่นคง การลงทุนในหุ้นเพียงอย่างเดียวเหมือนกับยืนบนขาข้างเดียว เวลาเจอพายุลมแรง เราอาจล้มได้ แต่ถ้าเรายืนบนขาสองข้าง ย่อมจะยืนได้มั่นคงกว่า

อย่างไรก็ตาม ถ้าพอร์ตของผมโตขึ้นกว่านี้ สัดส่วนการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ก็จะลดลง เพราะผมเป็นพวกสุขนิยม ติดสบาย ไม่อยากจ้างพนักงาน ไม่อยากติดต่อกับคนจำนวนมาก ผมคนเดียวดูแลอสังหาริมทรัพย์ได้เต็มที่ก็ไม่เกิน 30-40 ชิ้น มากกว่านั้นคงไม่ไหว เพราะต้องคอยไปเปิดห้องให้ลูกค้าดู ต้องไปดูแลเวลาที่ห้องมีปัญหา คงไม่มีเวลาทำอย่างอื่น

ถ้าพอร์ตการลงทุนเติบโตขึ้นมากๆ แล้วผมยังคงลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ด้วยสัดส่วนเท่าเดิม นั่นหมายความว่าผมต้องลงทุนในอสังหาริมทรัพย์มากเกินกว่ากำลังที่ผมจะดูแลไหว เพราะฉะนั้นจึงต้องลดสัดส่วนการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ลงอีก แล้วนำเงินไปลงทุนในด้านอื่นแทน หรือมิฉะนั้นก็ต้องลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่มีราคาต่อยูนิตที่สูงขึ้น แต่นั่นก็หมายความว่า ว่าที่ผู้ซื้อของผมก็จะมีจำนวนน้อยลง

แล้วการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นขาอีกข้างที่ช่วยให้ยืนได้อย่างมั่นคงนั้น ต้องอาศัยเทคนิคอย่างไรบ้าง ติดตามอ่านต่อในบทความหน้านะครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท