posttoday
หวั่นตลาดซวนเซ

หวั่นตลาดซวนเซ

13 กันยายน 2553

คนไทยเล่นกันเอง68%มากไปยันไม่ต้องออกกติกาใหม่มาคุม

คนไทยเล่นกันเอง68%มากไปยันไม่ต้องออกกติกาใหม่มาคุม

ตลท.สมาคมโบรกเกอร์หารือรับมือ คนไทยเทรดสนั่น 68% หวังสร้างเสถียรภาพตลาดระยะยาว ยันไม่ออกมาตรการพิเศษมาคุม

หวั่นตลาดซวนเซ

นางภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ เปิดเผยภายหลังการประชุมประจำเดือนระหว่างสมาคมโบรกเกอร์และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า ได้มีการหารือถึงภาวะการซื้อขายในขณะนี้ โดยให้ความสำคัญถึงสัดส่วนการลงทุนของผู้ลงทุนรายบุคคลที่เพิ่มสูงขึ้นเป็น 68% ของมูลค่าการซื้อขายโดยรวม ซึ่งต้องช่วยกันดูแลเสถียร ภาพของการซื้อขายเพื่อให้ตลาดหุ้นมีความสมดุล

ขณะเดียวกันยังไม่จำเป็นต้องออกมาตรการอะไรออกมาที่ทำให้นักลงทุนตกใจ เพราะเกณฑ์ต่างๆ ที่มีอยู่ถือว่ามากอยู่แล้ว เพียงแต่บังคับใช้มาตรการที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นเท่านั้น เช่น การส่งคำสั่งซื้อขาย เพื่อช่วยกันดูแลภาวะการซื้อขายหุ้นที่ดีอยู่แล้วให้ดีต่อไป และหากจุดไหนจะนำไปสู่ความเสี่ยงหรือภาวะฟองสบู่ในหุ้นต้องรีบดูแลตั้งแต่ตอนนี้ เพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับตลาดหุ้น

สำหรับนักลงทุนรายบุคคลที่มีสัดส่วนการซื้อขายสูงมาก ซึ่งประเมินว่าเป็นผลมาจากการเปิดเสรีหลักทรัพย์แบบขั้นบันได ทำให้ค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ (คอมมิชชัน) ถูกลง และภาวะตลาดหุ้นยังไม่ถึงระดับที่ต้องกังวลใจ เพราะสอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐานของประเทศ ผลกำไรของบริษัทจดทะเบียนปรับตัวดีขึ้น หนุนการซื้อขายที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน

ในมุมมองส่วนตัวเห็นว่าสัดส่วนการลงทุนของนักลงทุนที่เหมาะสมกับตลาดหุ้นไทยนั้น สัดส่วนระหว่างนักลงทุนรายบุคคลกับนักลงทุนสถาบันทั้งในและต่างประเทศควรจะอยู่ที่ระดับ 50% ขณะนี้อยากให้มีสถาบันในประเทศและต่างประเทศเพิ่มขึ้น โดยเม็ดเงินลงทุนต่างประเทศที่ไหลเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นถือว่ายังต่ำอยู่

นางภัทธีรา ยังกล่าวถึงกรณีที่โบรกเกอร์ได้หันมาทำการตลาดเพื่อกระตุ้นให้ซื้อขายหลักทรัพย์มากขึ้นว่า ถือเป็นการคลายข้อกำหนดเดิมที่ตลาดหลักทรัพย์เคยควบคุมการทำการตลาดของโบรกเกอร์ตอนที่อัตราค่าคอมมิชชันอยู่ในระดับคงที่ 0.25% โดยเกรงว่าหากให้มีการทำตลาดมากเกินไป อาจเข้าข่ายการให้ส่วนลดกับลูกค้าได้ จึงขอให้ใช้งบที่เหมาะสม

“ตลาดหลักทรัพย์ผ่อนปรนเรื่องงบการตลาดธุรกิจค้าหลักทรัพย์ หลังเกิดตลาดอนุพันธ์ที่ไม่มีข้อกำหนดเรื่องการทำการตลาด แต่ปัจจุบันก็ยังควบคุมการทำการตลาดในส่วนที่ลูกค้าต่ำกว่า 20 ล้านบาทอยู่” นางภัทธีรา กล่าว

อย่างไรก็ดี มองว่าการหันมาทำการตลาดมากขึ้น ทำให้รู้สึกได้ว่าอุตสาหกรรมโบรกเกอร์เหมือนเป็นผลิตภัณฑ์หนึ่งที่ต้องทำการตลาด มีการปรับปรุงให้สินค้าและการบริการดีขึ้น ที่ไม่ใช่การแข่งขันกันตัดราคาเหมือนที่ผ่านมา ขณะที่ลูกค้าก็จะได้รับการบริการที่ดีขึ้นด้วย

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล