
Asset Allocation May
ภาพการลงทุนของในเดือน พ.ค.นี้ บลจ.วรรณ มองภาพการลงทุนยังคงเป็นแบบ Risk-on แม้ว่าภาพการลงทุนทั่วโลกโดยรวมยังอยู่ในภาวะทรงตัว เนื่องจากขาดปัจจัยใหม่ๆ ที่กระตุ้นหรือเข้ามากดดันอย่างมีนัยสำคัญ แต่ระยะนี้อาจมีการเคลื่อนย้ายเงินลงทุนไปยังประเทศที่มี Valuation ที่น่าสนใจ รวมทั้งกลุ่มประเทศที่เศรษฐกิจมีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป อาทิ ตลาดหุ้นในแถบยูโรโซน ซึ่งสถานการณ์ทางการเมืองเริ่มคลี่คลายลง รวมถึงตลาดหุ้นแถบอาเซียน เนื่องจากประเมินว่าตลาดหุ้นแถบเอเชียเหนือมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นจากความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างสหรัฐ-เกาหลีเหนือขณะที่ความกังวลเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐ ถึงแม้ว่านักลงทุนในตลาดคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเป็นครั้งที่ 2 ของปีนี้ในการประชุมเดือน มิ.ย. แต่หลายฝ่ายมองว่าผลกระทบต่อตลาดทุนค่อนข้างจำกัด เนื่องจากนักลงทุนบางส่วนเริ่มรับรู้ไปบ้างแล้ว โดยสะท้อนจากตลาดซื้อขายอัตราดอกเบี้ยล่วงหน้า (Fed Funds Futures) ซึ่งถูกคำนวณเป็นโอกาสสำหรับการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมรอบดังกล่าวอยู่ที่เกือบ 70% ส่วนอีกหนึ่งปัจจัยบวก คือ แนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่กำลังฟื้
ภาพการลงทุนของในเดือน พ.ค.นี้ บลจ.วรรณ มองภาพการลงทุนยังคงเป็นแบบ Risk-on แม้ว่าภาพการลงทุนทั่วโลกโดยรวมยังอยู่ในภาวะทรงตัว เนื่องจากขาดปัจจัยใหม่ๆ ที่กระตุ้นหรือเข้ามากดดันอย่างมีนัยสำคัญ แต่ระยะนี้อาจมีการเคลื่อนย้ายเงินลงทุนไปยังประเทศที่มี Valuation ที่น่าสนใจ รวมทั้งกลุ่มประเทศที่เศรษฐกิจมีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป อาทิ ตลาดหุ้นในแถบยูโรโซน ซึ่งสถานการณ์ทางการเมืองเริ่มคลี่คลายลง รวมถึงตลาดหุ้นแถบอาเซียน เนื่องจากประเมินว่าตลาดหุ้นแถบเอเชียเหนือมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นจากความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างสหรัฐ-เกาหลีเหนือ
ขณะที่ความกังวลเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐ ถึงแม้ว่านักลงทุนในตลาดคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเป็นครั้งที่ 2 ของปีนี้ในการประชุมเดือน มิ.ย. แต่หลายฝ่ายมองว่าผลกระทบต่อตลาดทุนค่อนข้างจำกัด เนื่องจากนักลงทุนบางส่วนเริ่มรับรู้ไปบ้างแล้ว โดยสะท้อนจากตลาดซื้อขายอัตราดอกเบี้ยล่วงหน้า (Fed Funds Futures) ซึ่งถูกคำนวณเป็นโอกาสสำหรับการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมรอบดังกล่าวอยู่ที่เกือบ 70% ส่วนอีกหนึ่งปัจจัยบวก คือ แนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่กำลังฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยสังเกตจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของดัชนีชี้วัดภาคการผลิตในประเทศเศรษฐกิจหลักต่างๆ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจที่มีต่อการเพิ่มขึ้นของอุปสงค์ในระยะข้างหน้า
อย่างไรก็ดี โดยภาพรวมปัจจัยการลงทุนในตลาดหุ้นไทยคาดว่า SET Index มีแนวโน้ม Side-way เนื่องจากตลาดได้รับแรงกดดันจาก Valuation ที่อยู่ในระดับสูง ประกอบกับมีความผันผวนของเงินทุนต่างชาติหลังการประชุมเฟด และรายงานผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนไตรมาส 1/2560 ของกลุ่มที่อิงกับอุปสงค์ภายในประเทศ อย่างไรก็ตามตลาดได้รับแรงสนับสนุนจากการเมืองฝรั่งเศสที่มีความชัดเจนขึ้นหลังเลือกตั้ง และความน่าจะเป็นที่กลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันจะขยายเวลาการลดกำลังการผลิต ทั้งนี้โดยรวมมองว่าหากดัชนีมีการปรับตัวลดลงถือเป็นโอกาสในการสะสม
