
เงินเฟ้อต่ำค่าครองชีพสูง
เป็นเรื่องที่น่าแปลกใจที่แรงงานไทยไม่ได้ลุกขึ้นมาเรียกร้องให้ขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำอย่างรุนแรงและหนักหน่วง มีเพียงการยื่นข้อเสนอต่อรัฐไปว่าต้องการให้ขึ้นค่าจ้างจากวันละ 310 บาท เป็น 620 บาท และตัวเลขที่เสนอนั้นสูงกว่าเท่าตัวจากเดิม ซึ่งเป็นไปได้ยากที่จะได้รับการพิจารณาจากภาครัฐการปรับค่าแรงขั้นต่ำนั้น แม้จะมีผลดีอยู่บ้าง นั่นคือทำให้ผู้ใช้แรงงานมีรายได้เพิ่มขึ้น มีฐานะความเป็นอยู่โดยรวมดีขึ้น เนื่องจากมีเงินทุนหมุนเวียนจากการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น และรัฐสามารถจัดเก็บภาษีได้มากขึ้น เป็นต้นแต่ก็เหมือนลูกจ้างเองก็รู้สถานการณ์ของนายจ้างดีว่าก็ตกอยู่ในภาวะลำบากในสถานการณ์เศรษฐกิจที่เหมือนจะฟื้นตัว แต่ก็ไม่ได้ทำให้มีกำไรหรือมีสภาพการค้าขายที่ดีขึ้นมากนัก การยิ่งไปเพิ่มต้นทุนรังแต่จะทำให้นายจ้างตัดสินใจลดต้นทุนด้วยการเลิกจ้างมากกว่าจะขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ เพราะกำลังการผลิตก็ไม่ได้เพิ่มเติมมากนักในด้านแรงงานเองดูเหมือนจะเข้าใจในสภาพเศรษฐกิจ จึงเรียกร้องแบบไม่เข้มข้น แบบให้ก็ดี ไม่ให้ก็ไม่เป็นไร ซึ่งเป็นการปรับตัวเพื่อความอยู่รอดและรักษางานของตัวเองไว้ให้นานที่สุด และรู้ว่าหากขึ้นค่าแรงไปอีก ราคาสินค้าก็จะปรับสูงขึ้นตามไปด้วย จ
เป็นเรื่องที่น่าแปลกใจที่แรงงานไทยไม่ได้ลุกขึ้นมาเรียกร้องให้ขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำอย่างรุนแรงและหนักหน่วง มีเพียงการยื่นข้อเสนอต่อรัฐไปว่าต้องการให้ขึ้นค่าจ้างจากวันละ 310 บาท เป็น 620 บาท และตัวเลขที่เสนอนั้นสูงกว่าเท่าตัวจากเดิม ซึ่งเป็นไปได้ยากที่จะได้รับการพิจารณาจากภาครัฐ
การปรับค่าแรงขั้นต่ำนั้น แม้จะมีผลดีอยู่บ้าง นั่นคือทำให้ผู้ใช้แรงงานมีรายได้เพิ่มขึ้น มีฐานะความเป็นอยู่โดยรวมดีขึ้น เนื่องจากมีเงินทุนหมุนเวียนจากการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น และรัฐสามารถจัดเก็บภาษีได้มากขึ้น เป็นต้น
แต่ก็เหมือนลูกจ้างเองก็รู้สถานการณ์ของนายจ้างดีว่าก็ตกอยู่ในภาวะลำบากในสถานการณ์เศรษฐกิจที่เหมือนจะฟื้นตัว แต่ก็ไม่ได้ทำให้มีกำไรหรือมีสภาพการค้าขายที่ดีขึ้นมากนัก การยิ่งไปเพิ่มต้นทุนรังแต่จะทำให้นายจ้างตัดสินใจลดต้นทุนด้วยการเลิกจ้างมากกว่าจะขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ เพราะกำลังการผลิตก็ไม่ได้เพิ่มเติมมากนัก
