posttoday
ดอกเบี้ยต่ำยาวนาน บีบคนออม ลงทุนเสี่ยง

ดอกเบี้ยต่ำยาวนาน บีบคนออม ลงทุนเสี่ยง

10 พฤษภาคม 2560

อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำมาเป็นเวลานาน ได้เริ่มส่งผลกระทบต่อครัวเรือนไทย ทั้งภาวะการออมที่ลดลง

โดย...เสาวรส รณเกียรติ

อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำมาเป็นเวลานาน ได้เริ่มส่งผลกระทบต่อครัวเรือนไทย ทั้งภาวะการออมที่ลดลง และที่สำคัญคือเริ่มมีการแสวงหาผลตอบแทนที่สูงกว่า (Search for Yield) จนนำไปสู่ความเสี่ยงที่จะถูกหลอกลวงฉ้อฉลเงินที่รุนแรงและขยายวงมากขึ้น ที่สุดท้ายอาจกลายเป็นวิกฤตการเงินได้

ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยอยู่ในระดับต่ำ 1.5% มานานกว่า 25 เดือนแล้ว นับตั้งแต่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติลดดอกเบี้ยนโยบายจาก 1.75% เหลือ 1.5% เมื่อวันที่ 29 เม.ย. 2558 บีบให้สังคมไทยที่เข้าสู่วัยสูงอายุ และต้องเตรียมเงินไว้ใช้จ่ายยามเกษียณ รวมทั้งใช้จ่ายประจำวันท่ามกลางเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวไม่ชัดเจน ตกเป็นเหยื่อการต้มตุ๋นหลอกลวง

เพราะหากใช้วิธีการออมตามปกติคือฝากเงิน ครัวเรือนไทยแทบจะไม่ได้ผลตอบแทนที่สูงเพียงพอไว้ใช้ในอนาคต เพราะอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่แท้จริงเวลานี้ติดลบ โดยเงินฝากออมทรัพย์ของธนาคารพาณิชย์ อัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ประมาณ 0.25-0.5% ส่วนเงินฝากประจำ 1 ปี อยู่ที่ 1-1.5% ยังมีภาษีดอกเบี้ย 15% หากฝากเงินธนาคารพาณิชย์ ยิ่งหักด้วยเงินเฟ้อที่ปัจจุบันประมาณ 1% ผลตอบแทนจึงติดลบทันที

ภาวะที่เกิดขึ้นผลักดันให้คนแสวงหาแหล่งลงทุนผลตอบแทนสูง และมีความเสี่ยงมากขึ้น ตกเป็นเหยื่อการหลอกลวงต้มตุ๋นที่พัฒนาขึ้นด้วยรูปแบบแปลกๆ และใช้โซเชียลมีเดียเข้ามาช่วยกระตุ้นให้คนหลงเชื่อ โดยจุดตายที่ดึงดูดให้คนมาติดกับคือ การเสนอผลตอบแทนที่สูงมาก 

ก่อนหน้านี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และกระทรวงการคลังต้องออกมาเตือนให้ประชาชนระมัดระวัง เช่น กรณีการลงทุนใน “วันคอยน์” หรือสกุลเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่แพร่ระบาดในแถบจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ว่าสกุลเงินดังกล่าวไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย เป็นต้น

ขณะที่ผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงไม่ได้เป็นชาวบ้านเท่านั้น แต่ยังมีชนชั้นกลางที่มีอาชีพและฐานะรายได้ดีพอสมควร เช่น แพทย์ อาจารย์ นักวิชาการ ที่ล่าสุดถูกหลอกลงทุนแชร์ลอตเตอรี่ โดยอดีตประธานสหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือกรณีที่ตัวแทนประกันชีวิตรายหนึ่ง หลอกลวงให้ผู้เอาประกันกู้ยืมเงินจากกรมธรรม์ที่ซื้อไป เพื่อนำเงินกู้ไปให้ตัวแทนประกันดังกล่าวลงทุน และเกิดความเสียหายขึ้น ก็ปรากฏว่าผู้เสียหายส่วนใหญ่มีอาชีพแพทย์ และชำระเบี้ยประกันต่อกรมธรรม์สูงถึงรายละ 7-16 ล้านบาท