นอกจากนี้ รายงานตัวเลขเศรษฐกิจของไทย ทั้งตัวเลขนำเข้าและส่งออกในเดือน มี.ค.มีการปรับตัวดีขึ้น โดยในเดือน มี.ค.มูลค่าส่งออกของไทยพลิกกลับมาขยายตัวที่ 9.2% หลังจากหดตัว -2.8% ในเดือนก่อน และดีกว่าตลาดคาดที่ 1.5% ซึ่งเป็นการขยายตัวในหลายหมวดสินค้า ได้แก่ อิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และสินค้าที่เกี่ยวข้องกับราคาน้ำมันดิบ ส่วนมูลค่านำเข้าที่ยังคงขยายตัวสูงถึง 19.3% ใกล้เคียงกับเดือนก่อนหน้าที่ 20.4% ส่งผลให้ดุลการค้าของไทยเกินดุลเพียง 1,600 ล้านเหรียญสหรัฐ ทั้งนี้การฟื้นตัวของการค้าและเศรษฐกิจโลกที่มีทิศทางดีขึ้นจะเป็นปัจจัยสนับสนุนต่อภาคการส่งของไทยให้กลับมาเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจอีกครั้ง ในขณะที่อุปสงค์ภายในประเทศที่ทยอยปรับตัวดีขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยคาดว่าอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจไทยไตรมาส 1/2560 ซึ่งจะมีการเปิดเผยในวันที่ 15 พ.ค.นี้จะเพิ่มขึ้น จากไตรมาสก่อนที่ 3.0% เป็น 3.2%
ตลาดตราสารหนี้ ผลตอบแทนระยะสั้นปรับตัวลดลง เนื่องมาจาก ธปท.ปรับลดวงเงินการออกพันธบัตรระยะสั้นระยะ 3-6 เดือน ของ ธปท.ในเดือน เม.ย.ลง 1 หมื่นล้านบาท จากสัปดาห์ละ 4 หมื่นบาท เหลือสัปดาห์ละ 3 หมื่นบาท เพื่อให้เป็นเครื่องมือหนึ่งในการดูแลค่าเงินบาท จึงทำให้ Supply ของพันธบัตรระยะสั้นปรับตัวลดลง ขณะที่อัตราผลตอบแทนระยะกลางและระยะยาวปรับตัวเพิ่มขึ้นจากความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลีผ่อนคลายลง ภายหลังจีนตกลงร่วมมือกับสหรัฐเพื่อควบคุมสถานการณ์ และการทดสอบขีปนาวุธของเกาหลีเหนือล้มเหลว อีกทั้งท่าทีของสหรัฐที่ประนีประนอมมากขึ้นต่อการดำเนินนโยบายของจีนที่แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ทางการค้าที่ดีของทั้งสองประเทศ
สำหรับทิศทางราคาน้ำมันดิบ คาดว่า ในเดือนนี้กรอบการเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันจะอยู่ที่ 50-55 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล โดยยังคงต้องติดตามผลการประชุมในวันที่ 25 พ.ค.นี้ของกลุ่มโอเปกและนอกโอเปกจะมีมติขยายระยะเวลาการลดกำลังการผลิตออกไป อีกทั้งราคาน้ำมันดิบน่าจะได้ปัจจัยสนับสนุนอื่นจากการเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว (Driving season) ในช่วงฤดูร้อนของของสหรัฐ ดังนั้นหากราคาน้ำมันดิบอยู่ใกล้กรอบล่างที่ระดับ 50 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ถือเป็นระดับที่น่าเข้าลงทุนเพื่อทำกำไรระยะสั้น ขณะที่ทองคำยังคงแนะนำให้การถือครอง ทองคำเป็นเพียงแค่กลยุทธ์เพื่อจุดประสงค์ในการกระจายความเสี่ยง แต่ยังคงเป็นกลยุทธ์ที่น่าสนใจในช่วงที่เหลือของไตรมาส 2/2560 นี้
คำแนะนำด้านการจัดสรรพอร์ตการลงทุนของเดือนนี้ บลจ.วรรณ คงน้ำหนักการลงทุนในระดับ Growth ในสินทรัพย์เสี่ยง สำหรับการจัดพอร์ตในเดือนนี้ แนะนำให้คงน้ำหนักการลงทุนในหุ้นไทยอยู่ที่ประมาณ 25% หุ้นต่างประเทศ 30% โดยเน้นหุ้นยุโรป ซึ่งมองว่าผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว Downside Limit และตราสารหนี้ระยะสั้น 35%