ในด้านแรงงานเองดูเหมือนจะเข้าใจในสภาพเศรษฐกิจ จึงเรียกร้องแบบไม่เข้มข้น แบบให้ก็ดี ไม่ให้ก็ไม่เป็นไร ซึ่งเป็นการปรับตัวเพื่อความอยู่รอดและรักษางานของตัวเองไว้ให้นานที่สุด และรู้ว่าหากขึ้นค่าแรงไปอีก ราคาสินค้าก็จะปรับสูงขึ้นตามไปด้วย จนการขึ้นค่าแรงก็ไม่ได้ทำให้มีเงินมากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ขมขื่นใจของลูกจ้างที่รับค่าแรงรายวัน
และเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจที่ทางภาคแรงงานเองเข้าใจในเรื่องของค่าครองชีพ เพราะค่าแรงขึ้นเล็กน้อยแต่ราคาสินค้าที่ขึ้นราคาไปสูงกว่าค่าแรงที่ขึ้นมาก โดยราคาสินค้าที่แพงขึ้นนี้มีทั้งในรูปของการขึ้นราคาทางตรงและขึ้นราคาทางอ้อม การขึ้นราคาทางตรงคือปรับขึ้นราคาขายเลยส่วนปรับขึ้นทางอ้อมคือเปลี่ยนแพ็กเกจห่อหุ้มสินค้า เปลี่ยนฉลากใหม่ก็ขึ้นราคา ลดขนาดบรรจุสินค้าลงมา เป็นต้น
ลูกเล่นของพ่อค้านั้นมีแพรวพราว ซึ่งกระทรวงพาณิชย์เองก็รู้ทันแต่ไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะการขึ้นราคาสินค้าหากไม่ใช่สินค้าในรายการควบคุมก็ทำอะไรไม่ได้ หรือในบางกรณีมีการขยับราคาสินค้าขึ้นก็อ้างว่าเป็นการขึ้นราคาที่ยังไม่เต็มเพดานต้นทุนจริงที่ได้แจ้งกับกระทรวงพาณิชย์ไว้ ก็สามารถขึ้นราคาได้โดยไม่ต้องขอความเห็นชอบจากกระทรวงพาณิชย์
โดยรวมแล้วเงินเฟ้อของประเทศไม่ได้สูงจนเกินเลยทำให้เกิดปัญหาต่อระบบเศรษฐกิจ แต่เงินเฟ้อแอบแฝงที่มาในภาคบริการ ซึ่งเรียกโดยรวมว่าค่าครองชีพนั้นสูงมากจนน่าตกใจ ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ก็ยัง
ไม่สามารถสู้รบกับเงินเฟ้อแอบแฝงนี้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ จึงยังไม่สามารถช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยให้อยู่รอดและมีเงินเหลือให้มีเงินออมในครัวเรือนได้
หลายโมเดลที่กระทรวงพาณิชย์ใช้ดำเนินการทำสงครามกับค่าครองชีพเน้นหนักไปในทางแทรกแซงกลไกตลาด เอาร้านค้าธงฟ้าไปแทรกตามที่ต่างๆ หรือการใช้ขายร้านอาหารสำเร็จรูปในชื่อหนูณิชย์ เป็นร้านอาหารราคาประหยัดแทรกเข้าไปตามชุมชนต่างๆ ให้ประชาชนมีทางเลือกในการบริโภค แต่โครงการของกระทรวงพาณิชย์ทำมานานในรูปแบบเดิมๆ นี้ก็ไม่ได้ช่วยอะไรได้มากนัก
รัฐควรยอมรับว่าไม่สามารถแก้ไขปัญหาค่าครองชีพสูงเกินค่าแรง จนทำให้ผู้ใช้แรงงานทั้งหลายอยู่ไม่ได้ ต้องคิดใหม่ทำใหม่ในเรื่องการดูแลค่าครองชีพประชาชนเสียที