ทั้งนี้ รายงานการประชุม กนง.ได้มีการบันทึกเตือนตั้งแต่ครั้งแรกที่ลดดอกเบี้ยเหลือ 1.5% ว่าให้ระวังพฤติกรรมแสวงหาผลตอบแทนที่สูงกว่า

ขณะที่ ดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธปท.เอง ก็ยอมรับกลายๆ เมื่อคราวออกมาเตือนกรณีวันคอยน์ ที่มีพฤติกรรมไม่ต่างจากแชร์ลูกโซ่ว่า การเกิดแชร์ลูกโซ่ในลักษณะนี้น่าจะสะท้อนสิ่งที่ กนง.กังวลและพูดมาตลอดว่า ในช่วงดอกเบี้ยต่ำคนอาจไม่พอใจกับผลตอบแทนเงินฝากที่ต่ำ ทำให้อาจหันไปหาการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูง ที่มีโอกาสจะถูกหลอกได้ง่ายๆ

อมรเทพ จาวะลา ผู้อำนวยการอาวุโส สำนักวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำโดยไม่รู้วันว่าจะสิ้นสุดเมื่อไหร่ ทำให้ปัญหาการหลอกลวงทางการเงินเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เพราะไม่มีสัญญาณ หรือไม่รู้ว่าอัตราดอกเบี้ยจะปรับขึ้นได้เมื่อไหร่ เห็นได้จากนักเศรษฐศาสตร์ทุกสำนัก คาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยของไทยจะต่ำในระดับนี้ไปถึงสิ้นปี 2560 ขณะที่เศรษฐกิจไทยก็ไม่ได้เติบโตสูงไปกว่า 3.0-3.5% การที่ไม่มีใครพูดได้ว่าอัตราดอกเบี้ยของไทยควรปรับขึ้นได้เมื่อไหร่ หรือควรมีการเตรียมพร้อมกับอัตราดอกเบี้ยที่ปรับขึ้นอย่างไร ทำให้คนที่มีเงินออมต้องหันไปหาแหล่งเงินอื่นที่มีผลตอบแทนที่สูงกว่า

“ที่ผ่านมาเรามักจะโทษผู้บริโภคว่าการแสวงหาผลตอบแทนที่สูงเพราะเขาโลภ ไปลงทุนโดยไม่คิดถึงความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น แ่ตไม่มองว่าผู้ออมหรือผู้ลงทุนทั้งหลายเขาถูกบีบด้วย ถูกบีบให้ไปลงทุนที่เสี่ยงขึ้น ด้วยภาวะของสังคมผู้สูงอายุ รวมทั้งการที่ไม่มีหนทางอื่นในการลงทุนที่ได้ผลตอบแทนสูง” อมรเทพ กล่าว 

อมรเทพ ระบุว่า การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุทำให้คนไทยต้องเตรียมเงินไว้ใช้จ่ายในอนาคต ซึ่งมีเพียง 2 ทางเลือกเท่านั้น ทางเลือกหนึ่ง คือ การออมให้มากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องยากในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน อีกทางเลือกหนึ่ง คือ แสวงหาผลตอบแทนที่สูงขึ้น แม้จะรู้ว่ามีความเสี่ยงก็ตาม แต่คนไทยไม่มีทางเลือกมาก เพราะเขาต้องเตรียมเงินไว้

“ไม่ใช่แค่เรื่องความโลภ แต่กลไกการกำกับดูแลต่างๆ ที่บีบให้เขาต้องเลือกการลงทุนที่เสี่ยง  จึงไม่ควรโทษผู้บริโภคฝ่ายเดียว ต้องดูบริบท สิ่งแวดล้อมด้วยว่าระบบการเงินเอื้ออำนวยให้เขาต้องเลือกทางนั้น”

อย่างไรก็ตาม มีคำถามว่า ในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันหากมีการขึ้นอัตราดอกเบี้ย เศรษฐกิจจะเกิดอาการสะดุดหรือมีปัญหาได้หรือไม่ อมรเทพ บอกว่า ไม่มีใครรู้ ความไม่รู้ทำให้คนกลัวการขึ้นดอกเบี้ย ตัวอย่างเช่นสหรัฐที่ขึ้นดอกเบี้ยช้า เพราะคิดว่าเศรษฐกิจไม่ฟื้นจริง รวมทั้งไทยก็เกรงว่าการขึ้นดอกเบี้ยจะส่งผลให้เงินบาทแข็งค่าด้วย

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ไม่ได้บอกว่า กนง.จะต้องขึ้นดอกเบี้ยทันที แต่ควรมีการส่งสัญญาณออกมาบ้าง เพื่อเป็นทางเลือกให้นักลงทุน

นอกจากนี้ ผู้ดำเนินนโยบายคงต้องยอมรับว่าเศรษฐกิจไทยที่เติบโต 3.0-3.5% ในปัจจุบัน เป็นการโตเต็มศักยภาพของไทยแล้ว เพราะฉะนั้นการใช้นโยบายอัตราดอกเบี้ยต่ำในเวลานี้ ก็ไม่ได้ช่วยให้เศรษฐกิจไทยเติบโตได้ถึง 4% ในระยะเวลาอันใกล้นี้

“ถ้าเรายอมรับว่าโตตามศักยภาพคือ 3.0-3.5% เราก็ไม่จำเป็นต้องใช้ดอกเบี้ยต่ำอีกแล้ว สามารถไปใช้เครื่องมืออื่นๆ เช่น ใช้ในการดูแลเสถียรภาพทางการเงิน หรือถ้ากลัวว่าขึ้นดอกเบี้ยแล้วเงินบาทจะแข็งค่าขึ้น ก็ใช้เครื่องมืออื่นเข้าไปแก้ไขแทน โดยไม่โทษหรือใช้แต่เรื่องดอกเบี้ยเพียงอย่างเดียว” อมรเทพ ระบุ

อมรเทพ กล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า สิ่งที่นักเศรษฐศาสตร์เริ่มกังวลคือ อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำเป็นเวลานาน อาจเป็นต้นตอของวิกฤตเศรษฐกิจรอบใหม่ เป็นวิกฤตในรูปแบบที่ไม่เหมือนเดิม เช่น ไม่ใช่วิกฤตที่ทำให้เกิดฟองสบู่ในภาคอสังหาริมทรัพย์เหมือนในอดีต แต่อาจเกิดฟองสบู่ในภาคอื่น

ที่เห็นในปัจจุบัน คือการผลักให้ประชนหันไปลงทุนที่เสี่ยงต่อการหลอกลวง และสูญเสียรายได้ที่เก็บออมมาทั้งชีวิตมากขึ้น กลายเป็นมะเร็งที่เพาะอยู่ในตัวและรอวันเติบโตมาทำร้ายเศรษฐกิจไทยอีกครั้ง หากไม่แก้ไขก่อน

ในความตั้งใจของรัฐบาลและผู้ดำเนินนโยบายเศรษฐกิจ ล้วนต้องการใช้ทุกเครื่องมือในการประคับประคองเศรษฐกิจให้เติบโต อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำก็เป็นเครื่องมือหนึ่่ง

แต่การใช้นโยบายอัตราดอกเบี้ยต่ำเป็นเวลานานเกินไป ก็ต้องระวังผลข้างเคียงที่จะติดตามมา กนง.จึงควรมีการทบทวนนโยบายดอกเบี้ยเพื่อจัดสมดุลเศรษฐกิจ ไม่ให้ก่อปัญหาด้านใดด้านหนึ่งที่จะลามเป็นวิกฤตได้ในระยะยาว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท